This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Front matter of the printed edition

Pali

สติปฏฺฐานกถา

Royal Thai

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สติปัฏฐานกถา

Mahachula Thai

๘. สติปัฏฐานกถา ว่าด้วยสติปัฏฐาน

Pali

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสวา อสญฺโญชนิยา อคนฺถนิยา อโนฆนิยา อโยคนิยา อนีวรณิยา อปรามฏฺฐา อนุปาทานิยา อสงฺกิเลสิกา สพฺเพ ธมฺมา พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อานาปานสฺสติ มรณานุสฺสติ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็นสติ-สัมโพชฌงค์ เป็นเอกายนมรรค เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไป เป็นเหตุให้ถึงความตรัสรู้ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็น อารมณ์ของปรามาสะ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ธรรมทั้งปวงเป็นพุทธานุสสติ เป็นธัมมานุสสติ เป็น สังฆานุสสติ เป็นสีลานุสสติ เป็นจาคานุสสติ เป็นเทวดานุสสติ เป็นอานาปานสติ เป็นมรณานุสสติ เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula §301· Matched by SuttaCentral reference numbers

สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติเป็นสติสัมโพชฌงค์ เป็นทางเดียว เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นกิเลส ให้ถึงความตรัสรู้ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์@เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๐๑/๑๗๙) @ เพราะมุ่งถึงธรรมที่เป็นอารมณ์ของสติปัฏฐาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๐๑/๑๗๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๓๖}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๘. สติปัฏฐานกถา ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมทั้งปวงเป็นพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติสีลานุสสติ จาคานุสสติ เทวตานุสสติ อานาปานสติ มรณานุสสติ กายคตาสติอุปสมานุสสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขายตนะเป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็น สติสัมโพชฌงค์ เป็นทางเดียว เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นกิเลส ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส จักขายตนะ เป็นพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติสีลานุสสติ จาคานุสสติ เทวตานุสสติ อานาปานสติ มรณานุสสติ กายคตาสติอุปสมานุสสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ ฯลฯ กายายตนะฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ ฯลฯ รสายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ราคะ ฯลฯ โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ มานะ ฯลฯ ทิฏฐิฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ ถีนะ ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ อหิริกะ ฯลฯ อโนตตัปปะเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ เพราะมีความเห็นว่าสภาวธรรมบางอย่างไม่เป็นสติ จึงตอบปฏิเสธ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๐๑/๑๘๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๘. สติปัฏฐานกถา สก. อโนตตัปปะเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อโนตตัปปะเป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ ฯลฯ เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สติเป็นสติปัฏฐาน และสติที่เป็นสติปัฏฐานนั้นเป็นสติใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน และจักขายตนะที่เป็นสติปัฏฐานนั้นเป็นสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สติเป็นสติปัฏฐาน และสติที่เป็นสติปัฏฐานนั้นเป็นสติใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะฯลฯ ราคะ ฯลฯ โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ มานะ ฯลฯ อโนตตัปปะเป็นสติปัฏฐานและอโนตตัปปะที่เป็นสติปัฏฐานนั้นเป็นสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน แต่จักขายตนะที่เป็นสติปัฏฐานนั้นไม่เป็นสติใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สติที่เป็นสติปัฏฐานนั้นไม่เป็นสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะฯลฯ ราคะ ฯลฯ โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะเป็นสติปัฏฐาน แต่อโนตตัปปะที่เป็นสติปัฏฐานนั้นไม่เป็นสติใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๘. สติปัฏฐานกถา สก. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สติที่เป็นสติปัฏฐานนั้นไม่เป็นสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสวํ อสญฺโญชนิยํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกํ จกฺขายตนํ พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อานาปานสฺสติ มรณานุสฺสติ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ราโค ฯเปฯ โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อโนตฺตปฺปํ สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ ฯเปฯ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขายตนะ เป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็นสติ-สัมโพชฌงค์ เป็นเอกายนมรรค เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไป เป็นเหตุให้ถึงความตรัสรู้ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส จักขายตนะเป็นพุทธานุสสติ เป็นธัมมานุสสติ เป็นสังฆานุสสติ เป็นสีลานุสสติ เป็นจาคานุสสติ เป็นเทวดานุสสติ เป็นอานาปานสติ เป็นมรณานุสสติเป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตน ชิวหายตนะ กายายตนะ ฯลฯ รูปายตนะสัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ราคะ ฯลฯ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อโนตตัปปะ เป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ ฯลฯ เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula: this item falls within its §301, which began at an earlier item

Pali

สติ สติปฏฺฐานา สา จ สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ราโค โทโส โมโห มาโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน และสตินั้นเป็นสติ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน และจักขายตนะนั้นเป็นสติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สติเป็นสติปัฏฐาน และสตินั้นเป็นสติ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ราคะโทสะ โมหะ มานะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน และ อโนตตัปปะนั้นเป็นสติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula: this item falls within its §301, which began at an earlier item

Pali

จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ น สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ น สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ราโค โทโส โมโห ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ น สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ น สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขายตนะ เป็นสติปัฏฐาน แต่จักขายตนะนั้นไม่เป็นสติ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สตินั้นไม่เป็นสติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ราคะโทสะ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน แต่อโนตตัปปะนั้นไม่เป็นสติ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สตินั้นไม่เป็นสติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula: this item falls within its §301, which began at an earlier item

Pali

น วตฺตพฺพํ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สพฺเพ ธมฺเม อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺเพ ธมฺเม อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ มิใช่หรือ? ส. หากว่าสติ ปรารภธรรมทั้งปวง ตั้งมั่นได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน

Mahachula §302· Matched by SuttaCentral reference numbers

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. สติปรารภสภาวธรรมทั้งปวงจึงตั้งมั่นได้มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากสติปรารภสภาวธรรมทั้งปวงจึงตั้งมั่นได้ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน” สก. สติปรารภสภาวธรรมทั้งปวงจึงตั้งมั่นได้ ดังนั้น สภาวธรรมทั้งปวงจึงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผัสสะปรารภสภาวธรรมทั้งปวงจึงตั้งมั่นได้ ดังนั้น สภาวธรรมทั้งปวงจึงเป็นผัสสปัฏฐานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สติปรารภสภาวธรรมทั้งปวงจึงตั้งมั่นได้ ดังนั้น สภาวธรรมทั้งปวงจึงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาปรารภสภาวธรรมทั้งปวงจึงตั้งมั่นได้ ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนาฯลฯ จิตปรารภสภาวธรรมทั้งปวงจึงตั้งมั่นได้ เพราะเหตุนั้น สภาวธรรมทั้งปวงจึงเป็นจิตตปัฏฐานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ทั้งปวงมีสติตั้งมั่น ประกอบด้วยสติ มั่นคงด้วยสติ สติปรากฏแก่สัตว์ทั้งปวงใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๘. สติปัฏฐานกถา

Pali

สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ ผสฺโส สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา ผสฺสปฏฺฐานาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะสติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า สติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะผัสสะปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่าผัสสปัฏฐาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula: this item falls within its §302, which began at an earlier item

Pali

สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ เวทนา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ สญฺญา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ เจตนา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ จิตฺตํ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา จิตฺตปฏฺฐานาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะสติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั้นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า สติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิตปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า จิตตปัฏฐาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula: this item falls within its §302, which began at an earlier item

Pali

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ สตฺตา อุปฏฺฐิตสติโน สติยา สมนฺนาคตา สติยา สโมหิตา สพฺเพสํ สตฺตานํ สติ ปจฺจุปฏฺฐิตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งปวงเป็นผู้ตั้งสติมั่น เป็นผู้ประกอบด้วยสติ เป็นผู้มั่นคงด้วยสติสติเป็นธรรมชาติเข้าไปตั้งมั่นแก่สัตว์ทั้งปวง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula: this item falls within its §302, which began at an earlier item

Pali

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อมตนฺเต ภิกฺขเว น ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ น ปริภุญฺชนฺติ อมตนฺเต ภิกฺขเว ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ สตฺตา กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺติ ปฏิลภนฺติ อาเสวนฺติ ภาเวนฺติ พหุลีกโรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดไม่ได้บริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นไม่ได้บริโภคอมตะ ชนเหล่าใด บริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นได้บริโภคอมตะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งปวงเจริญ ปฏิบัติ เสพ อบรม ทำให้มาก ซึ่งกายคตาสติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ อํ. เอก. ข้อ ๒๓๕ หน้า ๕๙

Mahachula §303· Matched by SuttaCentral reference numbers

สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดไม่ เจริญกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่าไม่บรรลุอมตธรรม ชนเหล่าใดเจริญกายคตาสติชนเหล่านั้นชื่อว่าบรรลุอมตธรรม” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. สัตว์ทั้งปวงเจริญ ได้เฉพาะ ซ่องเสพ เจริญ ทำให้มากซึ่งกายคตาสติใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทาง นี้เป็นทางเดียวเพื่อความบริสุทธ์ของเหล่าสัตว์ เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัสเพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือสติปัฏฐาน ๔” มีอยู่จริง มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นทางสายเดียวใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.เอกก. (แปล) ๒๐/๖๐๐/๕๔ @ ทาง หมายถึงทางดำเนินไปสู่นิพพานหรือทางที่ผู้ต้องการนิพพานควรดำเนินไป (ที.ม.อ. ๒/๓๗๓/๓๖๑)@ ทางเดียว มีความหมาย ๔ นัย คือ (๑) ทางที่บุคคลผู้ละการเกี่ยวข้องกับหมู่คณะไปประพฤติธรรมอยู่@แต่ผู้เดียว (๒) ทางสายเดียวที่พระพุทธเจ้าทรงทำให้เกิดขึ้น เป็นทางของบุคคลผู้เดียวคือพระผู้มีพระภาค@(๓) ข้อปฏิบัติในศาสนาเดียวคือพระพุทธศาสนา (๔) ทางดำเนินไปสู่จุดหมายเดียวคือนิพพาน@(ที.ม.อ. ๒/๓๗๓/๓๕๙, ม.มู.อ. ๑/๑๐๖/๒๔๔) @ ญายธรรม หมายถึงอริยมรรค (ที.ม.อ. ๒/๒๑๔/๑๙๗, ม.มู.อ. ๑/๑๐๖/๒๕๑)@ ดูเทียบ ที.ม. (แปล) ๑๐/๓๗๓/๓๐๑, ม.มู. (แปล) ๑๒/๑๐๖/๑๐๑, สํ.ม. (แปล) ๑๙/๓๖๗/๒๑๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๘. สติปัฏฐานกถา สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เพราะพระเจ้า จักรพรรดิปรากฏ แก้ว ๗ ประการจึงปรากฏ แก้ว ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ(๑) จักรแก้ว (๒) ช้างแก้ว (๓) ม้าแก้ว (๔) มณีแก้ว (๕) นางแก้ว (๖) คหบดีแก้ว(๗) ปริณายกแก้ว เพราะพระเจ้าจักรพรรดิปรากฏ แก้ว ๗ ประการนี้จึงปรากฏ ภิกษุทั้งหลาย เพราะตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏ แก้วคือโพชฌงค์๗ ประการจึงปรากฏ แก้ว ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ (๑) แก้วคือสติสัมโพชฌงค์(๒) แก้วคือธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ (๓) แก้วคือวิริยสัมโพชฌงค์ (๔) แก้วคือปีติ-สัมโพชฌงค์ (๕) แก้วคือปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ (๖) แก้วคือสมาธิสัมโพชฌงค์ (๗) แก้วคืออุเบกขาสัมโพชฌงค์ เพราะตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏแก้วคือโพชฌงค์ ๗ ประการนี้จึงปรากฏ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. เพราะตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏ สภาวธรรมทั้งปวงที่ เป็นแก้วคือสติสัมโพชฌงค์จึงปรากฏใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสัมมัปปธาน ฯลฯ เป็นอิทธิบาท ฯลฯ เป็น อินทรีย์ ฯลฯ เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สติปัฏฐานกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๒๒๓/๑๕๕

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๔๑}

Pali

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา เอกายนมคฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรคเป็นเอกายนะทางอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย เพื่อความก้าวล่วงซึ่งโสกะ ปริเทวะ เพื่อความสาบสูญแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อ บรรลุอริยมรรคเครื่องออกไปจากทุกข์ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน นี้คือสติปัฏฐานทั้ง ๔ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมทั้งปวงเป็นเอกายนมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Mahachula: this item falls within its §303, which began at an earlier item

Pali

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา รญฺโญ ภิกฺขเว จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโว โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ ฯ จกฺกรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ หตฺถิรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อสฺสรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ มณิรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อิตฺถีรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ คหปติรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปริณายกรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ รญฺโญ ภิกฺขเว จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา อิเมสํ สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโว โหติ ตถาคตสฺส ภิกฺขเว ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺครตนานํ ปาตุภาโว โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ ฯ สติสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ วิริยสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ตถาคตสฺส ภิกฺขเว ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อิเมสํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺครตนานํ ปาตุภาโว โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ตถาคตสฺส ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สพฺเพ ธมฺมา สติสมฺโพชฺฌงฺครตนา โหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ อิทฺธิปาทา ฯเปฯ อินฺทฺริยา ฯเปฯ พลา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สติปฏฺฐานกถา ฯ ------

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๗ ประการย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ประการเป็นไฉน จักรรัตนะ (จักรแก้ว) ปรากฏ ๑ หัตถิรัตนะ (ช้างแก้ว)ปรากฏ ๑ อัสสรัตนะ (ม้าแก้ว) ปรากฏ ๑ มณีรัตนะ (ดวงมณีแก้ว)ปรากฏ ๑ อิตถีรัตนะ (นางแก้ว) ปรากฏ ๑ คหปติรัตนะ (คหบดีแก้ว) ปรากฏ ๑ ปริณายกรัตนะ (ขุนพลแก้ว) ปรากฏ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๗ ประการเหล่านี้ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะคือโพชฌงค์ ๗ ประการ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระตถาคตผู้อรหันตสัมมาพุทธะ ๗ ประการเป็นไฉน รัตนะคือสติสัมโพชฌงค์ ปรากฏ ๑ รัตนะคือ วิริยสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือปีติสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะ@ ม. ม. ข้อ ๑๓๒ หน้า ๑๐๓ คือปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือสมาธิสัมโพชฌงค์ ปรากฏ ๑ รัตนะคืออุเบกขาสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายรัตนะคือโพชฌงค์ ๗ ประการเหล่านี้ ย่อมปรากฏ เพราะความ ปรากฏแห่งพระตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ดังนี้ เป็นสูตรมี อยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมทั้งปวงเป็นรัตนะคือสติสัมโพชฌงค์ปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสัมมัปปธาน ฯลฯ เป็นอิทธิบาท ฯลฯ เป็นอินทรีย์ ฯลฯ เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สติปัฏฐานกถา จบ. -----------------------------------------------------

Mahachula: this item falls within its §303, which began at an earlier item

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Commentary

Later explanatory literature — not the Buddha’s word

Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก

1 work(s) · 15 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page

Open this edition’s own page · กถาวัตถุปกรณ์ สติปัฏฐานกถา

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

How Mahachula paragraphs are matched

Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar

In this unit: 3 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ