This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Front matter of the printed edition

Pali

ทสมํ อชิตตฺเถราปทานํ (๔๐๐)

Royal Thai

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อชิตเถราปทานที่ ๑๐ (๔๐๐) ว่าด้วยผลแห่งการถวายประทีป

Mahachula Thai

๑๐. อชิตเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระอชิตเถระ (พระอชิตเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

Pali

|๔๐๒.๔๘๘| ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน สพฺพธมฺมาน ปารคู อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ นิสีทิ โลกนายโก ฯ |๔๐๒.๔๘๙| นาหํ อทฺทกฺขิ สมฺพุทฺธํ นปิ สทฺทํ สุโณมหํ มม ภิกฺขํ คเวสนฺโต อาหิณฺฑามิ วเน อหํ ฯ |๔๐๒.๔๙๐| ตตฺถทฺทสฺสามิ สมฺพุทฺธํ ทฺวตฺตึสวรลกฺขณํ ทิสฺวาน จิตฺตมาปชฺชึ สตฺโต โก นามยํ ภเว ฯ |๔๐๒.๔๙๑| ลกฺขณานิ วิโลเกตฺวา มม วิชฺชํ อนุสฺสรึ สุตํ หิ เมตํ พุทฺธานํ ปณฺฑิตานํ สุภาสิตํ ฯ |๔๐๒.๔๙๒| เตสํ ยถา ตํ วจนํ อยํ พุทฺโธ ภวิสฺสติ ยนฺนูน ตํ สกฺกเรยฺยํ คตึ เม โสธยิสฺสติ ฯ |๔๐๒.๔๙๓| ขิปฺปํ อสฺสมมาคนฺตฺวา มธุเตลํ คหึ อหํ โกลมฺพกํ คเหตฺวาน อุปคญฺฉึ วินายกํ ฯ |๔๐๒.๔๙๔| ติทณฺฑเก คเหตฺวาน อพฺโภกาเส ฐเปสหํ ปทีปํ ปชฺชลิตฺวาน อฏฺฐกฺขตฺตุํ อวนฺทหํ ฯ |๔๐๒.๔๙๕| สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ นิสีทิ ปุริสุตฺตโม ตโต รตฺยา วิวสเน วุฏฺฐาสิ โลกนายโก ฯ |๔๐๒.๔๙๖| ปสนฺนจิตฺโต สุมโน สพฺพรตฺตินฺทิวํ อหํ ทีปํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ฯ |๔๐๒.๔๙๗| สพฺเพ คนฺธา วนมยา ปพฺพเต คนฺธมาทเน พุทฺธสฺส อานุภาเวน อาคญฺฉุํ พุทฺธสนฺติเก ฯ |๔๐๒.๔๙๘| เยเกจิ ปุปฺผคนฺธา เส ปุปฺผิตา ธรณีรุหา พุทฺธสฺส อานุภาเวน สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๐๒.๔๙๙| ยาวตา หิมวนฺตมฺหิ นาคา จ ครุฬา อุโภ ธมฺมญฺจ โสตุกามา เต อาคญฺฉุํ พุทฺธสนฺติเก ฯ |๔๐๒.๕๐๐| เทวโล นาม สมโณ พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก วสีสตสหสฺเสหิ พุทฺธสนฺติกุปาคมิ ฯ |๔๐๒.๕๐๑| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๔๐๒.๕๐๒| โย เม ทีปํ ปทีเปสิ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๔๐๒.๕๐๓| สฏฺฐี กปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมิสฺสติ สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ โสฬสมํ ภาณวารํ ฯ |๔๐๒.๕๐๔| ฉตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ ปฐวิยํ สตฺตสตํ วิปุลํ รชฺชํ กริสฺสติ ฯ |๔๐๒.๕๐๕| ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ อิมินา ทีปทาเนน ทิพฺพจกฺขุ ภวิสฺสติ ฯ |๔๐๒.๕๐๖| สมนฺตโต อฑฺฒโกสํ ปสฺสิสฺสติ อยํ สทา เทวโลกา จวนฺตสฺส นิพฺพตฺตนฺตสฺส ชนฺตุโน ฯ |๔๐๒.๕๐๗| ทิวา วา ยทิวา รตฺตึ ปทีปํ ธารยิสฺสติ ชายมานสฺส สนฺตสฺส ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน ฯ |๔๐๒.๕๐๘| ยาวตา นครํ อาสิ ตาวตา โชตยิสฺสติ อุปปชฺชติ ยํ โยนึ เทวตฺตํ อถ มานุสํ ฯ |๔๐๒.๕๐๙| อสฺเสว ทีปทานสฺส อฏฺฐทีปผเลน จ อุปฏฺฐิสฺสนฺติมํ ชนฺตุํ ทีปทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๒.๕๑๐| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๔๐๒.๕๑๑| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๔๐๒.๕๑๒| โตสยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ อชิโต นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุสาวโก ฯ |๔๐๒.๕๑๓| สฏฺฐิกปฺปสหสฺสานิ เทวโลเก รมึ อหํ ตตฺราปิ เม ทีปสตํ โชตเต นิจฺจกาลิกํ ฯ |๔๐๒.๕๑๔| เทวโลเก มนุสฺเส วา นิทฺธาวนฺติ ปภา มม พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน ภิยฺโย หาสํ ชเนสหํ ฯ |๔๐๒.๕๑๕| ตุสิตาหํ จวิตฺวาน โอกฺกมึ มาตุกุจฺฉิยา ชายมานสฺส สนฺตสฺส อาโลโก วิปุโล อหุ ฯ |๔๐๒.๕๑๖| อคารา อภินิกฺขมฺม ปพฺพชึ อนคาริยํ พาวรึ อุปสงฺกมฺม สิสฺสตฺตํ อชฺฌุปาคมึ ฯ |๔๐๒.๕๑๗| หิมวนฺเต วสนฺโตหํ อสฺโสสึ โลกนายกํ อุตฺตมตฺถํ คเวสนฺโต อุปคญฺฉึ วินายกํ ฯ |๔๐๒.๕๑๘| ทนฺโต พุทฺโธ ทเมตาปิ โอฆติณฺโณ นิรูปธิ นิพฺพานํ กถยิ พุทฺโธ สพฺพทุกฺขา ปโมจนํ ฯ |๔๐๒.๕๑๙| ตมฺเม อาคมนํ สิทฺธํ โตสิโตหํ มหามุนึ ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๐๒.๕๒๐| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทีปํ อททินฺตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ทีปทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๒.๕๒๑| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๐๒.๕๒๒| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๐๒.๕๒๓| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อชิโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อชิตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ ปิลินฺทวจฺโฉ เสโล จ สพฺพกิตฺตมธูทโท กูฏาคารี พกุโล จ คิริสลฬสวฺหโย ฯ สพฺพโท อชิโต เจว คาถาโย คณิตา วิสา สตานิ ปญฺจ คาถานํ วีสติ จ ตทุตฺตริ ฯ ปิลินฺทวคฺโค จตฺตาฬีโส ฯ อถ วคฺคุทฺทานํ ปทุมารกฺขโท เจว อุมฺมา คนฺโธทเกน จ เอกปฺปทสทฺทสญฺญี มนฺทารํ โพธิวนฺทโก ฯ อมฺพฏญฺจ ปิลินฺที จ คาถาโย คณิตาปิจ จตุสตฺตติ คาถาโย เอกาทสสตานิ จ ฯ ปทุมวคฺคทสกํ ฯ จตุตฺถํ สตกํ สมตฺตํ ฯ ---------

Royal Thai

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เป็นนายกของโลก เสด็จสู่ภูเขาหิมวันต์ แล้วประทับนั่งอยู่ เราไม่ได้ (เคย) เห็นพระ- สัมพุทธเจ้า แม้เสียงของพระองค์ เราก็ไม่เคยได้ฟัง เราเที่ยวแสวงหา อาหารของเราอยู่ในป่า ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการในป่านั้น ครั้นเห็นแล้วจึงได้คิดว่า สัตว์นี้พึงชื่อว่าอะไร เรามองดูลักษณะทั้งหลายแล้ว ระลึกถึงความรู้ของเราได้ ความจริงเราได้ ยินมาว่า ลักษณะนี้ของพระพุทธเจ้า บัณฑิตทั้งหลายก็กล่าวไว้ ผู้นี้จักเป็น พระพุทธเจ้า จริงเหมือนคำของบัณฑิตเหล่านั้น ถ้าเช่นนั้น เราควรสักการะ พระองค์ พระองค์จะชำระคติของเราได้ เราจึงรีบกลับมาสู่อาศรม ถือเอา น้ำผึ้งและน้ำมัน หยิบเอาหม้อแล้ว เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงแนะนำให้ วิเศษ ถือเอาไม้ ๓ ท่อนไปวางไว้ที่โอกาสแจ้ง ก่อไฟให้ลุกโพลงแล้วได้ ถวายบังคม ๘ ครั้ง พระพุทธเจ้าผู้อุดมบุรุษประทับนั่งอยู่ตลอด ๗ คืน ๗ วัน พระพุทธเจ้าผู้นำโลกเสด็จลุกขึ้น ในเมื่อราตรีนั้นปราศไป เรามีจิตเลื่อมใส โสมนัส ได้ตามประทีปถวายแด่พระพุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตน ตลอด ๗ คืน ๗ วัน กลิ่นหอมทุกอย่างอันมีอยู่ในป่าที่ภูเขาคันธมาทน์ มาหอม ฟุ้งในสำนักพระพุทธเจ้า ด้วยพุทธานุภาพ เวลานั้น ต้นไม้มีดอกหอม ทุกชนิด ดอกบานสะพรั่งโชยกลิ่นมาหอมตลบพร้อมกัน ด้วยพุทธานุภาพ นาคและครุฑทั้งสองพวกที่ภูเขาหิมวันต์มีประมาณเท่าใด นาคและครุฑ เหล่านั้นต้องการจะฟังธรรม จึงพากันมาในสำนักพระพุทธเจ้า พระสมณะ นามว่าเทวละ เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า ท่านพร้อมด้วยพระอรหันต์ หลายแสน เข้ามาสู่สำนักพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้ควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดมีความเลื่อมใส ตามปทีปถวายเราด้วยมือ ทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เขาจัก รื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๖ หมื่นกัลป และจะได้เป็นพระเจ้าจักร- พรรดิราช ๑๐๐๐ ครั้ง. จบ ภาณวารที่ ๑๖ จักได้เป็นจอมเทวดาเสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๓๖ ครั้ง จักได้เสวยรัช- สมบัติอันไพบูลย์ในปฐพี ๗๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอัน ไพบูลย์โดยคณานับมิได้ ด้วยการตามประทีปถวายนี้ จักเป็นผู้มีทิพยจักษุ ผู้นี้จักมองเห็นไกล ๒๕๐ ชั่วธนู โดยรอบทุกเมื่อ เมื่อเขาจุติจากเทวโลก บังเกิดเป็นคน ประทีปจักทรงอยู่ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน เมื่อผู้นี้เกิด พรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม ตลอดทั่วนครจักโชติช่วง ผู้นี้เข้าถึงกำเนิดใด คือ เป็นเทวดาหรือมนุษย์ เพราะผลแห่งการตามประทีปถวาย ๘ ดวงนั้น ชนทั้งหลายจักบำรุงผู้นี้ นี้เป็นผลแห่งการตามปทีปถวาย ในแสนกัลป แต่กัลปนี้ พระศาสดามีพระนามชื่อว่าโคดม ซึ่งมีสมภพในวงศ์พระเจ้า โอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดา พระองค์นั้น จักเป็นโอรสอันธรรมนิรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ นิพพาน ยังพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยบุตร ให้ทรงโปรดปรานแล้ว จักได้เป็นสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่าอชิตะ เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๖ หมื่นกัลป แม้ในเทวโลกนั้น ประทีป ๑๐๐ ดวงส่องสว่างให้แก่เราเป็นนิตยกาล รัศมีของเราพุ่ง (โพลง) ออก ไปในเทวโลกและมนุษยโลก เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดแล้ว ยังความโสมนัสให้เกิดยิ่ง เราจุติจากเทวโลกชั้นดุสิตแล้ว ลงสู่ครรภ์ มารดา เมื่อเราเกิดได้มีแสงสว่างไพบูลย์ เราออกจากเรือนแล้ว บวช เป็นบรรพชิต ได้เข้าไปหาพราหมณ์พาวรี ยอมตนเข้าเป็นศิษย์ เมื่อเราอยู่ ที่ภูเขาหิมวันต์ ได้ทราบข่าวพระพุทธเจ้าผู้นำของโลก เราแสวงหาประ- โยชน์อันสูงสุด จึงเข้าไปเฝ้าพระองค์ พระพุทธเจ้าผู้ฝึก พระองค์แล้ว ทรงฝึกแม้ผู้อื่น ทรงข้ามโอฆะแล้ว เป็นผู้ไม่มีอุปธิ ตรัสบอกนิพพานเครื่อง พ้นจากทุกข์ทั้งปวง กรรมของเรานั้นสำเร็จประโยชน์ เรายังพระมหามุนี ให้ยินดี วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำ เสร็จแล้ว ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้ถวายประทีปใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย ประทีป เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลส เครื่องผูก ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การที่เราได้มาใน สำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุ แล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ- พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอชิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ อชิตเถราปทาน ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน ๒. เสลเถราปทาน ๓. สรรพกิตติกเถราปทาน ๔. มธุทายกเถราปทาน ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน ๖. พักกุลเถราปทาน ๗. คิริมานันทเถราปทาน ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน ๙. สัพพทายกเถราปทาน ๑๐. อชิตเถราปทานท่านนับคาถาได้ ๒๕๐ คาถา. จบ ปิลินทวรรคที่ ๔๐. ----------------------------------------------------- และรวมวรรคได้ ๑๐ วรรค คือ ๑. ปทุมเกสริยวรรค ๒. อารักขทายกวรรค ๓. อุมมาปุปผิยวรรค ๔. คันโธทกวรรค ๕. เอกปทุมวรรค ๖. สัททสัญญิกวรรค ๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๘. โพธิวันทกวรรค ๙. อัมพฏผลวรรค ๑๐. ปิลินทวรรค และท่านคำนวณคาถาได้ ๑๑๗๕ คาถา จบหมวด ๑๐ แห่งปทุมวรรค. จบ หมวด ๑๐๐ ที่ ๔. -----------------------------------------------------

Mahachula §484· Matched by SuttaCentral reference numbers

พระผู้มีพระภาคชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จมายังภูเขาหิมพานต์ แล้วประทับนั่งอยู่

Mahachula §485· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้าไม่เคยได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้พระสุรเสียงข้าพเจ้าก็ไม่เคยได้ฟัง ข้าพเจ้าเที่ยวไปในป่าแสวงหาอาหารเพื่อตนเอง

Mahachula §486· Matched by SuttaCentral reference numbers

ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ในป่านั้น ครั้นเห็นแล้วจึงปลื้มใจด้วยคิดว่า นี้เป็นใครกัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๑๐. อชิตเถราปทาน

Mahachula §487· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้าพิจารณาดูลักษณะแล้ว ระลึกถึงความรู้ของตนเองได้ ข้าพเจ้าฟังคำสุภาษิตของบัณฑิตผู้เจริญ

Mahachula §488· Matched by SuttaCentral reference numbers

ตามคำของบัณฑิตเหล่านั้น ท่านผู้นี้คงเป็นพระพุทธเจ้า ทางที่ดีเราควรสักการะพระองค์ พระองค์จะช่วยชำระคติของเราได้

Mahachula §489· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้าจึงรีบกลับไปยังอาศรม หยิบเอาน้ำผึ้งและน้ำมัน ถือหม้อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำโดยวิเศษ

Mahachula §490· Matched by SuttaCentral reference numbers

ได้นำไม้ ๓ ท่อนไปวางไว้ในที่กลางแจ้ง แล้วตามประทีปให้ลุกโพลงเสร็จแล้วกราบ ๘ ครั้ง

Mahachula §491· Matched by SuttaCentral reference numbers

พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด ประทับนั่งอยู่ตลอด ๗ วัน ๗ คืน พระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกได้เสด็จลุกขึ้นในเวลารุ่งสาง

Mahachula §492· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ตามประทีปถวายพระพุทธเจ้า ด้วยมือของตน ตลอด ๗ วัน ๗ คืน

Mahachula §493· Matched by SuttaCentral reference numbers

กลิ่นหอมทุกอย่างที่เกิดในป่า ณ ภูเขาคันธมาทน์ โชยมาในสำนักของพระพุทธเจ้า ด้วยพุทธานุภาพ

Mahachula §494· Matched by SuttaCentral reference numbers

เวลานั้น ต้นไม้ที่มีดอกมีกลิ่นหอมทุกชนิด บานสะพรั่ง ร่วงหล่นมารวมกันในกาลนั้นด้วยพุทธานุภาพ

Mahachula §495· Matched by SuttaCentral reference numbers

นาคและครุฑทั้ง ๒ พวกเท่าที่มีอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ต้องการจะฟังธรรมจึงพากันมายังสำนักของพระพุทธเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๑๐. อชิตเถราปทาน

Mahachula §496· Matched by SuttaCentral reference numbers

พระสมณะนามว่าเทวละ เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๒๐๐,๐๐๐ รูป เข้ามายังสำนักของพระพุทธเจ้า

Mahachula §497· Matched by SuttaCentral reference numbers

พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

Mahachula §498· Matched by SuttaCentral reference numbers

เราจักพยากรณ์ผู้ที่มีความเลื่อมใส ได้ตามประทีปถวายเราด้วยมือของตน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

Mahachula §499· Matched by SuttaCentral reference numbers

เขาจักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป และจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติภาณวารที่ ๑๖ จบ

Mahachula §500· Matched by SuttaCentral reference numbers

เขาจักได้เป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๓๖ ชาติ จักได้ครองรัชสมบัติอันไพบูลย์ในแผ่นดิน ๗๐๐ ชาติ

Mahachula §501· Matched by SuttaCentral reference numbers

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน ด้วยผลแห่งการตามประทีปถวายนี้ จักเป็นผู้มีทิพยจักษุ

Mahachula §502· Matched by SuttaCentral reference numbers

ผู้นี้จักมองเห็นได้ไกล ๒๕๐ ชั่วธนู โดยรอบทุกเมื่อ เมื่อเขาจุติจากเทวโลกมาบังเกิดเป็นมนุษย์

Mahachula §503· Matched by SuttaCentral reference numbers

ประทีปจักทรงอยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อผู้นี้ ซึ่งเกิดมาพรั่งพร้อมด้วยบุญกรรม

Mahachula §504· Matched by SuttaCentral reference numbers

เขาเกิดในกำเนิดใด คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นจักโชติช่วงตลอดทั่วนคร

Mahachula §505· Matched by SuttaCentral reference numbers

เพราะผลแห่งการตามประทีปถวาย ๘ ดวงนั้น ชนทั้งหลายจักบำรุงผู้นี้ นี้เป็นผลแห่งการตามประทีปถวาย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๑๐. อชิตเถราปทาน

Mahachula §506· Matched by SuttaCentral reference numbers

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

Mahachula §507· Matched by SuttaCentral reference numbers

ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

Mahachula §508· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้าให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐทรงพอพระทัยแล้ว จักมีนามว่าอชิตะ เป็นสาวกของพระศาสดา

Mahachula §509· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้ารื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๖๐,๐๐๐ กัป แม้ในเทวโลกนั้น ประทีบ ๑๐๐ ดวง ก็ส่องสว่างเพื่อข้าพเจ้าตลอดกาลเป็นนิตย์

Mahachula §510· Matched by SuttaCentral reference numbers

รัศมีของข้าพเจ้าพวยพุ่ง (โพลง) ไปในเทวโลกและมนุษยโลก ข้าพเจ้าระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดแล้ว จึงเกิดความร่าเริงอย่างยิ่ง

Mahachula §511· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้าจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว ลงมาปฏิสนธิในครรภ์มารดา เมื่อข้าพเจ้าเกิดก็ได้มีแสงสว่างเจิดจ้า

Mahachula §512· Matched by SuttaCentral reference numbers

ข้าพเจ้าออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิตแล้ว ได้เข้าไปหาพราหมณ์พาวรี ยอมตนเข้าเป็นศิษย์

Mahachula §513· Matched by SuttaCentral reference numbers

เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์ ได้ทราบข่าวพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ข้าพเจ้าแสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุด จึงเข้าเฝ้าพระองค์ผู้เป็นผู้นำโดยวิเศษ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] ๑๐. อชิตเถราปทาน

Mahachula §514· Matched by SuttaCentral reference numbers

พระพุทธเจ้าผู้ฝึกพระองค์แล้ว ทรงฝึกผู้อื่นด้วย ทรงข้ามโอฆกิเลสได้แล้ว ไม่มีอุปธิ ตรัสบอกนิพพานเป็นเหตุพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

Mahachula §515· Matched by SuttaCentral reference numbers

การมาของข้าพเจ้านั้นให้สำเร็จประโยชน์ ข้าพเจ้าให้พระมหามุนีทรงพอพระทัย วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

Mahachula §516· Matched by SuttaCentral reference numbers

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ถวายประทีปไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

Mahachula §517· Matched by SuttaCentral reference numbers

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

Mahachula §518· Matched by SuttaCentral reference numbers

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

Mahachula §519· Matched by SuttaCentral reference numbers

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระอชิตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ อชิตเถราปทานที่ ๑๐ จบ ปิลินทวัจฉวรรคที่ ๔๐ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค รวมวรรคได้ ๑๐ วรรค รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปิลินทวัจฉเถราปทาน ๒. เสลเถราปทาน ๓. สัพพกิตติกเถราปทาน ๔. มธุทายกเถราปทาน ๕. ปทุมกูฏาคาริกเถราปทาน ๖. พักกุลเถราปทาน ๗. คิริมานันทเถราปทาน ๘. สลฬมัณฑปิยเถราปทาน ๙. สัพพทายกเถราปทาน ๑๐. อชิตเถราปทาน ท่านนับคาถาได้ ๕๒๐ คาถา และรวมวรรคได้ ๑๐ วรรค คือ ๑. ปทุมเกสริยวรรค ๒. อารักขทายกวรรค ๓. อุมาปุปผิยวรรค ๔. คันโธทกวรรค ๕. เอกปทุมวรรค ๖. สัททสัญญิกวรรค ๗. มันทารวปุปผิยวรรค ๘. โพธิวันทนวรรค ๙. อัมพฏผลวรรค ๑๐. ปิลินทวัจฉวรรค และท่านคำนวณคาถาได้ ๑,๑๗๔ คาถา หมวด ๑๐ แห่งวรรคมีปทุมเกสริยวรรคเป็นต้น จบ ๑๐๐ เรื่อง หมวดที่ ๔ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๕๓}

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Commentary

Later explanatory literature — not the Buddha’s word

Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก

1 work(s) · 3 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page

Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๐. ปิลินทวรรค ๑๐. อชิตเถราปทาน (๔๐๐)

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

How Mahachula paragraphs are matched

Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar

In this unit: 36 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ