คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บาลี

อนฺตราภวกถา

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อันตราภวกถา

ฉบับมหาจุฬาฯ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) ๒. อันตราภวกถา (๗๔) ว่าด้วยอันตรภพ

บาลี

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ กามภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูปภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

สกวาที อันตราภพ มีอยู่หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นกามภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นอรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. อันตรภพ (ภพที่อยู่ในระหว่างตายกับเกิด)มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นกามภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นรูปภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นอรูปภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพมีอยู่ในระหว่างกามภพกับรูปภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๙๑ หน้า ๕๑ ในเล่มนี้ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐๕/๒๓๓)@ เพราะมีความเห็นว่า สัตว์หลังจากตายไป วิญญาณจะล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่(ช่วงนี้เองที่เรียกว่า อันตรภพ)@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า สัตว์หลังจากตายไป วิญญาณก็ปฏิสนธิทันที@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๐๕/๒๓๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๗}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) สก. อันตรภพมีอยู่ในระหว่างรูปภพกับอรูปภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพไม่มีในระหว่างกามภพกับรูปภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากอันตรภพไม่มีในระหว่างกามภพกับรูปภพ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “อันตรภพมีอยู่” สก. อันตรภพไม่มีในระหว่างรูปภพกับอรูปภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากอันตรภพไม่มีในระหว่างรูปภพกับอรูปภพ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “อันตรภพมีอยู่”

บาลี

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ กามภวสฺส จ รูปภวสฺส จ อนฺตเร อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปภวสฺส จ อรูปภวสฺส จ อนฺตเร อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ ภพในระหว่าง ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ในระหว่างรูปภพและอรูปภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๕๐๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

กามภวสฺส จ รูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามภวสฺส จ รูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ รูปภวสฺส จ อรูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ รูปภวสฺส จ อรูปภวสฺส จ อนฺตเร นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่าอันตราภพมีอยู่ ป. อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างรูปภพกับอรูปภพหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างรูปภพกับอรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่าอันตราภพมีอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๕๐๕ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ ปญฺจมี สา โยนิ ฉฏฺฐมี สา คติ อฏฺฐมี สา วิญฺญาณฏฺฐิติ ทสโม โส สตฺตาวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพนั้น เป็นกำเนิดที่ห้า เป็นคติที่หก เป็นวิญญาณฐิติที่แปดเป็นสัตตาวาสที่สิบ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิดเป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพเป็นปัญจโวการภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพนั้นจัดเป็นกำเนิดที่ ๕ เป็นคติที่ ๖ เป็นวิญญาณฐิติที่ ๘ เป็นสัตตาวาสที่ ๑๐ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพจัดเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิดเป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) สก. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพมีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพมีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อันตรภพเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี

อตฺถิ กามภโว กามภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภโว อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ กามภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ กามภวูปคา สตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. กามภพมีอยู่ กามภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามภพมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในกามภพหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามภพ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพ เป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. กามภพมีอยู่ กามภพเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพมีอยู่ อันตรภพเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงกามภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงกามภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามภพ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) สก. อันตรภพมีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในกามภพ มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพมีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามภพเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปภพมีอยู่ รูปภพเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพมีอยู่ อันตรภพเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงรูปภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๐}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) สก. ในรูปภพ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพมีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในรูปภพ มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในอันตรภพ มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปภพเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรูปภพมีอยู่ อรูปภพเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพมีอยู่ อันตรภพเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงอรูปภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กรรมที่ให้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ผู้เข้าถึงอรูปภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) สก. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในอรูปภพ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในอันตรภพ มีสัตว์เกิด แก่ ตาย จุติ ปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในอรูปภพ มีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในอันตรภพ มีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรูปภพเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อันตรภพเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี

อตฺถิ รูปภโว รูปภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภโว อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปภวูปคา สตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว อตฺถิ รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว ปญฺจโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. รูปภพมีอยู่ รูปภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่ อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงรูปภพ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงรูปภพมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในรูปภพหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในรูปภพ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปภพเป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพเป็นปัญจโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๕๐๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

อตฺถิ อรูปภโว อรูปภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภโว อนฺตราภโว ภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรูปภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคํ กมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรูปภวูปคา สตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนฺตราภวูปคา สตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว สตฺตา ชายนฺติ ชิยฺยนฺติ มิยฺยนฺติ จวนฺติ อุปปชฺชนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปภเว อตฺถิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภเว อตฺถิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปภโว จตุโวการภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อนฺตราภโว จตุโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. อรูปภพ มีอยู่ อรูปภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพ มีอยู่ อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอรูปภพ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอรูปภพ มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพ มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอรูปภพหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอันตราภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรูปภพเป็นจตุโวการภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพเป็นจตุโวการภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๕๐๗ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพสญฺเญว สตฺตานํ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺเพสญฺเญว สตฺตานํ นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺเพสญฺเญว สตฺตานํ นตฺถิ อตฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. อันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับสัตว์ทั้งปวงทีเดียว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับสัตว์ทั้งปวงทีเดียว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับสัตว์ทั้งปวงทีเดียว ก็ต้องไม่กล่าวว่าอันตราภพมีอยู่

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ทั้งปวงนั่นแหละมีอันตรภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัตว์ทั้งปวงนั่นแหละไม่มีอันตรภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากสัตว์ทั้งปวงนั่นแหละไม่มีอันตรภพ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “อันตรภพมีอยู่”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๒}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) สก. อันตรภพมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ทำอนันตริยกรรมมีอันตรภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ทำอนันตริยกรรมไม่มีอันตรภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรมไม่มีอันตรภพ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “อันตรภพมีอยู่” สก. บุคคลผู้ไม่ทำอนันตริยกรรมมีอันตรภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ทำอนันตริยกรรมมีอันตรภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ทำอนันตริยกรรมไม่มีอันตรภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่ทำอนันตริยกรรมไม่มีอันตรภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้เข้าถึงนรก ฯลฯ ผู้เข้าถึงอสัญญสัตว์ ฯลฯ ผู้เข้าถึงอรูปภพมีอันตรภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพไม่มีอันตรภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพไม่มีอันตรภพ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “อันตรภพมีอยู่”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๓}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๒. อันตราภวกถา (๗๔) สก. บุคคลผู้ไม่เข้าถึงอรูปภพมีอันตรภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพมีอันตรภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพไม่มีอันตรภพใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้ไม่เข้าถึงอรูปภพไม่มีอันตรภพใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี

อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. อันตราภพมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้กระทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม ก็ต้องไม่กล่าวว่า อันตราภพมีอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๕๐๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นอานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ นอานนฺตริยสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิรยูปคสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อสญฺญสตฺตูปคสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโว โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ

ฉบับหลวง

ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่ทำอนันตริยกรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงนรก ฯลฯ สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอสัญญสัตว์ ฯลฯ สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่าอันตราภพมีอยู่

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๕๐๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

นอรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ นอรูปูปคสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพมีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงรูปภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อันตราภพไม่มีอยู่สำหรับบุคคลผู้ไม่เข้าถึงอรูปภพ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ: ข้อนี้อยู่ในข้อ ๕๐๘ ของฉบับมหาจุฬาฯ ซึ่งเริ่มที่ข้อก่อนหน้า

บาลี

น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนฺตราปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนฺตราปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถิ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อนฺตราปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปหจฺจปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ อุปหจฺจภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตรา- ปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ อนฺตราภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขารปรินิพฺพายิปุคฺคโล ฯเปฯ สสงฺขารปรินิพฺพายิปุคฺคโล อตฺถีติ กตฺวา อตฺถิ สสงฺขารภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนฺตราภวกถา ฯ -------

ฉบับหลวง

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อันตราภพมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้อันตราปรินิพพายี มีอยู่ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้อันตราปรินิพพายีมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าอันตราภพมีอยู่ ส. อันตราภพ ชื่อว่ามีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อันตราปรินิพพายีมีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อุปหัจจปรินิพพายีมีอยู่ อุปหัจจภพก็ชื่อว่ามีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อันตราภพ ชื่อว่ามีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อันตราปรินิพพายีมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะทำอธิบายว่า บุคคลผู้อสังขารปรินิพพายีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลผู้สสังขารปรินิพพายีมีอยู่ สสังขารภพก็ชื่อว่ามีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อันตราภวกถา จบ -----------------------------------------------------

จุฬาฯ ข้อ ๕๐๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อันตรภพมีอยู่” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อันตราปรินิพพายีบุคคลมีอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากอันตราปรินิพพายีบุคคลมีอยู่ ท่านจึงควรยอมรับว่า “อันตรภพมีอยู่” สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “อันตราปรินิพพายีบุคคลมีอยู่” จึงยอมรับว่า“อันตรภพมีอยู่” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “อุปหัจจปรินิพพายีบุคคลมีอยู่” จึงยอมรับว่า“อุปหัจจภพมีอยู่” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “อันตราปรินิพพายีบุคคลมีอยู่” จึงยอมรับว่า“อันตรภพมีอยู่” ใช่ไหม ปร. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๓. กามคุณกถา (๗๕) สก. เพราะท่านเข้าใจว่า “อสังขารปรินิพพายีบุคคลมีอยู่ ฯลฯ สสังขาร-ปรินิพพายีบุคคลมีอยู่” จึงยอมรับว่า “สสังขารภพมีอยู่” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อันตราภวกถา จบ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

1 คัมภีร์ · 19 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก

เปิดหน้าของฉบับนี้ · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๘ อันตราภวกถา

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ในหน่วยนี้: 5 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ