คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บาลี

๒ มหาหํสชาตกํ

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ ๒. มหาหังสชาดก หงส์ชื่อสุมุขะ ไม่ละทิ้งพระยาหงส์ผู้ติดบ่วง

ฉบับมหาจุฬาฯ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) ว่าด้วยพญาหงส์ติดบ่วง (พญาหงส์โพธิสัตว์ได้กล่าว ๓ คาถาว่า)

ฉบับมหาจุฬาฯ ของหน่วยนี้แสดงเป็นช่วงเดียวท้ายหน่วย (ข้อ ๘๙–๑๙๑ ตามเลขของฉบับมหาจุฬาฯ) ไปที่ฉบับมหาจุฬาฯ

บาลี

|๑๙๙.๑| เอเต หํสา ปกฺกมนฺติ วงฺกงฺคา ภยเมริตา หริตฺตจ เหมวณฺณ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ |๑๙๙.๒| โอหาย มํ ญาติคณา เอกํ ปาสวสํ คตํ อนเปกฺขมานา คจฺฉนฺติ กึ เอโก อวหียสิ ฯ |๑๙๙.๓| ปเตว ปตตํ เสฏฺฐ นตฺถิ พนฺเธ สหายตา มา อนีฆาย หาเปสิ กามํ สุมุข ปกฺกม ฯ

ฉบับหลวง

หงส์เหล่านั้นถูกภัยคุกคามแล้ว ย่อมบินหนีไป ดูกรสุมุขะ ผู้มีขน เหลือง มีผิวพรรณดังทอง ท่านจงบินหนีไปตามความปรารถนาเถิด หมู่ญาติละทิ้งเราซึ่งตกอยู่ในอำนาจบ่วงตัวเดียว บินหนีไปไม่เหลียว หลังเลย ท่านจะอยู่ผู้เดียวทำไม ดูกรสุมุขะผู้ประเสริฐกว่าหงส์ทั้งหลาย ท่านจงกลับไปเสียเถิด ความเป็นสหายในเราผู้ติดบ่วงย่อมไม่มี ท่าน อย่าคลายความเพียรเพื่อความไม่มีทุกข์ จงหนีไปเสียตามความปรารถนา เถิด.

บาลี

|๒๐๐.๑| นาหํ ทุกฺขปเรโตปิ ธตรฏฺฐ ตุวํ ชเห ชีวิตํ มรณํ วา เม ตยา สทฺธึ ภวิสฺสติ ฯ |๒๐๐.๒| นาหํ ทุกฺขปเรโตปิ ธตรฏฺฐ ตุวํ ชเห น มํ อนริยสํยุตฺเต กมฺเม โยเชตุมรหสิ ฯ |๒๐๐.๓| สกุมาโร สขา ตฺยสฺมิ สจิตฺเตสฺมิ เต ฐิโต ญาโต เสนาปติ ตฺยาหํ หํสานํ ปวรุตฺตม |๒๐๐.๔| กถมหํ วิกตฺถิสฺสํ ญาติมชฺเฌ อิโต คโต ตํ หิตฺวา ปตตํ เสฏฺฐ กินฺเต วกฺขามิโต คโต อิธ ปาณํ จชิสฺสามิ นานริยํ กตฺตุมุสฺสเห ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระยาหงส์ธตรฐ ก็ข้าพระองค์แม้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้า ก็จะ ไม่ละทิ้งพระองค์เลย ความเป็นอยู่หรือความตายของข้าพระองค์จักมี พร้อมกับพระองค์ ข้าแต่พระยาหงส์ธตรฐ ก็ข้าพระองค์ แม้มีความ ทุกข์เป็นเบื้องหน้าก็จะไม่ละทิ้งพระองค์เลย พระองค์ไม่ควรจะชักชวน ข้าพระองค์ให้ประกอบในกรรมอันประกอบด้วยความเป็นคนไม่ประเสริฐ เลย ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย ข้าพระองค์เป็น สหายสหชาติของพระองค์ เป็นผู้ดำรงอยู่ในจิตของพระองค์ ใครๆ ก็รู้ ว่าข้าพระองค์เป็นเสนาบดีของพระองค์ ข้าพระองค์ไปจากที่นี่แล้ว จะ กล่าวอวดอ้างในท่ามกลางหมู่ญาติได้อย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ กว่าหงส์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ละทิ้งพระองค์ไปจากที่นี่แล้ว จะกล่าวกะ ฝูงหงส์เหล่านั้นได้อย่างไร ข้าพระองค์จักยอมสละชีวิตไว้ในที่นี้ ไม่ สามารถจะทำกิจของคนผู้ไม่ประเสริฐได้.

บาลี

|๒๐๑.๑| เอโส หิ ธมฺโม สุมุข ยํ ตฺวํ อริยปเถ ฐิโต โย ภตฺตารํ สขารํ มํ น ปริจฺจตฺตุมุสฺสเห ฯ |๒๐๑.๒| ตญฺหิ เม เปกฺขมานสฺส ภยํ นเตฺวว ชายติ อธิคจฺฉสิ ตฺวํ มยฺหํ เอวํภูตสฺส ชีวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสุมุขะ ท่านไม่อาจจะละทิ้งเราผู้เป็นทั้งนายทั้งสหายชื่อว่าตั้งอยู่ใน ทางอันประเสริฐ นี้แลเป็นธรรมเนียมของโบราณกบัณฑิตทั้งหลาย จริงอยู่ เมื่อเรายังเห็นท่าน ความกลัวย่อมไม่เกิดขึ้นเลย ท่านจักให้เรา ผู้เป็นอยู่อย่างนี้รอดชีวิตได้.

บาลี

|๒๐๒.๑| อิจฺเจวํ มนฺตยนฺตานํ อริยานํ อริยวุตฺตินํ ทณฺฑมาทาย เนสาโท อาปตี ตุริโต ภุสํ ฯ |๒๐๒.๒| ตมาปตนฺตํ ทิสฺวาน สุมุโข อติพฺรูหยิ อฏฺฐาสิ ปุรโต รญฺโญ หํโส วิสฺสาสยํ พฺยถํ ฯ |๒๐๒.๓| มา ภายิ ปตตํ เสฏฺฐ น หิ ภายนฺติ ตาทิสา อหํ โยคํ ปยุญฺชิสฺสํ ยุตฺตํ ธมฺมูปสญฺหิตํ เตน ปริยาปทาเนน ขิปฺปํ ปาสา ปโมกฺขสิ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อสุวรรณหงส์ทั้งสองผู้ประเสริฐ ผู้ประพฤติธรรมอันประเสริฐ กำลัง โต้ตอบกันด้วยประการฉะนี้ นายพรานถือท่อนไม้กระชับแน่นรีบเดิน เข้ามา สุมุขหงส์เห็นนายพรานนั้นกำลังเดินมา จึงได้ร้องเสียงดังยืนอยู่ ข้างหน้าพระยาหงส์ปลอบพระยาหงส์ผู้หวาดกลัวให้เบาใจด้วยคำว่าข้าแต่ พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหงส์ทั้งหลาย อย่าทรงกลัวเลย ด้วยว่า บุคคลทั้ง หลายเช่นกับพระองค์ย่อมไม่กลัว ข้าพระองค์จะประกอบความเพียรอัน สมควร ประกอบด้วยธรรม พระองค์จะพ้นจากบ่วงด้วยความเพียรอัน ผ่องแผ้วนั้นได้โดยพลัน.

บาลี

|๒๐๓.๑| ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา สุมุขสฺส สุภาสิตํ ปหฏฺฐโลโม เนสาโท อญฺชลิสฺสูปนามยิ ฯ |๒๐๓.๒| น เม สุตํ วา ทิฏฺฐํ วา ภาสนฺโต มานุสึ ทิโช อริยํ พฺรูหนฺโต วงฺกงฺโค จชนฺโต มานุสึ คิรํ ฯ |๒๐๓.๓| กินฺนุ ตายํ ทิโช โหติ มุตฺโต พนฺธํ อุปาสสิ โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ เอโก อวหียสิ ฯ

ฉบับหลวง

นายพรานได้ฟังคำสุภาษิตของสุมุขหงส์นั้น แล้วขนลุกชูชันนอบน้อม อัญชลีแก่สุมุขหงส์แล้วถามว่า เราไม่เคยได้ฟังหรือไม่เคยได้เห็นนกพูด ภาษามนุษย์ได้ ท่านแม้จะเป็นนกก็พูดภาษาอันประเสริฐ เปล่งวาจา ภาษามนุษย์ได้ พระยาหงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับท่านหรือ ท่านพ้นแล้วทำไม จึงเฝ้าหงส์ผู้ติดบ่วงอยู่ หงส์ทั้งหลายพากันละทิ้งไปหมด เพราะเหตุใด ท่านจึงยังอยู่ผู้เดียว.

บาลี

|๒๐๔.๑| ราชา เม โส ทิชามิตฺต เสนาปจฺจสฺส การยึ ตมาปเท ปริจฺจตฺตุํ นุสฺสเห วิหคาธิปํ ฯ |๒๐๔.๒| มหาคณายํ ภตฺตา เม มา เอโก พฺยสนํ อคา ยถา ตํ สมฺม เนสาท ภตฺตายํ อภิโต รเม ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนายพรานผู้เป็นศัตรูของนก พระยาหงส์นั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า ทรง ตั้งข้าพเจ้าให้เป็นเสนาบดี ข้าพเจ้าไม่สามารถจะละทิ้งพระองค์ผู้เป็น อธิบดีของหงส์ ในคราวมีอันตรายได้ พระยาหงส์นี้เป็นนายของหมู่หงส์ เป็นอันมากและของข้าพเจ้า อย่าให้พระองค์ผู้เดียวพึงถึงความพินาศ เสียเลย ดูกรนายพรานผู้สหาย เพราะเหตุที่พระยาหงส์นี้เป็นนายของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงยินดีรื่นรมย์อยู่.

บาลี

อริยวุตฺติ วงฺกงฺค โย ปิณฺฑมปจายสิ จชามิ เต ตํ ภตฺตารํ คจฺฉถูโภ ยถาสุขํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรหงส์ ท่านย่อมนอบน้อมก้อนอาหาร ชื่อว่ามีประพฤติธรรมอัน ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะปล่อยนายของท่าน ท่านทั้งสองจงไปตามสบายเถิด.

บาลี

|๒๐๖.๑| สเจ อตฺตปฺปโยเคน โอหิโต หํสปกฺขินํ ปฏิคฺคณฺหาม เต สมฺม เอตํ อภยทกฺขิณํ ฯ |๒๐๖.๒| โน เจ อตฺตปฺปโยเคน โอหิโต หํสปกฺขินํ อนิสฺสโร มุญฺจํ อเมฺห เถยฺยํ กยิราสิ ลุทฺทก ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสหาย ถ้าท่านดักหงส์และนกทั้งหลายด้วยประโยชน์ของตน ข้าพเจ้าจะขอรับทักษิณาอภัยของท่านนี้ ดูกรนายพราน ถ้าท่านไม่ได้ดัก หงส์และนกทั้งหลายด้วยประโยชน์ของตนท่านไม่มีอิสระ ถ้าท่านปล่อย เราทั้งสองเสีย ท่านก็ชื่อว่ากระทำความเป็นขโมย.

บาลี

ยสฺส ตฺวํ ภตโก รญฺโญ กามํ ตสฺเสว ปาปย ตสฺส สํยมโน ราชา ยถาภิญฺญํ กริสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ท่านเป็นคนรับใช้ของพระราชาพระองค์ใด จงนำข้าพเจ้าไปให้ถึงพระ- ราชาพระองค์นั้น ตามปรารถนาเถิด พระเจ้าสัญญมนะจักทรงกระทำตาม พระประสงค์ในพระราชนิเวศน์นั้น.

บาลี

|๒๐๘.๑| อิจฺเจวํ วุตฺโต เนสาโท เหมวณฺเณ หริตฺตเจ อุโภ หตฺเถหิ ปคฺคยฺห ปญฺชเร อชฺฌโวทหิ ฯ |๒๐๘.๒| เต ปญฺชรคเต ปกฺขี อุโภ ภสฺสรวณฺณิเน สุมุขํ ธตรฏฺฐญฺจ ลุทฺโท อาทาย ปกฺกมิ ฯ

ฉบับหลวง

นายพรานอันสุมุขหงส์กล่าวด้วยประการอย่างนี้แล้ว จึงเอามือทั้งสอง ประคองพระยาหงส์ทองผู้มีสีดังทองคำ ค่อยๆ วางลงในกรง นายพราน พาพระยาหงส์ทั้งสองผู้มีผิวพรรณอันผุดผ่อง คือสุมุขหงส์และพระยาหงส์ ธตรฐซึ่งอยู่ในกรงหลีกไป.

บาลี

|๒๐๙.๑| หริยมาโน ธตรฏฺโฐ สุมุขํ เอตทพฺรวิ พาฬฺหํ ภายามิ สุมุข สามาย ลกฺขณูรุยา อสฺมากํ วธมญฺญาย อถตฺตานํ วธิสฺสติ ฯ |๒๐๙.๒| ปากหํสา จ สุมุข สุเหมา เหมสุตฺตจา โกญฺจี สมุทฺทตีเรว กปณา นูน รุจฺจติ ฯ

ฉบับหลวง

พระยาหงส์ธตรฐอันนายพรานนำไปอยู่ได้กล่าวกะสุมุขหงส์ว่าดูกรสุมุขะ เรากลัวนัก ด้วยนางหงส์ผู้มีผิวพรรณดังทองคำมีขาได้ลักษณะ นาง รู้ว่าเราถูกฆ่า ก็จักฆ่าตนเสียโดยแท้ ดูกรสุมุขะ ก็ราชธิดาของพระยา ปากหงส์ นามว่าสุเหมามีผิวงามดังทองคำจักร่ำไห้อยู่ เหมือนนางนก กระเรียนผู้กำพร้าร่ำไห้อยู่ที่ริมฝั่งสมุทรฉะนั้นเป็นแน่.

บาลี

|๒๑๐.๑| เอวํ มหนฺโต โลกสฺส อปฺปเมยฺโย มหาคณี เอกิตฺถิมนุโสเจยฺย นยิทํ ปญฺญวโตมิว ฯ |๒๑๐.๒| วาโตว คนฺธมาเทติ อุภยํ เฉกปาปกํ พาโล อามกปกฺกํว โลโล อนฺโธว อามิสํ ฯ |๒๑๐.๓| อวินิจฺฉยญฺญู อตฺเถสุ มนฺโทว ปฏิภาสิ มํ กิจฺจากิจฺจํ น ชานาสิ สมฺปตฺโต กาลปริยายํ ฯ |๒๑๐.๔| อฑฺฒุมฺมตฺโต อุทีเรสิ โย เสยฺโย มญฺญสิตฺถิโย พหุสาธารณา เหตา โสณฺฑานํว สุราฆรํ ฯ |๒๑๐.๕| มายา เจตา มรีจีว โสกา โรคา จุปทฺทวา ขราว พนฺธนา เจตา มจฺจุปาสา คุหาสยา ตาสุ โย วิสฺสเส โปโส โส นเรสุ นราธโม ฯ

ฉบับหลวง

การที่พระองค์เป็นใหญ่กว่าโลกคือ หงส์ ใครๆ ไม่สามารถจะประมาณ คุณได้ เป็นครูของหมู่คณะใหญ่ พึงตามเศร้าโศกถึงหญิงคนเดียวอย่าง นี้ เหมือนไม่ใช่ของผู้มีปัญญา ลมย่อมพัดพานทั้งกลิ่นหอมและกลิ่น เหม็น เด็กอ่อนย่อมเก็บผลไม้ทั้งดิบทั้งสุก คนตาบอดผู้โลภในรสย่อม ถือเอาอาหาร ฉันใด ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น พระองค์ไม่รู้จักตัดสินในเหตุ ทั้งหลายปรากฏแก่ข้าพระองค์เหมือนคนเขลา พระองค์จะถึงมรณกาล แล้ว ยังไม่ทรงทราบกิจที่ควรและไม่ควร พระองค์เห็นจะเป็นกึ่งคนบ้า บ่นเพ้อไปต่างๆ ทรงสำคัญหญิงว่าเป็นผู้ประเสริฐ แท้จริงหญิงเหล่านี้ เป็นของทั่วไปแก่คนเป็นอันมาก เหมือนโรงสุราเป็นสถานที่ทั่วไปแก่ พวกนักเลงสุรา ฉะนั้น อนึ่ง หญิงเหล่านี้มีมารยาเหมือนพยับแดด เป็นเหตุแห่งความเศร้าโศก เป็นเหตุเกิดโรคและอันตราย อนึ่ง หญิง เหล่านี้เป็นคนหยาบคาย เป็นเครื่องผูกมัด เป็นบ่วง เป็นถ้ำที่อยู่ของ มัจจุราช บุรุษใดพึงหลงระเริงใจในหญิงเหล่านั้น บุรุษนั้นชื่อว่าเป็น คนเลวทรามในหมู่นระ.

บาลี

|๒๑๑.๑| ยํ วุฑฺเฒหิ อุปญฺญาตํ โก ตํ นินฺทิตุมรหติ มหาภูติตฺถิโย นาม โลกสฺมึ อุปปชฺชิสุํ ฯ |๒๑๑.๒| ขิฑฺฑา ปณิหิตา ตาสุ รติ ตาสุ ปติฏฺฐิตา วีชานิ ตาสุ รูหนฺติ ยทิทํ สตฺตา ปชายเร ตาสุ โก นิพฺพิเช โปโส ปาณมาสชฺช ปาณิภิ ฯ |๒๑๑.๓| ตฺวเมว นาญฺโญ สุมุข ถีนํ อตฺเถสุ ยุญฺชสิ ตสฺส ตฺยชฺช ภเย ชาเต ภีเตน ชายเต มติ ฯ |๒๑๑.๔| สพฺโพ หิ สํสยํ ปตฺโต ภยํ ภีรุ ติติกฺขติ ปณฺฑิตา หิ มหนฺตาโน อตฺเถ ยุญฺชนฺติ ทุยฺยุเช ฯ |๒๑๑.๕| เอตทตฺถาย ราชาโน สูรมิจฺฉนฺติ มนฺตินํ ปฏิพาหติ ยํ สูโร อาปทํ อตฺตปริยายํ ฯ |๒๑๑.๖| มา โน อชฺช วิกนฺตึสุ รญฺโญ สูทา มหานเส ตถาหิ วณฺโณ ปตฺตานํ ผลํ เวฬุํว ตํ วธิ ฯ |๒๑๑.๗| มุตฺโตปิ เนจฺฉสิ อุฑฺเฑตุํ สยํ พนฺธํ อุปาคมิ โสปชฺช สํสยํ ปตฺโต อตฺถํ คณฺหาหิ มา มุขํ ฯ

ฉบับหลวง

วัตถุใด อันท่านผู้เจริญทั้งหลายรู้จักดีแล้ว ใครควรจะติเตียนวัตถุนั้นเล่า ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลายมีบุญมาก เกิดแล้วในโลก ความคะนองอันบุคคล ตั้งไว้แล้วในหญิงเหล่านั้น ความยินดีอันบุคคลตั้งเฉพาะไว้แล้วในหญิง เหล่านั้น พืชทั้งหลาย (มีพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระ- อริยสาวกและพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น) ย่อมงอกขึ้นในหญิงเหล่านั้น สัตว์เหล่านั้นพึงเจริญ บุรุษไรมาเกี่ยวข้องชีวิตหญิงด้วยชีวิตของตนแล้ว พึงเบื่อหน่ายในหญิงเหล่านั้น ดูกรสุมุขะ ท่านนั่นแหละ ไม่ต้องคนอื่น ละก็ประกอบในประโยชน์ของหญิงทั้งหลาย เมื่อภัยเกิดขึ้นแก่ท่านใน วันนี้ความคิดจึงเกิดขึ้นเพราะความกลัว จริงอยู่ บุคคลทั้งปวงผู้ถึงความ สงสัยในชีวิต มีความหวาดกลัว ย่อมอดกลั้นความกลัวไว้ได้ เพราะว่า บัณฑิตทั้งหลายเป็นผู้ดำรงอยู่ในฐานะอันใหญ่ ย่อมประกอบในประโยชน์ อันมากที่จะประกอบได้ พระราชาทั้งหลาย ย่อมทรงปรารถนาความ กล้าหาญของมนตรีทั้งหลาย เพื่อทรงประสงค์ที่จะได้ความกล้าหาญนั้น ป้องกันอันตรายและสามารถป้องกันพระองค์เองด้วย วันนี้ ท่านจงกระทำ ด้วยประการที่พวกพนักงานเครื่องต้นของพระราชา อย่าเชือดเฉือนเรา ทั้งสองในโรงครัวใหญ่เถิด จริงอย่างนั้น สีแห่งขนปีกทั้งหลายจะฆ่า ท่านเสียเหมือนขุยไม้ไผ่ ฉะนั้น ท่านแม้นายพรานจะปล่อยแล้ว ไม่ปรารถนาจะบินหนีไป ยังเข้ามาใกล้บ่วงเองอีกเล่า วันนี้ ท่านถึงความ สงสัยในชีวิตแล้ว จงถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ อย่ายื่นปากออกไปเลย.

บาลี

โส ตฺวํ โยคํ ปยุญฺชสฺสุ ยุตฺตํ ธมฺมูปสญฺหิตํ ตว ปริยาปทาเนน มม ปาเณสนํ จร ฯ

ฉบับหลวง

ท่านนั้นจงประกอบความเพียร ที่สมควรอันประกอบด้วยธรรม จง ประพฤติการแสวงหาทางที่จะช่วยให้เรารอดชีวิต ด้วยความเพียรอัน ผ่องแผ้วของท่านเถิด.

บาลี

มา ภายิ ปตตํ เสฏฺฐ น หิ ภายนฺติ ตาทิสา อหํ โยคํ ปยุญฺชิสฺสํ ยุตฺตํ ธมฺมูปสญฺหิตํ มม ปริยาปทาเนน ขิปฺปํ ปาสา ปโมกฺขสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย อย่าทรงกลัวเลยผู้ที่สมบูรณ์ ด้วยญาณวิริยะเช่นพระองค์ย่อมไม่กลัวเลย ข้าพระองค์จักประกอบความ เพียรที่สมควร อันประกอบด้วยธรรม พระองค์จะหลุดพ้นจากบ่วง ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วของข้าพระองค์ โดยเร็วพลัน.

บาลี

โส ลุทฺโท หํสกาเชน ราชทฺวารํ อุปาคมิ ปฏิเวเทถ มํ รญฺโญ ธตรฏฺฐายมาคโต ฯ

ฉบับหลวง

นายพรานนั้น เข้าไปยังประตูพระราชวังพร้อมด้วยหาบหงส์แล้ว จึงสั่ง นายประตูว่า ท่านจงไปกราบทูลถึงเราแด่พระราชาว่า พระยาหงส์ธตรฐ นี้มาแล้ว.

บาลี

|๒๑๕.๑| เต ทิสฺวา ปุญฺญสงฺกาเส อุโภ ลกฺขณสมฺมเต ขลุ สญฺญมโน ราชา อมจฺเจ อชฺฌภาสถ ฯ |๒๑๕.๒| เทถ ลุทฺทสฺส วตฺถานิ อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ กามงฺกโร หิรญฺญสฺส ยาวนฺโต เอส อิจฺฉติ ฯ

ฉบับหลวง

ได้ยินว่า พระเจ้าสัญญมนะทอดพระเนตรเห็นหงส์ทองทั้งสอง ตัวผู้ รุ่งเรืองด้วยบุญ หมายรู้ด้วยลักษณะ แล้วตรัสรับสั่งกะพวกอำมาตย์ว่า ท่านทั้งหลายจงให้ผ้า ข้าว น้ำ และเครื่องบริโภค แก่นายพราน เงิน เป็นสิ่งกระทำความปรารถนาแก่เขา เขาปรารถนาประมาณเท่าใด ท่าน ทั้งหลายจงให้แก่เขาประมาณเท่านั้น.

บาลี

|๒๑๖.๑| ทิสฺวา ลุทฺทํ ปสนฺนตฺตํ กาสิราเชตทพฺรวิ ยทายํ สมฺม เขมก ปุณฺณา หํเสหิ ติฏฺฐติ ฯ |๒๑๖.๒| กถํ รุจิมชฺฌคตํ ปาสหตฺโถ อุปาคมิ โอกิณฺณํ ญาติสงฺเฆหิ นิมฺมชฺฌิมํ กถํ คหิ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากาสีทอดพระเนตรเห็นนายพรานผู้มีความผ่องใส แล้วจึงตรัสว่า ดูกรเขมกะผู้สหาย ก็สระโบกขรณีนี้เต็มไปด้วยฝูงหงส์ ตั้งอยู่ (น้ำ เต็มเปี่ยม) อย่างไรท่านจึงถือบ่วงเดินเข้าไปใกล้พระยาหงส์ผู้อยู่ในท่าม กลางฝูงหงส์ ที่น่าชอบใจเกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงหงส์ผู้เป็นญาติ ซึ่งมิใช่ หงส์ชั้นกลางได้และจับเอามาได้อย่างไร.

บาลี

|๒๑๗.๑| อชฺช เม สตฺตมา รตฺติ อาทานานิ อุปาสโต ปทเมตสฺส อเนฺวสํ อปฺปมตฺโต ฆฏสฺสิโต ฯ |๒๑๗.๒| อถสฺส ปทมทฺทกฺขึ จรโต อาทเนสนํ ตตฺถาหํ โอทหึ ปาสํ เอวนฺตํ ทิชมคฺคหึ ฯ

ฉบับหลวง

วันนี้ เป็นราตรีที่ ๗ ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท แอบ อยู่ในตุ่ม คอยติดตามรอยเท้าของพระยาหงส์นี้ ซึ่งกำลังเข้าไปยังที่ถือ เอาเหยื่อ ลำดับนั้น ข้าพระองค์ได้เห็นรอยเท้าของพระยาหงส์นั้น ผู้ กำลังเที่ยวแสวงหาเหยื่อ จึงดักบ่วงลงในที่นั้น ข้าพระองค์จับ พระยาหงส์นั้นมาได้ด้วยอุบายอย่างนี้ พระเจ้าข้า.

บาลี

ลุทฺท เทฺว อิเม สกุณา อถ เอโกติ ภาสสิ จิตฺตํ นุ เต วิปริยตฺตํ อาทู กินฺนุ ชิคึสสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรนายพราน หงส์นี้มีอยู่สองตัว ไฉนท่านจึงกล่าวว่ามีตัวเดียว จิต ของท่านวิปริตไปแล้วหรือ หรือว่าท่านคิดจะหาประโยชน์อะไร.

บาลี

|๒๑๙.๑| ยสฺส โลหิตกา ตาลา ตปเนยฺยานิภา สุภา อุรํ สํหจฺจ ติฏฺฐนฺติ โส เม พนฺธํ อุปาคมิ ฯ |๒๑๙.๒| อถายํ ภสฺสโร ปกฺขี อพนฺโธ พนฺธมาตุรํ อริยํ พฺรูหนฺโต อฏฺฐาสิ วทนฺโต มานุสึ คิรํ ฯ

ฉบับหลวง

หงส์ตัวที่มีพื้นแดง มีสีงดงามดุจทองคำกำลังหลอม รอบๆ คอจรด ทรวงอกนั้น เข้ามาติดบ่วงของข้าพระองค์ แต่หงส์ตัวที่ผุดผ่องนี้มิได้ ติดบ่วง เมื่อจะกล่าวถ้อยคำเป็นภาษามนุษย์ ได้ยืนกล่าวถ้อยคำ อันประเสริฐกะพระยาหงส์ผู้ติดบ่วง ผู้กระสับกระส่ายอยู่

บาลี

กถนฺนุทานิ สุมุข หนุํ สํหจฺจ ติฏฺฐสิ อาทู เม ปริสํ ปตฺโต ภยา ภีโต น ภาสสิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสุมุขหงส์ เหตุไรหนอท่านจึงยืนขบคางอยู่ในบัดนี้ หรือว่าท่านมาถึง บริษัทของเราแล้วกลัวภัย จึงไม่พูด.

บาลี

นาหํ กาสิปติ ภีโต โอคฺคยฺห ปริสํ ตว นาหํ ภยา น ภาสิสฺสํ วากฺยํ อตฺถสฺมิ ตาทิเส ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งชนชาวกาสี ข้าพระองค์เข้ามาสู่บริษัทของ พระองค์แล้ว จะกลัวภัยก็หาไม่ ข้าพระองค์จักไม่พูดเพราะกลัวภัยก็หา ไม่ แต่เมื่อประโยชน์เช่นนั้นเกิดขึ้นแล้ว ข้าพระองค์จึงจักพูด.

บาลี

|๒๒๒.๑| น เต อภิสฺสรํ ปสฺเส น รเถ นปิ ปตฺติเก นาสฺส จมฺมํ ว กีฏํ วา วมฺมิเน จ ธนุคฺคเห ฯ |๒๒๒.๒| น หิรญฺญํ สุวณฺณํ วา นครํ วา สุมาปิตํ โอกิณฺณปริขํ ทุคฺคํ ทฬฺหมฏฺฏาลโกฏฺฐกํ ยตฺถ ปวิฏฺโฐ สุมุข ภายิตพฺพํ น ภายสิ ฯ

ฉบับหลวง

เราไม่เห็นบริษัทผู้ยิ่งใหญ่ พลรถ พลเดินเท้า เกราะ โล่ห์และนาย ขมังธนูผู้สวมเกราะของท่านเลย ดูกรสุมุขหงส์ ท่านอาศัยสิ่งใดหรือว่า เข้าไปในสถานที่ใดแล้วไม่กลัวสิ่งที่จะพึงกลัว เราไม่เห็นสิ่งนั้น หรือ สถานที่นั้นแม้เป็นเงิน ทองหรือนครที่สร้างไว้อย่างดีซึ่งมีคูรายรอบ ยากที่จะไปได้ มีหอรบและเชิงเทินอันมั่นคงเลย.

บาลี

|๒๒๓.๑| น เม อภิสฺสเรนตฺโถ นคเรน ธเนน วา อปเถน ปถํ ยาม อนฺตลิกฺเข จรา มยํ ฯ |๒๒๓.๒| สุตา จ ปณฺฑิตาตฺยมฺหา นิปุณา จตฺถจินฺตกา ภาเสมตฺถวตึ วาจํ สจฺเจ จสฺส ปติฏฺฐิโต ฯ |๒๒๓.๓| กิญฺจ ตุยฺหํ อสจฺจสฺส อนริยสฺส กริสฺสติ มุสาวาทิสฺส ลุทฺทสฺส ภณิตํปิ สุภาสิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าพระองค์ไม่ต้องการด้วยบริษัทผู้ยิ่งใหญ่หรือนครหรือทรัพย์ เพราะข้า พระองค์ไปสู่ทางโดยสถานที่มิใช่ทาง ข้าพระองค์เป็นผู้เที่ยวไปในอากาศ ก็พระองค์ทรงสดับข่าวว่า ข้าพระองค์เป็นบัณฑิต และเป็นผู้ละเอียดคิด ข้ออรรถ ถ้าพระองค์ทรงดำรงมั่นอยู่ในความสัตย์ไซร้ ข้าพระองค์จะพึง กล่าววาจาอันมีอรรถ ด้วยว่า คำที่ข้าพระองค์กล่าวแม้จะเป็นสุภาษิต ก็ จักทำอะไรแก่พระองค์ผู้หาความสัตย์มิได้ ผู้ไม่ประเสริฐ มักตรัสคำเท็จ ผู้หยาบช้า.

บาลี

|๒๒๔.๑| ตํ พฺราหฺมณานํ วจนา อิมํ เขมมการยิ อภยญฺจ ตยา ฆุฏฺฐํ อิมาโย ทสธา ทิสา ฯ |๒๒๔.๒| โอคฺคยฺห เต โปกฺขรณึ วิปฺปสนฺโนทกํ สุจึ ปหูตํ ขาทนํ ตตฺถ อหึสา เจตฺถ ปกฺขินํ ฯ |๒๒๔.๓| อิทํ สุตฺวาน นิคฺโฆสํ อาคตมฺหา ตวนฺติเก เต เต พนฺธสฺมา ปาเสน เอตนฺเต ภาสิตํ มุสา ฯ |๒๒๔.๔| มุสาวาทํ ปุรกฺขตฺวา อิจฺฉาโลภญฺจ ปาปกํ อุโภสนฺธึ อติกฺกมฺม อสาตํ อุปปชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์ได้รับสั่งให้ขุดสระชื่อว่าเขมะนี้ ตามถ้อยคำของพวกพราหมณ์ และพระองค์รับสั่งให้ประกาศอภัยทั่วสิบทิศ หงส์เหล่านั้นจึงได้พากัน บินลงสู่สระโบกขรณี อันมีน้ำใสสะอาด ในสระโบกขรณีนั้นมีอาหาร อย่างเพียงพอ และไม่มีการเบียดเบียนนกทั้งหลายเลย พวกข้าพระองค์ ได้ยินคำประกาศนี้แล้ว จึงพากันบินมาในสระของพระองค์ พวก ข้าพระองค์นั้นๆ ก็ถูกบ่วงรัดไว้ นี่เป็นคำตรัสเท็จของพระองค์ บุคคล กระทำมุสาวาท และความโลภคือความอยากได้อันลามกเป็นเบื้องหน้า แล้ว ก้าวล่วงปฏิสนธิในเทวโลกและมนุษย์โลกทั้งสอง ย่อมเข้าถึง นรกอันไม่น่าเพลิดเพลิน.

บาลี

|๒๒๕.๑| นาปรชฺฌาม สุมุข นปิ โลภาว มคฺคหึ สุตา จ ปณฺฑิตาตฺยตฺถ นิปุณา จตฺถจินฺตกา ฯ |๒๒๕.๒| อปฺเปวตฺถวตึ วาจํ พฺยาหเรยฺยุํ อิธาคตา ตถาตํ สมฺม เนสาโท วุตฺโต สุมุข มคฺคหิ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรสุมุขหงส์ เรามิได้ทำผิด ทั้งมิได้จับท่านมาด้วยความโลภ ก็เราได้ สดับมาว่า ท่านทั้งหลายเป็นบัณฑิต เป็นผู้ละเอียด และคิดข้ออรรถ ทำไฉนท่านทั้งหลาย จึงจะมากล่าววาจาอันอาศัยอรรถในที่นี้ ดูกร สุมุขหงส์ผู้สหาย นายพรานผู้นี้เราส่งไป จึงไปจับเอาท่านมาด้วยความ ประสงค์นั้น.

บาลี

|๒๒๖.๑| เนว ภูตา กาสิปติ อุปนีตสฺมิ ชีวิเต ภาเสมตฺถวตึ วาจํ สมฺปตฺตา กาลปริยายํ ฯ |๒๒๖.๒| โย มิเคน มิคํ หนฺติ ปกฺขีนํ ปน ปกฺขินา สุเตน วา สุตํ กิลฺยา กึ อนริยตรํ ตโต ฯ |๒๒๖.๓| โย จาริยรุทํ ภาเส อนริยธมฺมวสฺสิโต อุโภ โส ธํสเต โลกา อิธ เจว ปรตฺถ จ ฯ |๒๒๖.๔| น มชฺเชถ ยสํ ปตฺโต น พฺยาเธ ปตฺตสํสยํ วายเมเถว กิจฺเจสุ สํวเร วิวรานิ จ ฯ |๒๒๖.๕| เย วุฑฺฒา อพฺภติกฺกนฺตา สมฺปตฺตา กาลปริยายํ อิธ ธมฺมํ จริตฺวาน เอวํ เต ติทิวงฺคตา ฯ |๒๒๖.๖| อิทํ สุตฺวา กาสิปติ ธมฺมมตฺตนิ ปาลย ธตรฏฺฐญฺจ มุญฺจาหิ หํสานํ ปวรุตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระจอมแห่งชนชาวกาสี เมื่อชีวิตน้อมเข้าไปใกล้ความตายแล้ว ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงมรณกาลแล้ว จะไม่พึงกล่าววาจาอันมีเหตุเลย ผู้ใดฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อ ฆ่านกด้วยนกต่อ หรือดักผู้เลื่องลือด้วยเสียงที่ เลื่องลือ จะมีอะไรเป็นความเลวทรามยิ่งกว่าความเลวทรามของผู้นั้น ก็ ผู้ใดพึงกล่าววาจาอันประเสริฐแต่ประพฤติธรรมไม่ประเสริฐ ผู้นั้นย่อม พลาดจากโลกทั้งสองคือ โลกนี้และโลกหน้า บุคคลได้รับยศแล้วไม่พึง มัวเมา ถึงความทุกข์อันเป็นเหตุสงสัยในชีวิตแล้วไม่พึงเดือดร้อน พึง พยายามในกิจทั้งหลายร่ำไป และพึงปิดช่องทั้งหลาย ชนเหล่าใดเป็น ผู้เจริญ ถึงเวลาใกล้ตายไม่ล่วงเลยประโยชน์อย่างยิ่งประพฤติธรรมใน โลกนี้ ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่ไตรทิพย์ด้วยประการอย่างนี้ ข้าแต่พระจอม แห่งชนชาวกาสี พระองค์ทรงสดับคำนี้แล้วขอจงทรงรักษาธรรมใน พระองค์ และได้ทรงโปรดปล่อยพระยาหงส์ธตรฐ ผู้ประเสริฐสุดกว่า หงส์ทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า.

บาลี

|๒๒๗.๑| อาหรนฺตูทกํ ปชฺชํ อาสนญฺจ มหารหํ ปญฺชรโต ปโมกฺขามิ ธตรฏฺฐํ ยสสฺสินํ ฯ |๒๒๗.๒| ตญฺจ เสนาปตึ ธีรํ นิปุณํ อตฺถจินฺตกํ โย สุเข สุขิโต รญฺโญ ทุกฺขิเต โหติ ทุกฺขิโต ฯ |๒๒๗.๓| เอทิโส โข อรหติ ปิณฺฑมสฺนาตุ ภตฺตุโน ยถายํ สุมุโข รญฺโญ ปาณสาธารโณ สขา ฯ

ฉบับหลวง

ชาวพนักงานทั้งหลาย จงนำน้ำ น้ำมันทาเท้าและอาสนะอันมีค่ามากมา เถิด เราจะปล่อยพระยาหงส์ธตรฐ ผู้เรืองยศออกจากกรง และสุมุขหงส์ เสนาบดีผู้มีปัญญา เป็นผู้ละเอียดคิดอรรถที่ยากได้ง่าย ผู้ใดเมื่อพระราชา มีสุขก็สุขด้วย เมื่อพระราชามีทุกข์ก็ทุกข์ด้วย ผู้เช่นนี้แลย่อมสมควร เพื่อจะบริโภคก้อนข้าวของนายได้ เหมือนสุมุขหงส์เป็นราชสหายทั่วไป แก่สัตว์มีชีวิต ฉะนั้น.

บาลี

|๒๒๘.๑| ปีฐญฺจ สพฺพโสวณฺณํ อฏฺฐปาทํ มโนรมํ มฏฺฐํ กาสิกวตฺถินํ ธตรฏฺโฐ อุปาวิสิ ฯ |๒๒๘.๒| โกจฺฉญฺจ สพฺพโสวณฺณํ เวยฺยคฺฆปริสิพฺพิตํ สุมุโข อชฺฌปาเวกฺขิ ธตรฏฺฐสฺสนนฺตรา ฯ |๒๒๘.๓| เตสํ กาญฺจนปตฺเตหิ ปุถู อาทาย กาสิโย หํสานํ อภิหาเรสุํ อคฺคํ รญฺโญ ปวาสิตํ ฯ

ฉบับหลวง

พระยาหงส์ธตรฐเข้าไปเกาะตั่ง อันล้วนแล้วไปด้วยทองคำมี ๘ เท้า น่า รื่นรมม์ใจ เกลี้ยงเกลา ลาดด้วยผ้าแคว้นกาสี สุมุขหงส์เข้าไปเกาะ เก้าอี้อันล้วนแล้วไปด้วยทองคำ หุ้มด้วยหนังเสือโคร่ง ในลำดับแห่ง พระยาหงส์ธตรฐ ชนชาวกาสีเป็นอันมาก ต่างถือเอาโภชนะอันเลิศที่เขา ส่งไปถวายพระราชา นำเข้าไปให้แก่พระยาหงส์ทั้งสองนั้น ด้วยภาชนะ ทองคำ.

บาลี

|๒๒๙.๑| ทิสฺวา อภิหตํ อคฺคํ กาสิราเชน เปสิตํ กุสโล ขตฺตธมฺมานํ ตโต ปุจฺฉิ อนนฺตรา ฯ |๒๒๙.๒| กจฺจิ นุ โภโต กุสลํ กจฺจิ โภโต อนามยํ กจฺจิ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระยาหงส์ธตรฐผู้ฉลาด เห็นโภชนะอันเลิศที่เขานำมาให้ อันพระเจ้ากาสี ประทานส่งไป จึงได้ถามธรรมเนียมเครื่องปฏิสันถารในกาลเป็นลำดับ นั้นว่า พระองค์ไม่มีโรคาพาธแลหรือ ทรงสำราญดีอยู่หรือ ทรง ปกครองรัฐมณฑลอันสมบูรณ์นี้โดยธรรมหรือ.

บาลี

กุสลญฺเจว เม หํส อโถ หํส อนามยํ อโถ รฏฺฐมิทํ ผีตํ ธมฺเมน อนุสาสหํ ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระยาหงส์ เราไม่มีโรคาพาธ อนึ่ง เรามีความสำราญดี และเราก็ ปกครองรัฐมณฑลอันสมบูรณ์นี้โดยธรรม.

บาลี

กจฺจิ โภโต อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ กจฺจิ จ เต ตวตฺเถสุ นาวกงฺขนฺติ ชีวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

โทษอะไรๆ ไม่มีในหมู่อำมาตย์ของพระองค์แลหรือ และอำมาตย์เหล่า นั้น ไม่อาลัยชีวิตในประโยชน์ของพระองค์แลหรือ.

บาลี

อโถปิ เม อมจฺเจสุ โทโส โกจิ น วิชฺชติ อโถปิ เต มมตฺเถสุ นาวกงฺขนฺติ ชีวิตํ ฯ

ฉบับหลวง

โทษอะไรๆ ไม่มีในหมู่อำมาตย์ของเรา และอำมาตย์เหล่านั้นไม่อาลัย ชีวิตในประโยชน์ของเรา.

บาลี

กจฺจิ เต สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี ปุตฺตรูปยสูเปตา ตว ฉนฺทวสานุคา ฯ

ฉบับหลวง

พระมเหสีซึ่งมีพระชาติเสมอกัน ทรงเชื่อฟังมีพระเสาวนีย์อันน่ารัก ทรง ประกอบด้วยพระโอรส พระรูป พระโฉมและพระยศ เป็นไปตามพระ ราชอัธยาศัยของพระองค์แลหรือ.

บาลี

อโถ เม สาทิสี ภริยา อสฺสวา ปิยภาณินี ปุตฺตรูปยสูเปตา มม ฉนฺทวสานุคา ฯ

ฉบับหลวง

พระมเหสีซึ่งมีพระชาติเสมอกัน ทรงเชื่อฟังมีพระเสาวนีย์อันน่ารัก ทรง ประกอบด้วยพระโอรส พระรูป พระโฉมและพระยศเป็นไปตาม อัธยาศัยของเรา.

บาลี

กจฺจิ รฏฺฐํ อนุปฺปีฬํ อกุโตจิอุปทฺทวํ อสาหเสน ธมฺเมน สเมน อนุสาสสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์มิได้ทรงเบียดเบียนชาวแว่นแคว้น ทรงปกครองให้ปราศจาก อันตรายแต่ที่ไหนๆ โดยความเกรี้ยวกราดโดยธรรม โดยความ สม่ำเสมอแลหรือ.

บาลี

อโถ รฏฺฐํ อนุปฺปีฬํ อกุโตจิอุปทฺทวํ อสาหเสน ธมฺเมน สเมน อนุสาสหํ ฯ

ฉบับหลวง

เรามิได้เบียดเบียนชาวแว่นแคว้น ปกครองให้ปราศจากอันตรายแต่ที่ ไหนๆ โดยความไม่เกรี้ยวกราด โดยธรรม โดยความสม่ำเสมอ.

บาลี

กจฺจิ สนฺโต อปจิตา อสนฺโต ปริวชฺชิตา โน จ ธมฺมํ นิรงฺกตฺวา อธมฺมมนุวตฺตสิ ฯ

ฉบับหลวง

พระองค์ทรงยำเกรงสัตบุรุษ ทรงเว้นอสัตบุรุษแลหรือ พระองค์ไม่ทรง ละทิ้งธรรม ไม่ทรงประพฤติคล้อยตามอธรรมแลหรือ.

บาลี

สนฺโต จ เม อปจิตา อสนฺโต ปริวชฺชิตา ธมฺมเมวานุวตฺตามิ อธมฺโม เม นิรงฺกโต ฯ

ฉบับหลวง

เรายำเกรงสัตบุรุษ เว้นอสัตบุรุษ ประพฤติคล้อยตามธรรมละทิ้งอธรรม.

บาลี

กจฺจิ นุนาคตํ ทีฆํ สมเวกฺขสิ ขตฺติย กจฺจิ มตฺโต มทนีเย ปรโลกํ น สนฺตสิ ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงพิจารณาเห็นชัดซึ่งพระชนมายุ อันเป็นอนาคตยั่งยืนยาวอยู่หรือ พระองค์ทรงมัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้ง แห่งความมัวเมา ไม่สะดุ้งกลัวปรโลกหรือ.

บาลี

|๒๔๐.๑| อหํ อนาคตํ ทีฆํ สมเวกฺขามิ ปกฺขิม ฐิโต ทสสุ ธมฺเมสุ ปรโลกํ น สนฺตสึ ฯ |๒๔๐.๒| ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ อาชฺชวํ มทฺทวํ ตปํ อกฺโกธํ อวิหึสญฺจ ขนฺติญฺจ อวิโรธนํ ฯ |๒๔๐.๓| อิจฺเจเต กุสเล ธมฺเม ฐิเต ปสฺสามิ อตฺตนิ ตโต เม ชายเต ปีติ โสมนสฺสญฺจนปฺปกํ ฯ |๒๔๐.๔| สุมุโข จ อจินฺเตตฺวา วิสชฺชิ ผรุสํ คิรํ ภาวโทสมนญฺญาย อสฺมากายํ วิหงฺคโม ฯ |๒๔๐.๕| โส กุทฺโธ ผรุสํ วาจํ นิจฺฉาเรสิ อโยนิโส ยานสฺมาสุ น วิชฺชนฺติ นยิทํ ปญฺญวตามิว ฯ

ฉบับหลวง

ดูกรพระยาหงส์ เราพิจารณาเห็นชัดซึ่งอายุอันเป็นอนาคตยังยืนยาวอยู่ เราตั้งอยู่แล้วในธรรม ๑๐ ประการ จึงไม่สะดุ้งกลัวปรโลก เราเห็นกุศล ธรรมที่ดำรงอยู่ในตนเหล่านี้ คือทาน ศีล การบริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความ อดทนและความไม่พิโรธ แต่นั้นปีติและโสมนัสไม่ใช่น้อย ย่อมเกิด แก่เรา ก็สุมุขหงส์นี้ไม่ทันคิดถึงคุณสมบัติของเรา ไม่ทราบความประทุษ ร้ายแห่งจิต จึงเปล่งวาจาอันหยาบคาย ย่อมกล่าวถึงโทษที่ไม่มีอยู่ในเรา คำของสุมุขหงส์นี้ ย่อมไม่เป็นเหมือนคำของคนมีปัญญา.

บาลี

|๒๔๑.๑| อตฺถิ เม ตํ อติสารํ เวเคน มนุชาธิป ธตรฏฺเฐ จ พนฺธสฺมึ ทุกฺขํ เม วิปุลํ อหุ ฯ |๒๔๑.๒| ตฺวํ โน ปิตาว ปุตฺตานํ ภูตานํ ธรณีริว อสฺมากํ อธิปนฺนานํ ขมสฺสุ ราชกุญฺชร ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ ความพลั้งพลาดนั้นมีแก่ข้าพระองค์ โดยความรีบร้อน ก็เมื่อพระยาหงส์ธตรฐติดบ่วง ข้าพระองค์มีความทุกข์ มากมาย ขอพระองค์ได้ทรงโปรดเป็นที่พึ่งของข้าพระองค์ เหมือนบิดา เป็นที่พึ่งของบุตร และดุจแผ่นดินเป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์ฉะนั้นเถิด ข้า แต่พระองค์ผู้เป็นราชกุญชร ขอพระองค์ได้ทรงโปรดงดโทษแก่ข้าพระองค์ ผู้ถูกความผิดครอบงำเถิด.

บาลี

เอวนฺเต อนุโมทาม ยํ ภาวํ น นิคูหสิ ขีลํ ปภินฺทสิ ปกฺขิ อุชุโกสิ วิหงฺคม ฯ

ฉบับหลวง

เราย่อมอนุโมทนาแก่ท่านด้วยอาการอย่างนี้ เพราะท่านไม่ปกปิดความ ในใจ ดูกรหงส์ ท่านเป็นผู้ซื่อตรง จงทำลายความข้องใจเสียเถิด.

บาลี

|๒๔๓.๑| ยงฺกิญฺจิ รตนํ อตฺถิ กาสิราชนิเวสเน รชตํ ชาตรูปญฺจ มุตฺตา เวฬุริยา พหู ฯ |๒๔๓.๒| มณโย สงฺขมุตฺตญฺจ วตฺถิกํ หริจนฺทนํ อชินํ ทนฺตภณฺฑญฺจ โลหํ กาฬายสํ พหุํ เอตํ ททามิ โว วิตฺตํ อิสฺสรํ วิสฺสชามิ โว ฯ

ฉบับหลวง

ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่ง มีอยู่ในนิเวศน์ของเรา ผู้เป็น พระเจ้ากาสี คือ เงิน ทอง แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์อันมากมาย แก้วมณี สังข์ ไข่มุก ผ้า จันทน์แดง และเหล็กอีกมาก เราขอให้ ทรัพย์เครื่องปลื้มใจทั้งหมดนี้แก่ท่าน และขอละความเป็นใหญ่ให้แก่ท่าน.

บาลี

|๒๔๔.๑| อทฺธา อปจิตา ตฺยมฺหา สกฺกตา จ รเถสภ ธมฺเมสุ วตฺตมานานํ ตฺวํ โน อาจริโย ภว ฯ |๒๔๔.๒| อาจริย สมนุญฺญาตา ตยา อนุมตา มยํ ตํ ปทกฺขิณโต กตฺวา ญาตี ปสฺเสมุรินฺทม ฯ

ฉบับหลวง

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ ข้าพระองค์ทั้งสองผู้อันพระองค์ทรงยำเกรง และทรงสักการะโดยแท้ ขอพระองค์ทรงเป็น พระอาจารย์ ของข้าพระองค์ ทั้งสอง ผู้ประพฤติอยู่ในธรรมทั้งหลายเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอาจารย์ ผู้ปราบปรามข้าศึก ข้าพระองค์ทั้งสองอันพระองค์ทรงยอมอนุญาตแล้ว จักกระทำประทักษิณพระองค์แล้ว จักกลับไปหาหมู่ญาติ.

บาลี

สพฺพรตฺตึ จินฺตยิตฺวา มนฺตยิตฺวา ยถาตถํ กาสิราชา อนุญฺญาสิ หํสานํ ปวรุตฺตมํ ฯ

ฉบับหลวง

พระเจ้ากาสีทรงดำริ และทรงปรึกษาข้อความตามที่ได้กล่าวมาตลอดราตรี ทั้งปวง แล้วทรงอนุญาตพระยาหงส์ทั้งสองผู้ประเสริฐสุดกว่าหงส์ทั้ง หลาย.

บาลี

ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ เปกฺขโต กาสิราชสฺส ภวนโต วิคาหิสุํ ฯ

ฉบับหลวง

เมื่อพระอาทิตย์อัสดงคต เมื่อราตรีสว่างจ้า พระยาหงส์ทั้งสองก็พากันบิน ไปจากพระราชนิเวศน์ของพระเจ้ากาสี.

บาลี

|๒๔๗.๑| เต อโรเค อนุปฺปตฺเต ทิสฺวาน ปรเม ทิเช เกกาติมกรุํ หํสา ปุถุสทฺโท อชายถ ฯ |๒๔๗.๒| เต ปตีตา ปมุตฺเตน ภตฺตุนา ภตฺตุคารวา สมนฺตา ปริกรึสุ อณฺฑชา ลทฺธปจฺจยา ฯ

ฉบับหลวง

หงส์เหล่านั้น เห็นพระยาหงส์ทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่ไม่มีโรคกลับมาถึง จึง พากันส่งเสียงว่า เกเก ได้เกิดเสียงอื้ออึงขึ้น หงส์ผู้มีความเคารพนาย เหล่านั้นได้ปัจจัยมีปีติโสมนัส เพราะนายหลุดพ้นกลับมา พากัน กระโดดโลดเต้นเข้าไปห้อมล้อมโดยรอบ.

บาลี

เอวํ มิตฺตวตํ อตฺถา สพฺเพ โหนฺติ ปทกฺขิณา หํสา ยถา ธตรฏฺฐา ญาติสงฺฆมุปาคมุนฺติ ฯ มหาหํสชาตกํ ทุติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ประโยชน์ทั้งปวง ของบุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยกัลยาณมิตรย่อมให้สำเร็จ ความสุขความเจริญเหมือนพระยาหงส์ธตรฐและสุมุขหงส์ สมบูรณ์ด้วย กัลยาณมิตร เกิดประโยชน์ ให้สำเร็จความเจริญกลับมายังหมู่ญาติ ฉะนั้น. จบ มหาหังสชาดกที่ ๒

ฉบับมหาจุฬาฯ ข้อ ๘๙–๑๙๑ ของหน่วยนี้

แสดงเป็นช่วงทั้งหน่วย ไม่วางใต้ข้อของฉบับหลวง — ความมั่นใจของการจับคู่รายข้อไม่ถึงเกณฑ์อย่างน้อยหนึ่งข้อ จึงไม่วางรายข้อเพื่อไม่ให้ผิดข้อ

จุฬาฯ ข้อ ๘๙

สุมุขะ พ่อเนื้อเหลือง ผู้มีผิวพรรณประดุจทองคำ หงส์ทั้งหลายหวั่นไหวต่อภัยอันตราย จึงพากันบินหนีไป ท่านจงหลีกหนีไปตามความปรารถนาเถิด

จุฬาฯ ข้อ ๙๐

หมู่ญาติทั้งหลายละทิ้งเรา ผู้ติดบ่วงไว้เพียงลำพัง ไม่มีความเยื่อใย พากันบินหนีไป ทำไมจึงเหลือท่านอยู่ตัวเดียวเล่า

จุฬาฯ ข้อ ๙๑

บินขึ้นไปเถิด ท่านผู้ประเสริฐกว่าหมู่หงส์ ความเป็นสหายไม่มีในผู้ติดบ่วง ท่านอย่าทำความไม่มีทุกข์ให้เสื่อมไปเลย จงหนีไปตามความปรารถนาเถิด สุมุขะ (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๙๒

ข้าแต่ท้าวธตรัฏฐะ ข้าพระองค์ แม้จะมีทุกข์เป็นเบื้องหน้าก็ไม่ละทิ้งพระองค์ไป ความเป็นหรือความตายของข้าพระองค์ จักมีพร้อมกับพระองค์

จุฬาฯ ข้อ ๙๓

ข้าแต่ท้าวธตรัฏฐะ ข้าพระองค์ แม้จะมีทุกข์เป็นเบื้องหน้าก็ไม่ละทิ้งพระองค์ไป พระองค์ไม่ควรจะชักชวนให้ข้าพระองค์ ประกอบกรรมที่บุคคลผู้ไม่ประเสริฐประกอบกันเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๙๔

ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าฝูงหงส์ ข้าพระองค์เป็นเด็กรุ่นเดียวกับพระองค์ เป็นเพื่อนของพระองค์ ดำรงอยู่ในจิตใจของพระองค์ ข้าพระองค์เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเสนาบดีของพระองค์

จุฬาฯ ข้อ ๙๕

ข้าพระองค์ไปจากที่นี้แล้ว จักอธิบายในท่ามกลางหมู่ญาติได้อย่างไร ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ข้าพระองค์ละทิ้งพระองค์จากที่นี้ไปแล้ว จะชี้แจงกับฝูงหงส์เหล่านั้นได้อย่างไร ข้าพระองค์ยอมสละชีวิตทิ้งไว้ในที่นี้ จะไม่พยายามทำกรรมอันไม่ประเสริฐ (พญาหงส์โพธิสัตว์เมื่อจะสรรเสริญคุณของหงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๙๖

สุมุขะ การที่ท่านไม่พยายามที่จะทอดทิ้งเรา ผู้เป็นทั้งนาย เป็นทั้งเพื่อน ชื่อว่าดำรงอยู่ในทางของพระอริยะ นั้นเป็นธรรมของโบราณกบัณฑิต

จุฬาฯ ข้อ ๙๗

ก็แลเมื่อเราเห็นท่าน ก็ไม่เกิดความสะดุ้งกลัวเลย แต่ท่านจะประสบอันตรายเหมือนชีวิตของเราที่เป็นอยู่ในขณะนี้ (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๙๘

เมื่อพญาหงส์ทั้ง ๒ ผู้ประเสริฐมีความประพฤติเยี่ยงพระอริยะ กล่าวปรึกษากันอยู่อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้ นายพรานถือท่อนไม้กระชับมั่นรีบด่วนเข้ามาถึงตัว @เชิงอรรถ : @ เด็กรุ่นเดียวกับพระองค์ หมายถึงถือปฏิสนธิวันเดียวกัน ออกจากไข่ในวันเดียวกัน และเจริญเติบโตมา@ด้วยกัน (ขุ.ชา.อ. ๘/๙๔/๒๕๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๙๙

หงส์สุมุขะครั้นเห็นนายพรานกำลังเดินเข้ามา จึงจับอยู่เบื้องหน้าพญาหงส์ เมื่อจะปลอบพญาหงส์ผู้หวาดกลัวให้เบาใจ จึงได้กล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๐

อย่าทรงกลัวเลย พระองค์ผู้ประเสริฐ ด้วยว่า คนทั้งหลายเช่นกับพระองค์หากลัวไม่ ข้าพระองค์จักประกอบความเพียรอันเนื่องด้วยธรรมอันสมควร ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วนั้น พระองค์จักพ้นจากบ่วงโดยเร็วพลัน (พระบรมศาสดาตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๑

นายพรานได้สดับคำสุภาษิตของหงส์สุมุขะนั้น ก็มีโลมชาติชูชัน จึงได้น้อมอัญชลีต่อหงส์สุมุขะนั้น ด้วยกล่าวว่า

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๒

เราไม่เคยได้ยินหรือเคยได้เห็นนกพูดภาษาคนได้ นกพูดถ้อยคำอันประเสริฐ เปล่งวาจาภาษามนุษย์ได้

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๓

หงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับเจ้า เจ้าพ้นแล้วยังเฝ้าหงส์ตัวติดบ่วงอยู่ใกล้ๆ หงส์ทั้งหลายพากันละทิ้งหนีไป ทำไมเจ้าจึงเหลืออยู่แต่ผู้เดียว (หงส์สุมุขะถูกนายพรานถามแล้ว จึงตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๔

ท่านผู้เป็นศัตรูของฝูงนก หงส์นั้นเป็นราชาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารับตำแหน่งเป็นเสนาบดีของพระองค์ เมื่อมีภัยอันตราย ข้าพเจ้าไม่สามารถจะละทิ้งพระองค์ ผู้เป็นอธิบดีแห่งฝูงวิหคไปได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๕

หงส์นั้นเป็นนายของหงส์ฝูงใหญ่และของข้าพเจ้า ขอพระองค์อย่าถึงความพินาศพระองค์เดียวเลย นายพรานเพื่อนเอ๋ย หงส์นี้เป็นนายอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าจึงพอใจที่จะอยู่ใกล้ๆ พระองค์ (นายพรานถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๖

หงส์สุมุขะเอ๋ย ท่านนอบน้อมตำแหน่ง ประดุจก้อนข้าวที่ได้รับ ชื่อว่าประพฤติธรรมอันประเสริฐ ข้าพเจ้ายอมปล่อยนายของท่าน ท่านทั้ง ๒ จงไปตามสบายเถิด (หงส์สุมุขะตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๗

เพื่อนเอ๋ย ถ้าท่านดักหงส์และนกทั้งหลาย ด้วยความพยายามเพื่อประโยชน์แก่ตนไซร้ ข้าพเจ้าทั้ง ๒ ขอรับอภัยทานนั้นของท่าน

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๘

ถ้าท่านไม่ดักหงส์และนกทั้งหลายด้วยความพยายาม เพื่อประโยชน์แก่ตนไซร้ ท่านจะไม่มีอิสระ เมื่อปล่อยเราทั้ง ๒ ไป จะพึงทำตนให้เป็นขโมยนะ นายพราน (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนี้ จึงตรัสพระคาถาว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๐๙

ท่านเป็นคนรับใช้ของพระราชาองค์ใด จงนำข้าพเจ้าทั้ง ๒ ไปให้ถึงพระราชาองค์นั้นตามพระประสงค์ พระเจ้าสัญญมนะจักทรงกระทำ ตามพระประสงค์ในพระราชนิเวศน์นั้น

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๐

นายพรานถูกหงส์สุมุขะกล่าวอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้แล้ว จึงใช้มือประคองพญาหงส์เนื้อทอง ตัวมีผิวพรรณประดุจทองคำทั้ง ๒ ใส่ไว้ในกรง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๑

นายพรานพาพญาหงส์ทั้ง ๒ ซึ่งมีผิวพรรณผุดผ่อง คือ หงส์สุมุขะและพญาหงส์ธตรัฏฐะซึ่งอยู่ในกรงหลีกไป

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๒

พญาหงส์ธตรัฏฐะถูกนายพรานนำไปอยู่ ได้กล่าวเนื้อความนี้กับหงส์สุมุขะว่า เรากลัวนัก สุมุขะ ด้วยนางพญาหงส์ตัวมีผิวพรรณดังทองคำ มีลำขาอ่อนได้ลักษณะ รู้ว่าเราถูกฆ่าแล้วจักฆ่าตัวตายตาม

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๓

สุมุขะ ก็สุเหมานางพญาหงส์ แม่เนื้อเหลือง ผู้เป็นธิดาของพญาปากหงส์จักร่ำไห้อย่างแน่นอน เสมือนนางนกกระเรียนผู้กำพร้าร่ำไห้อยู่ที่ริมฝั่งสมุทร (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๔

พระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งสัตวโลกคือหมู่หงส์ มีคุณประมาณมิได้ เป็นครูแห่งหมู่คณะใหญ่ แต่กลับมัวเศร้าโศกรำพันถึงหญิงคนเดียวอย่างนี้ นี้เป็นเหมือนมิใช่การกระทำของคนมีปัญญาเลย

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๕

ลมย่อมพัดพาเอากลิ่นทั้ง ๒ อย่าง คือ กลิ่นหอมและกลิ่นเหม็นไป เด็กอ่อนย่อมเก็บเอาผลไม้ทั้งดิบและสุก คนตาบอดที่โลเลย่อมรับอามิสฉันใด ธรรมดาหญิงก็ฉันนั้น

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๖

พระองค์ไม่รู้จักวินิจฉัยในเหตุทั้งหลาย ปรากฏกับข้าพระองค์เหมือนคนเขลา ถึงเวลาจะตายอยู่แล้ว ก็ยังไม่ทราบกิจที่ควรทำหรือไม่ควรทำ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๗

พระองค์สำคัญหญิงว่าเป็นผู้ประเสริฐ เห็นจะเป็นคนกึ่งบ้า จึงบ่นเพ้อรำพันไป ความจริง หญิงเหล่านี้สาธารณะทั่วไปแก่ชนเป็นอันมาก เหมือนโรงสุราเป็นสถานที่ทั่วไปแก่นักเลงสุรา

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๘

อนึ่ง หญิงนี้มีมายาเหมือนพยับแดด เป็นเหตุแห่งความเศร้าโศก เป็นเหตุแห่งโรคและอันตราย อนึ่ง หญิงเหล่านี้เป็นเครื่องผูกมัดอันกล้าแข็ง เป็นบ่วง เป็นถ้ำ และเป็นที่อยู่อาศัยของมัจจุราช บุรุษใดวางใจในหญิงเหล่านั้น บุรุษนั้นชื่อว่าเป็นคนต่ำทรามในบรรดานรชนทั้งหลาย (พญาหงส์ธตรัฏฐะเมื่อจะแสดงธรรมแก่หงส์สุมุขะ จึงกล่าวว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๑๙

สิ่งใดที่ท่านผู้เจริญรู้จักกันดี ใครควรจะติเตียนสิ่งนั้นเล่า ขึ้นชื่อว่าหญิงทั้งหลายเป็นผู้มีคุณมาก เกิดขึ้นก่อนในโลก

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๐

การเล่นคะนองอันบุคคลตั้งไว้แล้วในหญิงเหล่านั้น ความยินดีในหญิงเหล่านั้นบุคคลก็ตั้งไว้เฉพาะแล้ว พืชทั้งหลายก็งอกงามในหญิงเหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดในหญิงเหล่านั้น ชีวิตกับชีวิตมาเกี่ยวข้องกันแล้ว ใครเล่าจะพึงเบื่อหน่ายหญิงเหล่านั้น

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๑

สุมุขะ ท่านเองนั่นแหละไม่ใช่คนอื่น ยังต้องประกอบความต้องการกับหญิงทั้งหลาย วันนี้เมื่อเกิดภัย ความคิดจึงเกิดแก่ท่านเพราะความกลัว @เชิงอรรถ : @ เกิดขึ้นก่อนในโลก หมายถึงเพศหญิงปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในกาลปฐมกัลป์ (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๑๙/๒๖๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๒

จริงอยู่ ผู้ถึงความสงสัยในชีวิตทั้งปวง ถึงจะหวาดกลัวก็อดกลั้นความกลัวไว้ เพราะบัณฑิตทั้งหลายผู้ดำรงอยู่ในฐานะเป็นผู้ใหญ่ ย่อมประกอบประโยชน์ที่ยากจะประกอบได้

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๓

พระราชาทั้งหลายทรงปรารถนาข้าราชการที่กล้าหาญ เพื่อประสงค์ที่จะให้คนกล้าหาญ ป้องกันอันตรายและเหตุรอบข้างพระองค์

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๔

วันนี้ ขอพ่อครัวของพระราชา อย่าเชือดเราทั้ง ๒ ในห้องเครื่องใหญ่เลย เพราะว่า สีขนปีกจะฆ่าท่านเหมือนขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๕

ท่านแม้พ้นแล้วก็ไม่ปรารถนาจะบินไป ตนเองกลับเดินเข้ามาหาเครื่องดัก วันนี้ แม้ท่านผู้ถึงความสงสัยในชีวิต จงถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์เถิด อย่ายื่นปากออกมาเลย

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๖

ท่านนั้นจงประกอบความเพียร ที่เนื่องด้วยธรรมอันสมควรนั้นเถิด จงเที่ยวแสวงหาหนทางรอดชีวิตให้แก่เรา ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วของท่าน (หงส์สุมุขะกล่าวว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๗

อย่าทรงกลัวเลย พระองค์ผู้ประเสริฐ ด้วยว่า บุคคลทั้งหลายเช่นกับพระองค์หากลัวไม่ ข้าพระองค์จักประกอบความเพียรอันเนื่องด้วยธรรมอันสมควร ด้วยความเพียรอันผ่องแผ้วนั้น พระองค์จักพ้นจากบ่วงโดยเร็วพลัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนี้ จึงตรัสพระคาถาว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๘

นายพรานนั้นเข้าไปยังประตูพระราชวังพร้อมทั้งหาบหงส์ ด้วยกล่าวว่า ท่านทั้งหลายจงกราบทูลถึงเรา ให้พระราชาทรงทราบว่า พญาหงส์ธตรัฏฐะนี้มาแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๑๒๙

ได้ยินว่า พระเจ้าสัญญมนะทอดพระเนตรเห็น พญาหงส์ทั้ง ๒ นั้นเช่นกับผู้มีบุญ รู้ได้ด้วยลักษณะ จึงได้รับสั่งกับพวกอำมาตย์ว่า

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๐

ท่านทั้งหลายจงให้ผ้า ข้าว น้ำ และของบริโภค แก่นายพราน เงินเป็นบ่อเกิดความพอใจ ให้เขา จงให้แก่เขาตามที่เขาต้องการ (พระบรมศาสดาตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๑

พระเจ้ากาสีทอดพระเนตรเห็นนายพรานผู้มีอาการร่าเริง จึงได้ตรัสคำนี้ว่า เขมกะ เพื่อนรัก ผิว่าสระโบกขรณีนี้มีฝูงหงส์จับอยู่เต็มไปหมดไซร้

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๒

ทำไมท่านจึงถือบ่วงเข้าไปใกล้พญาหงส์ ผู้งดงามซึ่งอยู่ ณ ท่ามกลาง ได้จับพญาหงส์ผู้มีหมู่ญาติเกลื่อนกล่น ซึ่งมิใช่หงส์ชั้นกลางได้อย่างไร (นายพรานเขมกะนั้นกราบทูลพระราชาว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๓

วันนี้เป็นราตรีที่ ๗ ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่ประมาท แอบซ่อนอยู่ในตุ่ม คอยแสวงหารอยเท้าของพญาหงส์ทองตัวนั้น ตัวเข้าไปใกล้สถานที่ที่จับเหยื่อ @เชิงอรรถ : @ เงินเป็นบ่อเกิดความพอใจ หมายถึงเป็นกิริยาแสดงความใคร่ของเขา (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๓๐/๒๖๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๔

ต่อมาข้าพระองค์ได้เห็นรอยเท้าของพญาหงส์นั้น ตัวกำลังเที่ยวแสวงหาเหยื่อ จึงได้ดักบ่วงลงไว้ ณ ที่นั้น แล้วจับพญาหงส์นั้นได้ด้วยวิธีอย่างนี้ (พระราชาได้สดับดังนั้น จึงตรัสถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๕

พ่อพราน นกเหล่านี้มีอยู่ ๒ ตัว แต่ทำไมท่านจึงกล่าวว่าตัวเดียว จิตของท่านแปรปรวนแล้วหนอ หรือว่าท่านปรารถนาประโยชน์อะไรกันหนอ (นายพรานกราบทูลว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๖

หงส์ตัวที่มีลายสีแดงจรดถึงทรวงอก งดงามประดุจทองคำ ที่กำลังถูกหล่อหลอมนั้น ได้เข้ามาติดบ่วงของข้าพระองค์

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๗

ส่วนหงส์ตัวมีผิวพรรณผ่องใสตัวนี้มิได้ติดบ่วง ยืนเปล่งวาจาเป็นภาษามนุษย์ กล่าวถ้อยคำอันประเสริฐ กับพญาหงส์ตัวติดบ่วง ซึ่งกำลังกระสับกระส่ายอยู่ (พระราชาทรงประสงค์จะให้หงส์สุมุขะแสดงธรรม จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๘

สุมุขะ ทำไมหนอเวลานี้ท่านจึงยืนหดคางอยู่ หรือท่านมาถึงบริษัทของเราแล้ว กลัวภัยจึงไม่พูด (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น เมื่อจะแสดงความที่ตนไม่กลัวภัย จึงกราบทูลว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๓๙

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นกาสี ข้าพระองค์หยั่งลงสู่บริษัทของพระองค์แล้วจะเกรงกลัวหามิได้ ข้าพระองค์ไม่พูดเพราะความเกรงกลัวก็หามิได้ ข้าพระองค์จักกล่าวถ้อยคำในเมื่อมีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น (พระราชาสดับดังนั้นแล้วทรงแย้มสรวล ตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๐

เราไม่เห็นบริษัทที่ถืออาวุธเลย ไม่เห็นพลรถ พลราบ เกราะ หรือโล่หนัง และนายขมังธนูผู้สรวมเกราะของท่านเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๑

เงิน ทอง หรือนครที่สร้างไว้แล้วอย่างดี มีคูเรียงราย ยากที่จะข้ามได้ มีหอรบและป้อมอันมั่นคง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านเข้าไป ไม่กลัวสิ่งที่ควรกลัว เรายังไม่เห็นเลย สุมุขะ (หงส์สุมุขะเมื่อจะทูลเหตุนั้น จึงกราบทูลว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๒

ข้าพระองค์ไม่ต้องการบริวารที่ถืออาวุธ นคร หรือทรัพย์ เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายมีปกติเที่ยวไปในอากาศ ย่อมไปยังหนทางอันเป็นสถานที่มิใช่หนทาง

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๓

ก็พระองค์ได้ทรงสดับมาว่า ข้าพระองค์เป็นบัณฑิต มีปัญญาละเอียดอ่อน เป็นนักคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ข้าพระองค์จะกล่าววาจาที่มีประโยชน์ ขอพระองค์พึงดำรงอยู่ในความสัตย์เถิด

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๔

ด้วยว่าถ้อยคำที่พวกข้าพระองค์กล่าวแล้ว แม้จะเป็นสุภาษิต จะกระทำอะไรแก่พระองค์ผู้หาความสัตย์มิได้ ผู้มิใช่คนประเสริฐมักกล่าวคำเท็จและหยาบช้า

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๕

พระองค์รับสั่งให้ขุดสระอันเกษมนี้ตามคำของพวกพราหมณ์ และพระองค์รับสั่งให้ประกาศอภัยทานไปทั่วทิศทั้ง ๑๐ นี้

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๖

นกทั้งหลายจึงลงสู่สระโบกขรณีของพระองค์ ซึ่งมีน้ำใสสะอาด ที่สระบัวนั้นมีของกินเพียงพอ และไม่มีการเบียดเบียนนกทั้งหลายที่สระนั้น

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๗

พวกข้าพระองค์ได้ยินคำประกาศนี้แล้ว จึงพากันมาใกล้สระโบกขรณีของพระองค์ พวกข้าพระองค์นั้นจึงถูกบ่วงของพระองค์รัด คำประกาศนั้นเป็นภาษิตเท็จของพระองค์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๘

บุคคลมุ่งการกล่าวเท็จและความโลภ คือความต้องการอันชั่วช้าแล้วล่วงเลยสนธิทั้ง ๒ ไป ย่อมเข้าถึงนรกอันไม่มีความสำราญ (พระราชาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๔๙

สุมุขะ เรามิได้ประพฤติผิดที่จับท่านมาที่นี้ เพราะความโลภก็หามิได้ เราทราบมาว่า ท่านทั้งหลาย เป็นบัณฑิต มีปัญญาละเอียดอ่อน เป็นนักคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๐

ทำอย่างไรพญาหงส์ทั้ง ๒ จึงจะมากล่าววาจาอันมีประโยชน์ ณ ที่นี้ สุมุขะเพื่อนรัก นายพรานถูกเราสั่ง จึงได้จับท่านด้วยเหตุนั้น (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๑

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นกาสี ข้าพระองค์ทั้งหลายเมื่อชีวิตใกล้เข้ามาถึงคราวใกล้ตาย จึงจะกล่าววาจาที่มีประโยชน์หามิได้เลย

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๒

ผู้ใดฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อ หรือว่าฆ่านกด้วยนกต่อ หรือเบียดเบียนผู้เป็นพหูสูตด้วยสุตะ จะมีอะไรเล่าเลวทรามไปกว่านั้น

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๓

ก็ผู้ใดกล่าวถ้อยคำอันประเสริฐ แต่อิงอาศัยธรรมอันไม่ประเสริฐ ผู้นั้นชื่อว่าย่อมพลาดจากโลกทั้ง ๒ คือ ทั้งโลกนี้และโลกหน้า @เชิงอรรถ : @ สนธิทั้ง ๒ หมายถึงปฏิสนธิในเทวโลกและมนุษยโลกทั้ง ๒ อธิบายว่า คนที่ทำบาปธรรมเหล่านี้ไว้@ต่อไปเบื้องหน้าก็จะล่วงเลยปฏิสนธิที่เป็นสุคติเข้าถึงนรกที่ไม่น่ายินดีไป (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๔๖/๒๗๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๔

บุคคลได้ยศแล้วไม่พึงมัวเมา ถึงความสงสัยในชีวิต แล้วไม่พึงเดือดร้อน พึงพยายามในกิจการงานทั้งหลายร่ำไป และพึงปิดช่องโหว่ทั้งหลาย เสีย

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๕

บัณฑิตผู้เจริญเหล่าใดผ่านชีวิตโลกนี้ไป ถึงคราวใกล้ตาย ประพฤติธรรมในโลกนี้ บัณฑิตเหล่านั้นย่อมไปสู่สวรรค์ชั้นไตรทิพย์แล้วด้วยประการฉะนี้

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๖

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้นกาสี พระองค์ทรงสดับคำนี้แล้ว ขอทรงรักษาธรรมไว้ในพระองค์เถิด และขอทรงปล่อยพญาหงส์ธตรัฏฐะ ผู้ประเสริฐสูงสุดกว่าหงส์ทั้งหลายเถิด (พระราชาครั้นสดับดังนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๗

พนักงานทั้งหลายจงนำน้ำมันทาเท้า และอาสนะอันมีค่ามากมา เราจะปล่อยพญาหงส์ธตรัฏฐะผู้มียศออกจากกรง

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๘

และเราจะปล่อยพญาหงส์ ตัวที่เมื่อหงส์ผู้เป็นพระราชามีสุขก็เป็นสุขด้วย เมื่อมีทุกข์ก็เป็นทุกข์ด้วย ซึ่งเป็นหงส์เสนาบดี เป็นนักปราชญ์ มีปัญญาละเอียดอ่อน เป็นนักคิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

จุฬาฯ ข้อ ๑๕๙

บุคคลเช่นนี้แลสมควรที่จะบริโภคก้อนข้าวของนายได้ เหมือนหงส์สุมุขะผู้เป็นเพื่อนร่วมชีวิตของพระราชา @เชิงอรรถ : @ ถึงความสงสัยในชีวิต หมายถึงประสบทุกข์แล้วไม่พึงลำบาก (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๕๔/๒๗๔)@ ปิดช่องโหว่ทั้งหลาย หมายถึงพึงปิด พึงกั้นช่องทะลุ (ข้อบกพร่อง) ของตน (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๕๔/๒๗๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๐๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๐

ก็พญาหงส์ธตรัฏฐะได้บินเข้าไปจับตั่งทองคำล้วน ซึ่งมีเท้า ๘ น่ารื่นรมย์ เกลี้ยงเกลา ปูลาดด้วยผ้าแคว้นกาสี

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๑

ส่วนหงส์สุมุขะได้บินเข้าไปเกาะเก้าอี้ทองคำล้วน ซึ่งบุด้วยหนังเสือโคร่ง ถัดจากพญาหงส์ธตรัฏฐะ

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๒

ชาวแคว้นกาสีจำนวนมากพาเอาอาหารอันเลิศ ที่พระเจ้ากาสีทรงส่งไปด้วยถาดทองคำให้แก่พญาหงส์เหล่านั้น

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๓

พญาหงส์ธตรัฏฐะผู้ฉลาดในธรรมเนียมการปฏิสันถาร เห็นอาหารอันเลิศที่เขานำมาแล้ว ซึ่งพระเจ้ากาสีทรงประทานส่งไป ต่อจากนั้นจึงได้ทูลถามเป็นลำดับไปว่า

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๔

พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ทรงสุขสำราญดีอยู่หรือ ไม่มีโรคเบียดเบียนหรือ แคว้นอันมั่งคั่งนี้พระองค์ทรงปกครองโดยธรรมหรือ (พระราชาตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๕

เราสุขสำราญดีพญาหงส์ และไม่มีโรคเบียดเบียน อนึ่ง แคว้นอันมั่งคั่งนี้เราก็ปกครองโดยธรรม (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๖

โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของพระองค์ไม่มีหรือ อนึ่ง อำมาตย์เหล่านั้นไม่กังวลถึงชีวิต ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อพระองค์หรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๗

โทษบางสิ่งบางอย่างในหมู่อำมาตย์ของเราก็ไม่มี อนึ่ง แม้อำมาตย์เหล่านั้นก็ไม่กังวลถึงชีวิต ในเพราะราชกิจอันเป็นประโยชน์ต่อเราเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๘

พระเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับพระองค์ ทรงเชื่อฟัง ตรัสพระวาจาอ่อนหวานน่ารัก ทรงมีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ ทรงคล้อยตามพระอัธยาศัยของพระองค์หรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๖๙

ก็พระเทวีผู้มีพระชาติเสมอกับเรา เชื่อฟัง กล่าววาจาอ่อนหวานน่ารัก มีพระโอรสประกอบด้วยพระรูปโฉมและอิสริยยศ ยังคล้อยตามอัธยาศัยของเราอยู่ (พญาหงส์โพธิสัตว์ ทูลถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๐

แคว้นมิได้ถูกเบียดเบียน มิได้มีอันตรายแต่ที่ไหนๆ หรือ พระองค์ทรงปกครองโดยธรรมอย่างสม่ำเสมอ โดยมิได้เกรี้ยวกราดหรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๑

แคว้นก็มิได้ถูกเบียดเบียน มิได้มีอันตรายแต่ที่ไหนๆ เลย เราปกครองโดยธรรมอย่างสม่ำเสมอ โดยมิได้เกรี้ยวกราดเลย (พญาหงส์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๒

สัตบุรุษพระองค์ทรงยำเกรง ทรงเว้นอสัตบุรุษเสียห่างไกลหรือ พระองค์มิได้ทรงห่างเหินธรรม ประพฤติคล้อยตามอธรรมหรือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔) (พระราชาตรัสตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๓

สัตบุรุษเราก็ยำเกรง อสัตบุรุษเราก็เว้นห่างไกล เราประพฤติคล้อยตามธรรมเหล่านั้น ส่วนอธรรมเราได้ห่างเหินไปแล้ว (พญาหงส์ทูลถามว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๔

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์ พระองค์มิได้ทรงพิจารณาเห็นอนาคตอันยาวนานหรือ ทรงมัวเมาในอารมณ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา ไม่ทรงสะดุ้งกลัวปรโลกหรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๕

เราพิจารณาเห็นอนาคตอันยาวนานก็หาไม่ พญาหงส์ เราดำรงอยู่ในธรรม ๑๐ ประการ จึงไม่สะดุ้งกลัวปรโลก

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๖

คือ ๑. ทาน ๒. ศีล ๓. การบริจาค ๔. ความซื่อตรง ๕. ความอ่อนโยน ๖. ความเพียร ๗. ความไม่โกรธ ๘. ความไม่เบียดเบียน ๙. ความอดทน ๑๐. ความไม่คลาดธรรม @เชิงอรรถ : @ ธรรม ๑๐ ประการ คือทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ คือ (๑) ทาน หมายถึงเจตนาให้วัตถุ ๑๐ ประการ@มีข้าวและน้ำเป็นต้น (๒) ศีล หมายถึงศีล ๕ ศีล ๑๐ (๓) การบริจาค หมายถึงการบริจาคไทยธรรม@(๔) ความซื่อตรง หมายถึงความเป็นคนตรง (๕) ความอ่อนโยน หมายถึงความเป็นคนอ่อนโยน@(๖) ความเพียร หมายถึงกรรมคือการรักษาอุโบสถ (๗) ความไม่โกรธ หมายถึงความมีเมตตาเป็นเบื้องต้น@(๘) ความไม่เบียดเบียน หมายถึงความมีกรุณาเป็นเบื้องต้น (๙) ความอดทน หมายถึงความอดกลั้น@(๑๐) ความไม่คลาดจากธรรม หมายถึงความไม่ขัดเคือง (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๗๖/๒๗๘-๒๗๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๗

เราเห็นกุศลธรรมเหล่านี้ดำรงอยู่แล้วในตนด้วยประการฉะนี้ ต่อจากนั้นปีติและโสมนัสมีประมาณไม่น้อยจึงเกิดแก่เรา

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๘

ส่วนหงส์สุมุขะนี้ไม่ทันคิด ไม่ทราบความประทุษร้ายแห่งจิตต่อข้าพระองค์ จึงได้เปล่งวาจาอันหยาบคายออกมา

จุฬาฯ ข้อ ๑๗๙

หงส์สุมุขะนั้นโกรธ จึงได้เปล่งวาจาอันหยาบคายโดยไม่ไตร่ตรอง กล่าวหาโทษที่ไม่มีอยู่ในข้าพระองค์ การเปล่งนี้ดูเหมือนไม่ใช่ของผู้มีปัญญา (หงส์สุมุขะได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๐

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นอธิบดีแห่งมนุษย์ ความพลั้งพลาดนั้นย่อมมีแก่ข้าพระองค์เพราะความผลุนผลัน อนึ่ง เมื่อพญาหงส์ธตรัฏฐะติดบ่วง ข้าพระองค์จึงได้มีทุกข์มากกว่า

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๑

พระองค์เป็นเสมือนพระบิดาของพระโอรสทั้งหลาย เป็นเหมือนแผ่นดินเป็นที่พึ่งของภูตทั้งหลาย ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นดุจพญาช้าง ขอพระองค์โปรดทรงงดโทษ แก่ข้าพระองค์ผู้ถูกความผิดครอบงำด้วยเถิด (พระราชาทรงสรวมกอดหงส์สุมุขะนั้นเมื่อจะรับการขอโทษ จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๒

เมื่อเป็นเช่นนี้ เราขออนุโมทนาต่อท่าน เพราะท่านไม่ปกปิดความจริง พญาหงส์ ท่านย่อมทำลายตะปูตรึงจิต จึงนับได้ว่าท่านเป็นหงส์ผู้ซื่อตรง @เชิงอรรถ : @ ตะปูตรึงจิต หมายถึงเสาแห่งจิตหรือหลักตอแห่งจิต (ได้แก่ ความโกรธ ความไม่พอใจ จิตถูกโทษ@ครอบงำทำให้แข็งกระด้างต่อผู้อื่น) (ขุ.ชา.อ. ๘/๑๘/๒๘๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๒. มหาหังสชาดก (๕๓๔)

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๓

รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่งมีอยู่มากมาย ในราชนิเวศน์แห่งแคว้นกาสี คือ เงิน ทอง แก้วมุกดา และแก้วไพฑูรย์

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๔

แก้วมณี สังข์ ไข่มุก ผ้า จันทน์เหลือง หนังสัตว์ เครื่องงาช้าง ทองแดง และเหล็ก เราขอมอบทรัพย์เครื่องปลื้มใจทุกชนิดนั้นให้แก่ท่านทั้ง ๒ และขอปล่อยท่านทั้ง ๒ ให้เป็นอิสระ (พญาหงส์โพธิสัตว์กราบทูลว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๕

ข้าแต่พระองค์ผู้จอมทัพ ข้าพระองค์ทั้ง ๒ ผู้อันพระองค์ทรงยำเกรงและทรงสักการะแล้วโดยแน่แท้ ขอพระองค์โปรดทรงเป็นพระอาจารย์ของข้าพระองค์ทั้ง ๒ ผู้ประพฤติในธรรมทั้งหลายเถิด

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๖

ข้าแต่พระอาจารย์ผู้ทรงย่ำยีข้าศึก ข้าพระองค์ทั้ง ๒ ผู้อันพระองค์ทรงอนุญาตแล้ว ทรงอนุมัติแล้ว จะขอกระทำประทักษิณพระองค์แล้วกลับไปพบญาติทั้งหลาย (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๗

พระเจ้ากาสีทรงดำริและทรงปรึกษา อรรถคดีตามที่กล่าวมาตลอดราตรีทั้งปวงแล้ว ทรงอนุญาตพญาหงส์ทั้ง ๒ ตัวประเสริฐสูงสุดกว่าหงส์ทั้งหลาย

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๘

ต่อจากนั้น เมื่อราตรีรุ่งสว่าง ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นมา ขณะพระเจ้ากาสีกำลังทอดพระเนตรอยู่ พญาหงส์ทั้ง ๒ ได้โผบินไปสู่อากาศจากพระราชมณเฑียร

จุฬาฯ ข้อ ๑๘๙

หงส์ทั้งหลายเห็นพญาหงส์ทั้ง ๒ นั้น มาถึงโดยลำดับอย่างปลอดภัย ต่างพากันส่งเสียงว่าเกกๆ ได้เกิดสำเนียงเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๑๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๑. อสีตินิบาต] ๓. สุธาโภชนชาดก (๕๓๕)

จุฬาฯ ข้อ ๑๙๐

หงส์เหล่านั้นผู้มีความเคารพต่อผู้เป็นนาย พากันปลาบปลื้มใจเพราะพญาหงส์ผู้เป็นนายพ้นจากบ่วง จึงพากันแวดล้อมอยู่โดยรอบ หงส์ทั้งหลายได้ที่พึ่งแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๑๙๑

ประโยชน์ทั้งปวงของบุคคลผู้มีกัลยาณมิตร ย่อมสำเร็จผลเป็นความสุขความเจริญ เหมือนพญาหงส์ธตรัฏฐะทั้ง ๒ ได้อยู่ใกล้หมู่ญาติฉะนั้นมหาหังสชาดกที่ ๒ จบ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

1 คัมภีร์ · 485 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก

เปิดหน้าของฉบับนี้ · มหาหังสชาดก ว่าด้วย หงส์ชื่อสุมุขะไม่ละทิ้งพระยาหงส์ผู้ติดบ่วง

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ความมั่นใจของการจับคู่รายข้อไม่ถึงเกณฑ์อย่างน้อยหนึ่งข้อ จึงไม่วางรายข้อเพื่อไม่ให้ผิดข้อ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

สำเนานี้ต่างจากต้นทาง: ต้นทางเป็นเช่นนี้ (ไม่ได้แก้): ต้นทางไม่ตัดบรรทัดใน 1 จาก 50 ข้อ (ตั้งแต่ i238)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ