คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. โคตมเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระโคตมเถระ
๗. โคตมเถรคาถา ภาษิตของพระโคดมเถระ (พระโคดมเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
|๓๗๖.๕๘๗| ๗ วิชาเนยฺย สกํ อตฺถํ อวโลเกยฺยาถ ปาวจนํ ยญฺเจตฺถ อสฺส ปฏิรูปํ สามญฺญํ อชฺฌุปคตสฺส ฯ |๓๗๖.๕๘๘| มิตฺตํ อิเธว กลฺยาณํ สิกฺขา วิปุลํ สมาทานํ สุสฺสูสา จ ครูนํ เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๘๙| พุทฺเธสุ สคารวตา ธมฺเม อปจิติ ยถาภูตํ สงฺเฆ จ จิตฺติกาโร เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๙๐| อาจารโคจเร ยุตฺโต อาชีโว โสธิโต อคารโยฺห จิตฺตสฺส จ สณฺฐปนํ เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๙๑| จาริตฺตํ อถ วาริตฺตํ อิริยาปถิยํ ปสาทนิยํ อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๙๒| อารญฺญกานิ เสนาสนานิ ปนฺตานิ อปฺปสทฺทานิ ภชิตพฺพานิ มุนินา เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๙๓| สีลญฺจ พาหุสจฺจญฺจ ธมฺมานํ ปวิจโย ยถาภูตํ สจฺจานํ อภิสมโย เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๙๔| ภาเวยฺย จ อนิจฺจนฺติ อนตฺตสญฺญํ อสุภสญฺญญฺจ โลกมฺหิ จ อนภิรตึ เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๙๕| ภาเวยฺย จ โพชฺฌงฺเค อิทฺธิปาทานิ อินฺทฺริยพลานิ อฏฺฐงฺคมคฺคมริยํ เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปํ ฯ |๓๗๖.๕๙๖| ตณฺหํ ปชเหยฺย มุนี สมูลเก อาสเว ปทาเลยฺย วิหเรยฺย วิปฺปมุตฺโต เอตํ สมณสฺส ปฏิรูปนฺติ ฯ โคตโม เถโร ฯ อุทฺทานํ กาฬุทายี จ โส เถโร เอกวิหารี จ กปฺปิโน จูฬปนฺถโก กปฺโป จ อุปเสโน จ โคตโม สตฺติเม ทสเก เถรา คาถาโย เจตฺถ สตฺตตีติ ฯ ทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ -----------
บุคคลพึงรู้จักประโยชน์ของตน พึงตรวจตราดูคำสั่งสอนของพระ ศาสดา และพึงตรวจตราสิ่งที่สมควรแก่กุลบุตร ผู้เข้าถึงซึ่ง ความเป็นสมณะในศาสนานี้ การมีมิตรดี การสมาทานสิกขา ให้บริบูรณ์ การเชื่อฟังต่อครูทั้งหลาย ข้อนี้ล้วนแต่สมควรแก่ สมณะ ในศาสนานี้ ความเคารพในพระพุทธเจ้า ความยำ เกรงในพระธรรมและพระสงฆ์ตามความเป็นจริงข้อนี้ ล้วนสมควร แก่สมณะ การประกอบในอาจาระและโคจร อาชีพที่หมดจด อัน บัณฑิตไม่ติเตียน การตั้งจิตไว้ชอบนี้ ล้วนแต่สมควรแก่สมณะ จาริตศีลและวาริตศีล การเปลี่ยนอิริยาบถอันน่าเลื่อมใส และ การประกอบในอธิจิต ก็ล้วนแต่สมควรแก่สมณะ เสนาสนะ ป่าอันสงบ ปราศจากเสียงอึกทึก มุนีพึงคบหา นี้เป็นของสม ควรแก่สมณะ จตุปาริสุทธศีล พาหุสัจจะ การเลือกเฟ้น ธรรมตามความเป็นจริง การตรัสรู้อริยสัจ นี้ก็ล้วนแต่สมควร แก่สมณะ ข้อที่บุคคลมาเจริญอนิจจสัญญาในสังขารทั้งปวงว่า สังขาร ทั้งปวงไม่เที่ยง เจริญอนัตตสัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา และเจริญอสุภสัญญาว่า กรัชกายนี้ไม่น่ายินดีในโลก นี้ก็ล้วนแต่ สมควรแก่สมณะ การที่บุคคลมาเจริญโพชฌงค์ ๗ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ และอริยมรรคมีองค์ ๘ ก็ล้วนสมควรแก่สมณะ การที่บุคคลผู้เป็นมุนีมาละตัณหาทำลายอาสวะ พร้อมทั้งรากเหง้า เป็น ผู้หลุดพ้นจากอาสวะกิเลสอยู่ ก็ล้วนแต่สมควรแก่สมณะ. ----------------------------------------------------- ในทสกนิบาตนี้ พระเถระ ๗ องค์ คือ พระกาฬุทายีเถระ ๑ พระเอกวิหาริยเถระ ๑ พระมหากัปปินเถระ ๑ พระจูฬปันถกเถระ ๑ พระกัปปเถระ ๑ พระอุปเสนวังคันตปุตตเถระ ๑ พระโคตมเถระ ๑ ได้เปล่งอุทานคาถาองค์ละ ๑๐ คาถา รวมเป็น ๗๐ คาถา ฉะนี้แล. จบ ทสกนิบาต. -----------------------------------------------------
บุคคลพึงรู้จักประโยชน์ของตน ๑ พึงตรวจดูปาพจน์ ๑ พึงตรวจตราสิ่งที่สมควรในศาสนานี้ ของกุลบุตรผู้เข้าถึงความเป็นสมณะ ๑ @เชิงอรรถ : @ ธรรมและวินัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประกาศไว้แล้ว (ขุ.เถร.อ. ๒/๕๘๗/๒๓๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๐. ทสกนิบาต] ๗. โคตมเถรคาถา
มิตรดี ๑ การสมาทานสิกขาให้บริบูรณ์ ๑ การเชื่อฟังครูทั้งหลาย ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะในศาสนานี้
ความเคารพในพระพุทธเจ้า ๑ ความนอบน้อมในพระธรรมตามความเป็นจริง ๑ การทำความยำเกรงในพระสงฆ์ ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ
ภิกษุผู้ประกอบในอาจาระและโคจร ๑ ผู้ชำระอาชีพให้บริสุทธิ์ ซึ่งท่านผู้รู้ไม่ตำหนิติเตียน ๑ การตั้งจิตไว้ชอบ ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ
จาริตศีล ๑ วาริตศีล ๑ การผลัดเปลี่ยนอิริยาบถที่น่าเลื่อมใส ๑ การประกอบเนืองๆ ในอธิจิต ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ
เสนาสนะป่า ๑ ที่สงัด ๑ ที่เงียบ ๑ ที่มุนีอยู่อาศัย ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ
จตุปาริสุทธิศีล ๑ พาหุสัจจะ ๑ การพิจารณาค้นคว้าธรรมตามความเป็นจริง ๑ การรู้แจ้งอริยสัจ ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ
ข้อที่บุคคลพึงเจริญอนิจจสัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง ๑ เจริญอนัตตสัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ๑ เจริญอสุภสัญญา ๑ เจริญอนภิรติสัญญาในโลก ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ
ข้อที่บุคคลพึงเจริญโพชฌงค์ ๑ อิทธิบาท ๑ อินทรีย์ ๑ พละ ๑ อริยัฏฐังคิกมรรค ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๐. ทสกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต
พระมุนีพึงละตัณหา ๑ ทำลายอาสวะพร้อมทั้งรากเหง้า ๑ พึงอยู่อย่างผู้มีจิตหลุดพ้น ๑ นี้เป็นการสมควรแก่สมณะ ทสกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. พระกาฬุทายีเถระ ๒. พระเอกวิหาริยเถระ ๓. พระมหากัปปินเถระ ๔. พระจูฬปันถกเถระ ๕. พระกัปปเถระ ๖. พระวังคันตปุตตอุปเสนเถระ ๗. พระโคตมเถระ ในทสกนิบาตนี้ มีพระเถระ ๗ รูปนี้ และมี ๗๐ คาถา ฉะนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๒}
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อรรถกถา
คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก1 คัมภีร์ · 95 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก
เปิดหน้าของฉบับนี้ · ขุททกนิกาย เถรคาถา ทสกนิบาต ๗. โคตมเถรคาถาคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ
ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ
ในหน่วยนี้: 0 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 10 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ