This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
สตฺตมํ เอกจินฺติกตฺเถราปทานํ (๑๘๗)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เอกจินติกเถราปทานที่ ๗ (๑๘๗) ว่าด้วยผลแห่งการที่กุศลตักเตือน
๗. เอกจินติกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระเอกจินติกเถระ (พระเอกจินติกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
|๑๘๙.๓๔| ยทา เทโว เทวกายา จวเต อายุสงฺขยา ตโย สทฺทา นิจฺฉรนฺติ เทวานํ อนุโมทตํ ฯ |๑๘๙.๓๕| อิโต โภ สุคตึ คจฺฉ มนุสฺสานํ สหพฺยตํ มนุสฺสภูโต สทฺธมฺเม ลภ สทฺธํ อนุตฺตรํ ฯ |๑๘๙.๓๖| สา เต สทฺธา นิวิฏฺฐสฺส มูลชาตา ปติฏฺฐิตา ยาวชีวํ อสํหิรา สทฺธมฺเม สุปเวทิเต ฯ |๑๘๙.๓๗| กาเยน กุสลํ กตฺวา วาจาย กุสลํ พหุํ มนสา กุสลํ กตฺวา อพฺยาปชฺฌํ นิรูปธึ ฯ |๑๘๙.๓๘| ตโต อุปจิตํ ปุญฺญํ กตฺวา ทาเนน ตํ พหุํ อญฺเญปิ มจฺเจ สทฺธมฺเม พฺรหฺมจริเย นิเวสย ฯ |๑๘๙.๓๙| อิมาย อนุกมฺปาย เทวเทวํ ยถาวิทู ภวนฺตํ อนุโมทนฺติ เอหิ เทว ปุนปฺปุนํ ฯ |๑๘๙.๔๐| สํวิคฺโคหํ ตทา อาสึ เทวสงฺเฆ สมาคเต กํสุ นาม อหํ โยนึ คมิสฺสามิ อิโต จุโต ฯ |๑๘๙.๔๑| มม สํเวคมญฺญาย สมโณ ภาวิตินฺทฺริโย มมุทฺธริตุกาโม โส อาคจฺฉิ มม สนฺติเก ฯ |๑๘๙.๔๒| สุมโน นาม นาเมน ปทุมุตฺตรสาวโก อตฺถธมฺมานุสาสิตฺวา สํเวเชสิ มมํ ตทา ฯ |๑๘๙.๔๓| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา พุทฺเธ จิตฺตํ ปสาทยึ อภิวาเทตฺวาปิ สมฺพุทฺธํ ตตฺถ กาลํ กโต อหํ ฯ |๑๘๙.๔๔| อุปปชฺชึ ส ตตฺเถว สุกฺกมูเลน โจทิโต กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ |๑๘๙.๔๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา เอกจินฺติโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ เอกจินฺติกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ในกาลใด เทวดาจะจุติจากหมู่เทพเพราะสิ้นอายุ ในกาลนั้น เทวดาผู้ พลอยยินดีย่อมเปล่งเสียงออก ๓ ประการว่า ดูกรท่านผู้เจริญ ท่านจากนี่ จงไปสู่สุคติ จงได้ความเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาชั้นเยี่ยม ในสัทธรรม ศรัทธาของท่านผู้ตั้งมั่นแล้วนั้นจงมั่นคงเป็นมูลไว้ อย่าคลอน แคลนในสัทธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศดีแล้ว ตลอดชีวิต ท่านจงกระทำ กุศลอันไม่มีความเบียดเบียน ไม่มีอุปธิด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ ให้มาก แต่นั้นท่านก่อสร้างบุญ ทำบุญนั้นด้วยทานให้มาก จงแนะนำแม้สัตว์อื่นๆ ให้ตั้งอยู่ในพรหมจรรย์ในสัทธรรม สัตว์อื่นๆ ผู้รู้ตามความเป็นจริง พลอย ยินดีตามท่าน ผู้เป็นเทวดาล่วงเทวดา เพราะความอนุเคราะห์นี้ ขอท่าน จงกลับมาบ่อยๆ นะในกาลนั้น เราเป็นผู้สลดใจอยู่ในหมู่เทวดาที่มาประชุม กัน ด้วยคิดว่า เราเป็นอะไรเล่า จุติจากนี่แล้วจึงจักไปยังกำเนิดมนุษย์ได้ ในกาลนั้น พระสมณะสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้อบรม อินทรีย์แล้ว มีนามชื่อว่าสุมนะ รู้ความสลดใจของเรา ปรารถนาจะช่วย เหลือเรา ท่านจึงมาในสำนักของเรา พร่ำสอนอรรถธรรมแล้ว ยังเราให้ สลดใจ เราได้ฟังคำของท่านแล้ว ทำให้จิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เราเพียง แต่ได้ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น เรานั้นอัน กุศลมูลตักเตือนแล้ว ได้อุปบัติในเทวโลกนั้นเอง ไม่เข้าถึงทุคติเลยตลอด แสนกัลป คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระเอกจินติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ เอกจินติกเถราปทาน.
ในกาลใด เทวดาจะจุติจากหมู่เทวดาเพราะสิ้นอายุ ในกาลนั้น เทวดาผู้พลอยยินดีย่อมเปล่งเสียง ๓ ประการว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๕๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๗. เอกจินติกเถราปทาน
ท่านผู้เจริญ ท่านจากที่นี้ จงไปสู่สุคติ อยู่ร่วมกับมนุษย์ เป็นมนุษย์แล้ว จงได้ศรัทธาที่ยอดเยี่ยมในพระสัทธรรม
ศรัทธาของท่านผู้ตั้งมั่น เป็นศรัทธาที่หยั่งรากลงลึกดำรงมั่น ไม่คลอนแคลนในพระสัทธรรม ที่พระอริยะประกาศดีแล้วจนตลอดชีวิต
ท่านจงทำกุศลที่ไม่เบียดเบียน ไม่มีอุปธิ ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ให้มากเถิด
แต่นั้น ท่านสั่งสมบุญแล้ว จงทำบุญนั้นให้มากด้วยการให้ทาน จงแนะนำแม้สัตว์เหล่าอื่นให้ตั้งอยู่ ในพรหมจรรย์ ในพระสัทธรรมเถิด
ด้วยความอนุเคราะห์นี้ ในกาลใด เหล่าเทวดาผู้รู้ จึงพลอยยินดีกับเทวดา ผู้ซึ่งกำลังจุติว่า นี่แน่ะเทวะ ขอท่านจงมาบ่อยๆ นะ
ในกาลนั้น เมื่อหมู่เทวดามาประชุมกัน ข้าพเจ้าเกิดความสลดใจว่า ข้าพเจ้าจุติจากที่นี้แล้ว จักไปสู่กำเนิดอะไรหนอ
ท่านสมณะผู้อบรมอินทรีย์แล้ว รู้ความสลดใจของข้าพเจ้า ประสงค์จะช่วยเหลือข้าพเจ้า จึงมายังสำนักของข้าพเจ้า
ท่านมีนามว่าสุมนะเป็นสาวก ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ พร่ำสอนอรรถธรรม ให้ข้าพเจ้าสลดใจ ในครั้งนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๓๕๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๘. ติกัณณิปุปผิยเถราปทาน
ข้าพเจ้าได้ฟังคำของท่านแล้ว ทำจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ได้ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น
ข้าพเจ้านั้น ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว ได้อุบัติในเทวโลกนั้นเอง ไม่ไปเกิดในทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระเอกจินติกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้เอกจินติกเถราปทานที่ ๗ จบ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 5 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๙. กุฏปุปผิยวรรค ๗. เอกจินติกเถราปทาน (๑๘๗)This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 12 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet