This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร วิเคราะห์ปาราชิก
๕. ปาราชิกาทิอาปัตติ ว่าด้วยอาบัติปาราชิก เป็นต้น วิเคราะห์ปาราชิก
ปาราชิกนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ จุโตปรทฺโธ ภฏฺโฐ จ สทฺธมฺเมหิ นิรงฺกโต สํวาโสปิ จ ตหึ นตฺถิ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าปาราชิกดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. บุคคลเป็นผู้เคลื่อนแล้ว ผิดพลาด แลเหินห่างจากสัทธรรม อนึ่งแม้สังวาสก็ไม่มีในผู้นั้น เพราะเหตุนั้นเราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า ปาราชิก. วิเคราะห์สังฆาทิเสส
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าปาราชิก ตามลำดับ บุคคลเป็นผู้เคลื่อน ผิด พลาด และเหินห่างจากสัทธรรมทั้งหลาย อนึ่ง แม้สังวาสก็ไม่มีในบุคคลนั้น เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า อาบัติปาราชิก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๑๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๕. ปาราชิกาทิอาปัตติ วิเคราะห์สังฆาทิเสส เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าสังฆาทิเสส ตามลำดับ สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภาน เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า อาบัติสังฆาทิเสส วิเคราะห์อนิยต เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าอนิยต ตามลำดับ กองอาบัติชื่อว่าอนิยต เพราะไม่แน่ ข้อที่เราบัญญัติไว้แล้วโดยมิใช่ส่วนเดียว ในฐานะทั้ง ๓ ฐานะอย่างใดอย่างหนึ่ง เรียกว่า อนิยต วิเคราะห์ถุลลัจจัย เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าถุลลัจจัย ตามลำดับ ภิกษุใดแสดงในภิกษุรูปเดียว และภิกษุรูปใดรับโทษนั้น โทษเสมอด้วยโทษนั้นไม่มี เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกโทษนั้นว่า ถุลลัจจัย วิเคราะห์นิสสัคคีย์ เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่านิสสัคคีย์ ตามลำดับ ภิกษุยอมสละและแสดงข้อละเมิดใดพร้อมกันในท่ามกลางสงฆ์ ท่ามกลางคณะ และในสำนักภิกษุหนึ่ง เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกข้อละเมิดนั้นว่า นิสสัคคีย์ วิเคราะห์ปาจิตตีย์ เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าปาจิตตีย์ ตามลำดับ ความละเมิดยังกุศลธรรมให้ตกไป ทำอริยมรรคให้เสียไป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๑๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๕. ปาราชิกาทิอาปัตติ เป็นเหตุทำให้จิตลุ่มหลง เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกความละเมิดนั้นว่า ปาจิตตีย์ วิเคราะห์ปาฏิเทสนียะ เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าปาฏิเทสนียะ ตามลำดับ ภิกษุไม่มีญาติ หาโภชนะมาได้ยาก รับมาเองแล้วฉัน เรียกว่า ต้องธรรมที่น่าติเตียน ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ ภิกษุณีบงการอยู่ในสถานที่นิมนต์นั้น ตามความพอใจ ภิกษุไม่ห้ามแต่กลับฉันอยู่ในที่นั้น เรียกว่า ต้องธรรมที่น่าติเตียน ภิกษุไม่อาพาธ ไปสู่ตระกูลที่มีจิตศรัทธา แต่มีโภคทรัพย์น้อย ผู้ไม่ร่ำรวยแล้วฉันในที่นั้น เรียกว่า ต้องธรรมที่น่าติเตียน ภิกษุอยู่ในป่าที่น่าหวาดระแวงมีภัยน่ากลัว ฉันอาหารที่เขา ไม่ได้รับแจ้งไว้ก่อน ในที่นั้น เรียกว่า ต้องธรรมที่น่าติเตียน ภิกษุณีไม่มีญาติ ขอโภชนะที่ผู้อื่นยึดถือว่าเป็นของเรา คือ เนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด และนมเปรี้ยว ด้วยตนเอง ชื่อว่า ต้องธรรมที่น่าติเตียนในศาสนาของพระสุคต วิเคราะห์ทุกกฏ เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าทุกกฏ ตามลำดับ กรรมที่ผิด พลั้งพลาด จัดเป็นกรรมที่ทำไม่ดี คนทำความชั่วอันใดไว้ในที่แจ้งหรือในที่ลับ บัณฑิตทั้งหลายย่อมประกาศความชั่วนั้นว่า ทำชั่ว เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า ทุกกฏ วิเคราะห์ทุพภาสิต เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าทุพภาสิต ตามลำดับ บทใดอันภิกษุกล่าวไม่ดี พูดไม่ดี และเสื่อมเสีย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๑๗}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๕. ปาราชิกาทิอาปัตติ ทั้งวิญญูชนทั้งหลายย่อมติเตียนบทใด เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกข้อนั้นว่า ทุพภาสิต วิเคราะห์เสขิยะ เธอจงฟังอาบัติที่เราเรียกว่าเสขิยะ ตามลำดับ ข้อนั้นเป็นเบื้องต้น เป็นข้อประพฤติ เป็นทาง และเป็นข้อสังวรระวังของพระเสขะ ผู้กำลังศึกษา ผู้ดำเนินไปสู่เส้นทางตรง สิกขาทั้งหลายเช่นนี้ไม่มี เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกข้อนั้นว่า เสขิยะ อุปมาอาบัติ และอนาบัติ ยิ่งปิดยิ่งรั่ว เปิดแล้วไม่รั่ว เพราะฉะนั้น พึงเปิดสิ่งที่ปิด เมื่อเป็นดังนี้ สิ่งที่เปิดนั้นก็จะไม่รั่ว ป่าใหญ่เป็นที่พึ่งของหมู่มฤค อากาศเป็นทางไปของหมู่ปักษี ความเสื่อมเป็นคติของธรรมทั้งหลาย พระนิพพานเป็นภูมิที่ไปของพระอรหันต์ คาถาสังคณิกะ จบ หัวข้อประจำวาร สิกขาบทที่ทรงบัญญัติ ณ ๗ พระนคร วิบัติ ๔ อย่าง สิกขาบทของภิกษุและภิกษุณีที่ทั่วไป ที่ไม่ทั่วไป นี้เป็นถ้อยคำที่ประมวลไว้ด้วยคาถา เพื่ออนุเคราะห์พระศาสนา” คาถาสังคณิกะ จบ @เชิงอรรถ : @ วิ.จู. (แปล) ๗/๓๘๕/๒๘๕, ขุ.อุ. (แปล) ๒๕/๔๕/๒๖๘, ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๔๔๗/๔๑๕@ หมายถึงสังขตธรรมทั้งหลายมีความเสื่อมความพินาศ (วิ.อ. ๓/๓๓๙/๔๘๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๑๘}
สงฺฆาทิเสโสติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ สงฺโฆ ว เทติ ปริวาสํ มูลาย ปฏิกสฺสติ มานตฺตํ เทติ อพฺเภติ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าสังฆาทิเสสดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานเพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า สังฆาทิเสส. วิเคราะห์อนิยต
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
อนิยโตติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ อนิยโต น นิยโต อเนกํสิกตํ ปทํ ติณฺณมญฺญตรํ ฐานํ อนิยโตติ ปวุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า อนิยต ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. กองอาบัติชื่อว่าอนิยต เพราะไม่แน่ บทอันพระผู้มีพระภาคทรงทำแล้วโดยมิใช่ส่วนเดียว บรรดาฐานะ ๓ ฐานะอย่างใดอย่างหนึ่งเรียกว่าอนิยต. วิเคราะห์ถุลลัจจัย
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
ถุลฺลจฺจยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ เอกสฺส มูเล โย เทเสติ โย จ ตํ ปฏิคฺคณฺหติ อจฺจโย เตน สโม นตฺถิ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าถุลลัจจัยดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าว. ต่อไป ภิกษุแสดงอาบัติถุลลัจจัยในที่ใกล้ภิกษุรูปหนึ่ง และภิกษุรับอาบัตินั้นโทษเสมอด้วยถุลลัจจัยนั้นไม่มีเพราะเหตุนั้น จึงเรียกโทษนั้นว่า ถุลลัจจัย. วิเคราะห์นิสสัคคิยะ
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
นิสฺสคฺคิยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ สงฺฆมชฺเฌ คณมชฺเฌ เอกกสฺเสว เอกโต นิสฺสชฺชิตฺวา ยํ เทเสติ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่านิสสัคคิยะดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. ภิกษุเสียสละในท่ามกลางสงฆ์ ท่ามกลางคณะ และต่อหน้าภิกษุรูปหนึ่งๆ แล้วจึงแสดงข้อละเมิดใด เพราะเหตุนั้น จึงเรียกข้อละเมิดนั้นว่านิสสัคคิยะ วิเคราะห์ปาจิตตีย์
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
ปาจิตฺติยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ ปาเตติ กุสลํ ธมฺมํ อริยมคฺคํ อปรชฺฌติ จิตฺตสมฺโมหนฏฺฐานํ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าปาจิตตีย์ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. ความละเมิดยังกุศลธรรมให้ตก ย่อมฝืนต่ออริยมรรค เป็นเหตุแห่งความลุ่มหลงแห่งจิต เพราะเหตุนั้น จึงเรียกความละเมิดนั้นว่า ปาจิตตีย์. วิเคราะห์ปาฏิเทสนียะ
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
ปาฏิเทสนียนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ ภิกฺขุ อญฺญาตโก สนฺโต กิจฺฉา ลทฺธาย โภชนํ สามํ คเหตฺวา ภุญฺเชยฺย คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ นิมนฺตนาสุ ภุญฺชนฺโต ฉนฺทาย โวสาสติ ตตฺถ ภิกฺขุนี อนิวาเรตฺวา ตหึ ภุญฺเช คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ สทฺธาจิตฺตํ กุลํ คนฺตฺวา อปฺปโภคํ อนาฬฺหิยํ อคิลาโน ตหึ ภุญฺเช คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ โย เจ อรญฺเญ วิหรนฺโต สาสงฺเก สภยานเก อวิทิตํ ตหึ ภุญฺเช คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ ภิกฺขุนี อญฺญาติกา สนฺตา ยํ ปเรสํ มมายิตํ สปฺปิ เตลํ มธุ ผาณิตํ มจฺฉมํสํ อโถปิ ขีรํ ทธึ สยํ วิญฺญาเปยฺย ภิกฺขุนี คารยฺหปตฺตา สุคตสฺส สาสเน ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าปาฏิเทสนียะดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะ-กล่าวต่อไป. ภิกษุไม่มีญาติหาโภชนะได้ยากรับมาเองแล้วฉัน เรียกว่าต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ภิกษุณีสั่งเสียอยู่ในที่นั้นตามพอใจ ภิกษุไม่ห้ามฉันอยู่ในที่นั้น เรียกว่าต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุไม่อาพาธไปสู่ตระกูลที่มีจิตศรัทธา แต่มีโภคทรัพย์น้อย เขามิได้นำไปถวายแล้วฉันในที่นั้น เรียกว่า ต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุใดถ้าอยู่ในป่าที่น่ารังเกียจมีภัยจำเพาะหน้า ฉันภัตตาหารที่เขาไม่ได้บอกในที่นั้น เรียกว่าต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุณีไม่มีญาติขอโภชนะที่ผู้อื่นยึดถือว่าเป็นของเรา คือเนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด และนมส้ม ด้วยตนเองชื่อว่า ถึงธรรมที่น่าติในศาสนาของพระสุคต. วิเคราะห์ทุกกฏ
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
ทุกฺกฏนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ อปรทฺธํ วิรทฺธญฺจ ขลิตํ ยญฺจ ทุกฺกฏํ ยํ มนุสฺโส กเร ปาปํ อาวิ วา ยทิ วา รโห ทุกฺกฏนฺติ ปเวเทนฺติ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า ทุกกฏ ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. กรรมใดผิดพลั้งและพลาด กรรมนั้นชื่อว่าทำไม่ดี คนทำความชั่วอันใดในที่แจ้งหรือในที่ลับ บัณฑิตทั้งหลายย่อมประกาศความชั่วนั้นว่าทำชั่วเพราะเหตุนั้น กรรมนั่นจึงเรียกว่า ทุกกฏ. วิเคราะห์ทุพภาสิต
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
ทุพฺภาสิตนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ ทุพฺภาสิตํ ทุราภฏฺฐํ สงฺกิลิฏฺฐญฺจ ยํ ปทํ ยญฺจ วิญฺญู ครหนฺติ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าทุพภาสิตดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. บทใดอันภิกษุกล่าวไม่ดีพูดไม่ดีและเศร้าหมอง วิญญูชนทั้งหลายย่อมติเตียนบทใด เพราะเหตุนั้น บทนั้น จึงเรียกว่า ทุพภาสิต. วิเคราะห์เสขิยะ
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
เสขิยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ เสขสฺส สิกฺขมานสฺส อุชุมคฺคานุสาริโน อาทิ เจตํ จรณญฺจ มุขํ สญฺญมสํวโร สิกฺขา เอตาทิสา นตฺถิ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ ฉนฺนมติวสฺสติ วิวฏํ นาติวสฺสติ ตสฺมา ฉนฺนํ วิวเรถ เอวนฺตํ นาติวสฺสติ ฯ คติ มิคานํ ปวนํ อากาโส ปกฺขินํ คติ วิภโว คติ ธมฺมานํ นิพฺพานํ อรหโต คตีติ ฯ คาถาสงฺคณิกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตสฺสุทฺทานํ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าเสขิยะดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าว ต่อไป. ข้อนี้เป็นเบื้องต้น เป็นข้อประพฤติ เป็นทางและเป็นข้อระวัง คือสำรวม ของพระเสขะผู้ศึกษาอยู่ ผู้ดำเนินไปตามทางตรง สิกขาทั้งหลาย เช่นด้วยสิกขานั้นไม่มี เพราะเหตุนั้น สิกขานั้นจึงเรียกว่า เสขิยะ. อุปมาอาบัติและอนาบัติ เรือนคืออาบัติอันภิกษุปิดไว้ย่อมรั่ว เรือนคืออาบัติอันภิกษุเปิดแล้ว ย่อมไม่รั่ว เพราะฉะนั้น ภิกษุพึงเปิดเผยอาบัติที่ปิดไว้ เมื่อเป็นอย่างนั้น เรือนคืออาบัตินั้น ย่อมไม่รั่ว. ป่าใหญ่เป็นที่พึ่งของหมู่มฤค อากาศ เป็นทางไปของหมู่ปักษี ความเสื่อมเป็นคติของธรรมทั้งหลาย นิพพาน เป็นภูมิที่ไปของพระอรหันต์. คาถาสังคณิกะ จบ ----------------------------------------------------- หัวข้อประจำเรื่อง
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
สตฺตนคเรสุ ปญฺญตฺตา วิปตฺติ จตุโรปิ จ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนญฺจ สาธารณา อสาธารณา สาสนํ อนุคฺคหาย คาถาสงฺคณิกํ อิทนฺติ ฯ -----------
สิกขาบทที่ทรงบัญญัติใน ๗ พระนคร ๑ วิบัติ ๔ อย่าง ๑สิกขาบทของภิกษุและของภิกษุณีทั่วไป ๑ ไม่ทั่วไป ๑ นี้เป็นถ้อยคำที่รวมไว้ด้วยคาถา เพื่ออนุเคราะห์พระศาสนา. หัวข้อประจำเรื่อง จบ -----------------------------------------------------
Mahachula: this item falls within its §339, which began at an earlier item
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎกThe collection has no commentary tied to this unit yet
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 0 by SuttaCentral references · 1 by inference — no pair has been checked by a person yet