This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คำถามและคำตอบในเสขิยกัณฑ์ วรรคที่ ๑
๗. เสขิยกัณฑ์ คำถาม - คำตอบจำนวนอาบัติในเสขิยกัณฑ์ ๑. ปริมัณฑลวรรค สิกขาบทที่ ๑
This unit’s Mahachula text is shown as one range after the Royal items (§175–181 in Mahachula numbering) Go to the Mahachula text
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพนฺโต นิวาเสนฺโต กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพนฺโต นิวาเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพนฺโต นิวาเสนฺโต อิมํ เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ
ถามว่า ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นุ่งผ้าเลื้อยหน้า หรือเลื้อยหลัง ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นุ่งผ้าเลื้อยหน้า หรือเลื้อยหลัง ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ. ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นุ่งผ้าเลื้อยหน้า หรือเลื้อยหลัง ต้องอาบัติตัวหนึ่งนี้.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพนฺโต ปารุปนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ห่มผ้าเลื้อยหน้า หรือเลื้อยหลัง ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ กายํ วิวริตฺวา อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เปิดกาย เดินไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ กายํ วิวริตฺวา อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เปิดกาย นั่งในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ หตฺถํ วา ปาทํ วา กีฬาเปนฺโต อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ คะนองมือ หรือเท้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ หตฺถํ วา ปาทํ วา กีฬาเปนฺโต อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ คะนองมือ หรือเท้านั่งในละแวกบ้าน ต้อง อาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺโต อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แลดูในที่นั้นๆ ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺโต อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แลดูในที่นั้นๆ นั่งในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุกฺขิตฺตกาย อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ ปฐโม วคฺโค ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเวิกผ้าในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือทุกกฏ. วรรคที่ ๑ จบ -----------------------------------------------------วรรคที่ ๒
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินหัวเราะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุชฺชคฺฆิกาย อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งหัวเราะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ กโรนฺโต อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินพูดเสียงดังลั่นไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ กโรนฺโต อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งพูดเสียงดังในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงกายไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ กายปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นีสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงกายในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินไกวแขนไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ พาหุปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งไกวแขนในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สีสปฺปจาลกํ อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ ทุติโย วคฺโค ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่งคือ ทุกกฏ. วรรคที่ ๒ จบ -----------------------------------------------------วรรคที่ ๓
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ขมฺภกโต อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินค้ำกายไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ขมฺภกโต อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งค้ำกายในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ โอคุณฺฐิโต อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุกฺกุฏิกาย อนฺตรฆเร คจฺฉนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระโหย่งเท้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อสกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺโต ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แลดูในที่นั้นๆ รับบิณฑบาต ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปญฺเญว พหุํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับแต่แกงมาก ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ ตติโย วคฺโค ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตจนพูนบาตร ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือทุกกฏ. วรรคที่ ๓ จบ -----------------------------------------------------วรรคที่ ๔
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อสกฺกจฺจํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺโต ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แลดูในที่นั้นๆ ฉันบิณฑบาต ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอมสิตฺวา ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตให้แหว่งในที่นั้นๆ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปญฺเญว พหุํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันแต่แกงมาก ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ถูปโต โอมทฺทิตฺวา ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตขยุ้มแต่ยอดลงไป ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปํ วา พฺยญฺชนํ วา โอทเนน ปฏิจฺฉาเทนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ กลบแกงหรือกับด้วยข้าวสุก ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ไม่อาพาธ ขอแกงก็ดี ข้าวสุกก็ดี เพื่อประโยชน์ แก่ตนมาฉัน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุชฺฌานสญฺญี ปเรสํ ปตฺตํ โอโลเกนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ มุ่งจะยกโทษ แลดูบาตรของภิกษุอื่น ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ มหนฺตํ กพฬํ กโรนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ทำคำข้าวให้ใหญ่ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ทีฆํ อาโลปํ กโรนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ จตุตฺโถ วคฺโค ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ทำคำข้าวให้ยาว ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ. วรรคที่ ๔ จบ -----------------------------------------------------วรรคที่ ๕
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อนาหเฏ กพเฬ มุขทฺวารํ วิวรนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เมื่อคำข้าวยังไม่ถึงปากอ้าปากไว้ท่า ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ภุญฺชนฺโต สพฺพํ หตฺถํ มุเข ปกฺขิปนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ สอดมือทั้งหมดเข้าในปาก ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สกพเฬน มุเขน พฺยาหรนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ พูดทั้งคำข้าวมีอยู่ในปาก ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปิณฺฑุกฺเขปกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันเดาะคำข้าว ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ กพฬาวจฺเฉทกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันกัดคำข้าว ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อวคณฺฑการกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ หตฺถนิทฺธูนกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันสลัดมือ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สิตฺถาวการกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันโปรยเมล็ดข้าว ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ชิวฺหานิจฺฉารกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันแลบลิ้น ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ จปุจปุการกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ ปญฺจโม วคฺโค ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันดังจั๊บๆ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ. วรรคที่ ๕ จบ -----------------------------------------------------วรรคที่ ๖
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สุรุสุรุการกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันดังซู๊ดๆ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ หตฺถนิลฺเลหกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันเลียมือ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปตฺตนิลฺเลหกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันขอดบาตร ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ โอฏฺฐนิลฺเลหกํ ภุญฺชนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ฉันเลียริมฝีปาก ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สามิเสน หตฺเถน ปานียถาลกํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ รับโอน้ำด้วยมือเปื้อนอามิส ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สสิตฺถกํ ปตฺตโธวนํ อนฺตรฆเร ฉฑฺเฑนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เทน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวในละแวกบ้าน ต้อง อาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ฉตฺตปาณิสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลมีร่มในมือ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ทณฺฑปาณิสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลมีไม้พลองในมือ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สตฺถปาณิสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลมีศัตราในมือ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อาวุธปาณิสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ ฉฏฺโฐ วคฺโค ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลมีอาวุธในมือ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ. วรรคที่ ๖ จบ -----------------------------------------------------วรรคที่ ๗
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปาทุการูฬฺหสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลสวมเขียงเท้า ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุปาหนารูฬฺหสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลสวมรองเท้า ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ยานคตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลไปในยาน ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ สยนคตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลผู้อยู่บนที่นอน ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปลฺลตฺถิกาย นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลผู้นั่งรัดเข่า ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ เวฐิตสีสสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลผู้โพกศีรษะ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ โอคุณฺฐิตสีสสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลผู้คลุมศีรษะ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ฉมายํ นิสีทิตฺวา อาสเน นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งอยู่ที่แผ่นดินแสดงธรรมแก่บุคคลผู้นั่งบน อาสนะ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ นีเจ อาสเน นิสีทิตฺวา อุจฺเจ อาสเน นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ นั่งบนอาสนะต่ำแสดงธรรมแก่บุคคลผู้นั่งบน อาสนะสูง ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ฐิโต นิสินฺนสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ยืนอยู่ แสดงธรรมแก่บุคคลผู้นั่งอยู่ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ปจฺฉโต คจฺฉนฺโต ปุรโต คจฺฉนฺตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินไปข้างหลัง แสดงธรรมแก่บุคคลผู้เดินไป ข้างหน้า ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุปฺปเถน คจฺฉนฺโต ปเถน คจฺฉนฺตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ เดินไปนอกทาง แสดงธรรมแก่บุคคลผู้เดินไป ในทาง ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ ฐิโต อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา กโรนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ยืนถ่ายอุจจาระ หรือ ปัสสาวะ ต้องอาบัติ ตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ หริเต อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา กโรนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ ฯ
ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงบน ของเขียวสด ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ.
อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุทเก อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา กโรนฺโต กติ อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฯ อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุทเก อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา กโรนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ทุกฺกฏํ อนาทริยํ ปฏิจฺจ อุทเก อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา กโรนฺโต อิมํ เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ฯ สตฺตโม วคฺโค ฯ ปญฺจสตฺตติ เสขิยา นิฏฺฐิตา ฯ กตาปตฺติวารํ นิฏฺฐิตํ ทุติยํ ฯ
ถามว่า ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในน้ำ ต้องอาบัติเท่าไร? ตอบว่า ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในน้ำ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ทุกกฏ. ภิกษุอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในน้ำ ต้องอาบัติตัวหนึ่งนี้. วรรคที่ ๗ จบ เสขิยวัตร ๗๕ สิกขาบท จบ กตาปัตติวารที่ ๒ จบ -----------------------------------------------------
Mahachula edition, §175–181 of this unit
Shown as one range for the whole unit, not placed under Royal items — external evidence disagrees with the alignment
ถาม : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้างต้องอาบัติเท่าไร ตอบ : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้างต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๕๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๑. ปริมัณฑลวรรค ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง ต้องอาบัติ๑ อย่างนี้ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอุตตราสงค์ย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินเปิดกายไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเปิดกายในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๕ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินคะนองมือบ้าง คะนองเท้าบ้างไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ คะนองมือบ้าง คะนองเท้าบ้าง นั่งในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินมองดูในที่นั้นๆ ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งมองดูในที่นั้นๆ ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๕๗}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๒. อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเวิกผ้าในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏปริมัณฑลวรรคที่ ๑ จบ ๒. อุชชัคฆิกวรรค สิกขาบทที่ ๑
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินหัวเราะดังไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งหัวเราะดังในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินตะโกนเสียงดังไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งตะโกนเสียงดังในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงกายไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๕๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๓. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงกายในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๗ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินแกว่งแขน ห้อยแขนไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งแกว่งแขน ห้อยแขนในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏอุชชัคฆิกวรรคที่ ๒ จบ ๓. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๑
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินเท้าสะเอวไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเท้าสะเอวในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๕๙}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๓. ขัมภกตวรรค สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๕ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระโหย่งไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๖ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๗ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๘ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตมองดูในที่นั้นๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๙ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เลือกรับเฉพาะแกงมาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตล้นขอบปากบาตร ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏขัมภกตวรรคที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖๐}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๔. ปิณฑปาตวรรค ๔. ปิณฑปาตวรรค สิกขาบทที่ ๑
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตมองดูที่นั้นๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตเจาะลงในที่นั้นๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันเฉพาะแกงมาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๕ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตขยุ้มลงแต่ยอด ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ใช้ข้าวสุกกลบแกงหรือกับข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่เป็นไข้ ออกปากขอแกงหรือข้าวสุกมาฉันส่วนตัว ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ มุ่งตำหนิ มองดูบาตรของภิกษุเหล่าอื่น ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ อาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๕. กพฬวรรค สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ทำคำข้าวให้ใหญ่เกิน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ทำคำข้าวยาว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ ปิณฑปาตวรรคที่ ๔ จบ ๕. กพฬวรรค สิกขาบทที่ ๑
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ อ้าปากรอคำข้าวที่ยังไม่ถึงปาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ขณะกำลังฉัน สอดมือทั้งหมดเข้าไปในปาก ต้องอาบัติ ๑อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ พูดคุยขณะที่ในปากมีคำข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันโยนคำข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันกัดคำข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันภัตตาหารทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๖. สุรุสุรุวรรค สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันสะบัดมือ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๘ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันโปรยเมล็ดข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๙ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันแลบลิ้น ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันทำเสียงดังจั๊บๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏกพฬวรรคที่ ๕ จบ ๖. สุรุสุรุวรรค สิกขาบทที่ ๑
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันทำเสียงดังซู้ดๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันเลียมือ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันขอดบาตร ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันเลียริมฝีปาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๗. ปาทุกวรรค สิกขาบทที่ ๕ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ จับภาชนะน้ำดื่มด้วยมือเปื้อนอาหาร ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๖ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เทน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๗ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่บุคคลผู้กั้นร่ม ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๘ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนถือไม้พลอง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๙ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนถือศัสตรา ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนถืออาวุธ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสุรุสุรุวรรคที่ ๖ จบ ๗. ปาทุกวรรค สิกขาบทที่ ๑
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนผู้สวมเขียงเท้า ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖๔}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๗. ปาทุกวรรค สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนสวมรองเท้า ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนอยู่ในยานพาหนะ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนผู้อยู่บนที่นอน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๕ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนที่นั่งรัดเข่า ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๖ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนผู้โพกศีรษะ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๗ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ แสดงธรรมแก่คนผู้คลุมศีรษะ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๘ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งอยู่บนพื้นดิน แสดงธรรมแก่คนผู้นั่งบนอาสนะ ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๙ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งอยู่บนอาสนะต่ำ แสดงธรรมแก่คนผู้นั่งบนอาสนะสูง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๗. เสขิยกัณฑ์ ๗. ปาทุกวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ยืนแสดงธรรมแก่คนผู้นั่งอยู่ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๑๑ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินอยู่ข้างหลัง แสดงธรรมแก่คนผู้เดินไปข้างหน้า ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๑๒ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินอยู่นอกทาง แสดงธรรมแก่คนผู้เดินไปในทาง ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๑๓ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ยืนถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏสิกขาบทที่ ๑๔ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงบนของเขียวต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ สิกขาบทที่ ๑๕ ถาม : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงในน้ำต้องอาบัติเท่าไร ตอบ : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงในน้ำ ต้องอาบัติ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ หรือบ้วนน้ำลายลงในน้ำ ต้องอาบัติ๑ อย่างนี้ ปาทุกวรรคที่ ๗ จบ เสขิยวัตร ๗๕ สิกขาบท จบ กตาปัตติวารที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๖๖}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎกThe collection has no commentary tied to this unit yet
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
external evidence disagrees with the alignment