คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

บาลี

อฏฺฐมํ โตเทยฺยตฺเถราปทานํ (๔๐๘)

ฉบับหลวง

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ โตเทยยเถราปทานที่ ๘ (๔๐๘) ว่าด้วยผลแห่งการสร้างบรรณศาลา

ฉบับมหาจุฬาฯ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๘. โตเทยยเถราปทาน ๘. โตเทยยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโตเทยยเถระ (พระโตเทยยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

บาลี

|๔๑๐.๒๒๕| ราชา วิชิตชโย นาม เกตุมติปุรุตฺตเม สูโร วิกฺกมสมฺปนฺโน ปุรมชฺฌาวสี ตทา ฯ |๔๑๐.๒๒๖| ตสฺส รญฺโญ ปมตฺตสฺส รฏฺฐวิสา สมุฏฺฐหุํ อุตฺตรา ตุณฺฑิกา เจว รฏฺฐํ วิทฺธํสยุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๒๗| ปจฺจนฺเต กุปฺปิเต ขิปฺปํ สนฺนิปาเตสิรินฺทโม ภเฏ เจว พลตฺเถ จ อรึ นิคฺคาหยิ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๒๘| หตฺถาโรหา อนีกตฺถา สูรา จ วมฺมโยธิโน ธนุคฺคหา จ รถิกา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๒๙| อาฬารกา กปฺปกา จ นฺหาปกา มาลการกา สูรา วิชิตสงฺคามา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๓๐| ขคฺคหตฺถา จ ปุริสา จาปหตฺถา จ จมฺมิโน ลุทฺธา วิชิตสงฺคามา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๓๑| ติธปฺปภินฺนา มาตงฺคา กุญฺชรา สฏฺฐิหายนา สุวณฺณกจฺฉาลงฺการา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๓๒| ขมา สีตสฺส อุณฺหสฺส อุกฺการุหรณสฺส จ โยธาชีวา กตกมฺมา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๓๓| สงฺขสทฺทํ เภริสทฺทํ อโถ อุทฺทฏสทฺทกํ เอเตหิ เต หาสยนฺตา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๓๔| ติสูลโกนฺติมนฺเตหิ ธนูหิ โตมเรหิ จ โกฏฺฏยนฺตา นิวตฺเตนฺตา สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๓๕| กวจานิ นิวาเสตฺวา สราชา อชิตญฺชิโน สฏฺฐิปาณสหสฺสานิ สูเล อุตฺตาสยึ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๓๖| สทฺทํ มานุสกากํสุ อโห ราชา อธมฺมิโก นิรเย ปจฺจมานสฺส กทา อนฺโต ภวิสฺสติ ฯ |๔๑๐.๒๓๗| สยเนหํ ตุวฏฺเฏนฺโต ปสฺสามิ นิรเย ตทา น สุปามิ ทิวารตฺตึ สูเลน ตชฺชยนฺติ มํ ฯ |๔๑๐.๒๓๘| กึ ปมาเทน รชฺเชน พาหเนน พเลน จ น เต ปโหนฺติ ธาเรตุํ ตาสยนฺติ มมํ สทา ฯ |๔๑๐.๒๓๙| กึ เม ปุตฺเตหิ ทาเรหิ รชฺเชน สกเลน จ ยนฺนูน ปพฺพเชยฺยาหํ คติมคฺคํ วิโสธเย ฯ |๔๑๐.๒๔๐| สฏฺฐินาคสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิเต สุวณฺณกจฺเฉ มาตงฺเค เหมกปฺปนิวาสเส ฯ |๔๑๐.๒๔๑| อารุเฬฺห คามณีเยภิ โตมรงฺกุสปาณิภิ สงฺคามาวจเร ฐาเน อนเปกฺโข วิหายหํ ฯ |๔๑๐.๒๔๒| สกกมฺเมน สนฺตตฺโต นิกฺขมึ อนคาริยํ สฏฺฐิอสฺสสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิเต ฯ |๔๑๐.๒๔๓| อาชานิเย จ ชาติยา สินฺธวา สีฆพาหเน อารุเฬฺห คามณีเยภิ จาปหตฺเถหิ จมฺมิภิ ฯ |๔๑๐.๒๔๔| ฉฑฺฑยิตฺวาน สพฺเพเต นิกฺขมึ อนคาริยํ สฏฺฐิรถสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิเต ฯ |๔๑๐.๒๔๕| ทีเป อโถปิ เวยฺยคฺเฆ สนฺนทฺเธ อุสฺสิตทฺธเช สพฺเพเต ปริวชฺเชตฺวา ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๔๑๐.๒๔๖| สฏฺฐิเธนุสหสฺสานิ สพฺพา กํสุปธารณา คาวิโย ฉฑฺฑยิตฺวาน ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๔๑๐.๒๔๗| สฏฺฐิอิตฺถีสหสฺสานิ สพฺพาลงฺการภูสิตา วิจิตฺตวตฺถาภรณา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา ฯ |๔๑๐.๒๔๘| อาฬารมุขา หสุลา สุสญฺญา ตนุมชฺฌิมา ตา หิตฺวา กนฺทมานาโย ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๔๑๐.๒๔๙| สฏฺฐิคามสหสฺสานิ ปริปุณฺณานิ สพฺพโส ฉฑฺฑยิตฺวาน ตํ รชฺชํ ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๔๑๐.๒๕๐| นครา นิกฺขมิตฺวาน หิมวนฺตํ อุปาคมึ ภาคีรสีนทีตีเร อสฺสมํ มาปยึ อหํ ฯ ปณฺณสาลํ กริตฺวาน อคฺยาคารํ อกาสหํ ฯ |๔๑๐.๒๕๑| อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต วสามิ อสฺสเม อหํ มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา สุญฺญาคาเร ว ฌายโต น ตุ วิชฺชติ ตาโส เม น ปสฺเส ภยเภรวํ ฯ |๔๑๐.๒๕๒| สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ อคฺโค การุณิโก มุนิ ญาณาโลเกน โชเตนฺโต โลเก อุปฺปชฺชิ ตาวเท ฯ |๔๑๐.๒๕๓| มม อสฺสมสามนฺตา ยกฺโข อาสิ มหิทฺธิโก พุทฺธเสฏฺฐมฺหิ อุปฺปนฺเน อาโรเจสิ มมํ ตทา ฯ |๔๑๐.๒๕๔| พุทฺโธ โลเก สมุปฺปนฺโน สุเมโธ นาม จกฺขุมา ตาเรสิ ชนตํ สพฺพํ ตมฺปิ โส ตารยิสฺสติ ฯ |๔๑๐.๒๕๕| ยกฺขสฺส วจนํ สุตฺวา สํวิคฺโค อาสิ ตาวเท พุทฺโธ พุทฺโธติ จินฺเตนฺโต อสฺสมํ ปฏิสามยึ ฯ |๔๑๐.๒๕๖| อคฺคิทารุญฺจ ฉฑฺเฑตฺวา สํสาเมตฺวาน สนฺถตํ อสฺสมํ อภิวนฺทิตฺวา นิกฺขมึ ปวนา อหํ ฯ |๔๑๐.๒๕๗| ตโต จนฺทนมาทาย คามา คามํ ปุรา ปุรํ เทวเทวํ คเวสนฺโต อุปคญฺฉึ วินายกํ ฯ |๔๑๐.๒๕๘| ภควา ตมฺหิ สมเย สุเมโธ โลกนายโก จตุสจฺจํ ปกาเสนฺโต โพเธติ ชนตํ พหุํ ฯ |๔๑๐.๒๕๙| อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน สีเส กตฺวาน วนฺทนํ สมฺพุทฺธํ อภิวาเทตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๔๑๐.๒๖๐| วสฺสิเก ปุปฺผมานสฺมึ สนฺติเก อุปวายติ ตฺวํ วีร คุณคนฺเธน ทิสา สพฺพา ปวายสิ ฯ |๔๑๐.๒๖๑| จมฺปเก นาคมลิเก อธิมุตฺตกเกตเก สาเลสุ ปุปฺผมาเนสุ อนุวาตํ ปวายติ ฯ |๔๑๐.๒๖๒| ตว คนฺธํ ฆายิตฺวาน หิมวนฺตา อิธาคมึ ปูเชมิ ตํ มหาวีร โลกเชฏฺฐ มหายส ฯ |๔๑๐.๒๖๓| วรจนฺทเนนานุลิมฺปึ สุเมธํ โลกนายกํ สกํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา ตุณฺหี อฏฺฐาสิ ตาวเท ฯ |๔๑๐.๒๖๔| สุเมโธ นาม ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๔๑๐.๒๖๕| โย เม คุณํ ปกิตฺเตสิ จนฺทนญฺจ อปูชยิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๔๑๐.๒๖๖| อาเทยฺยวากฺยวจโน พฺรหฺมา อุชุ ปตาปวา ปญฺจวีสติกปฺปานิ สปฺปภาโส ภวิสฺสติ ฯ |๔๑๐.๒๖๗| ฉพฺพีสติกปฺปสเต เทวโลเก รมิสฺสติ สหสฺสกฺขตฺตุํ ราชา จ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๔๑๐.๒๖๘| เตตฺตึสกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ ปเทสรชฺชํ วิปุลํ คณนาโต อสงฺขยํ ฯ |๔๑๐.๒๖๙| ตโต จุโตยํ มนุโช มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺโต พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ |๔๑๐.๒๗๐| อชฺฌายโก มนฺตธโร ติณฺณํ เวทาน ปารคู ตีณิลกฺขณสมฺปนฺโน พาวรี นาม พฺราหฺมโณ ฯ |๔๑๐.๒๗๑| ตสฺส สิสฺโส ภวิตฺวาน เหสฺสติ มนฺตปารคู อุปคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ โคตมํ สกฺยปุงฺควํ ฯ |๔๑๐.๒๗๒| ปุจฺฉิตฺวา นิปุเณ ปเญฺห หาสยิตฺวาน มานสํ สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๑๐.๒๗๓| ติวิธคฺคิ นิพฺพุตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๑๐.๒๗๔| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๑๐.๒๗๕| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๑๐.๒๗๖| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โตเทยฺโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โตเทยฺยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ

ฉบับหลวง

ในกาลนั้น (เราเป็น) พระราชาพระนามว่าวิชิตชัย เป็นผู้กล้า ทรงถึง พร้อมด้วยความกล้าหาญ ประทับอยู่ในท่ามกลางพระนครเกตุมดีอันอุดม ในกาลนั้น เมื่อพระราชาพระองค์นั้นประมาท พิษร้ายของแว่นแคว้นก็ดัง ขึ้น อุตฺตรา ตุณฺฑิกา เจว กำจัดแว่นแคว้นเมื่อปัจจันตชนบทกำเริบ พระราชาจึงสั่งให้พลรบและทหารสื่อสารประชุมกัน รับสั่งให้ใช้อาวุธบังคับ ข้าศึก ในกาลนั้น พลช้าง พลม้า ทหารเสื้อเกราะผู้กล้าหาญ พลธนูและ พลรถมาประชุมกันทั้งหมด พวกพ่อครัว พนักงานเครื่องต้น พนักงานสรง สนาน ช่างดอกไม้ผู้กล้าหาญ เคยชนะสงคราม มาประชุมกันทั้งหมด พวกชายฉกรรจ์ผู้ถือแสงขรรค์ ถือธนู สวมเกราะหนัง เป็นคนแข็ง กล้าเคยชนะสงคราม มาประชุมกันทั้งหมด ช้างมาตังคะตกมัน ๓ ครั้ง มีอายุ ๖๐ ปี มีสายประคนพานหน้าพานหลัง และเครื่องประดับล้วนทอง มาประชุมกันทั้งหมด นักรบอาชีพ อดทนต่อหนาว ร้อน อุจจาระ ปัสสาวะ มีกรรมอันทำเสร็จแล้ว มาประชุมกันทั้งหมด ทหารเหล่านั้นยินดีด้วยเสียง สังข์ เสียงกลองและด้วยเสียงแตกตื่น มาประชุมกันทั้งหมด ทหารเหล่า นั้นตีกั้นด้วยหลาว หอก แหลน ธนู และหอกอย่าง ๓ เล่ม กลับมา ประชุมกันทั้งหมด ในกาลนั้น เราสวมเกราะแล้ว สั่งให้จับพลรบ ๖ หมื่น พร้อมทั้งพระราชาผู้ชนะ ที่ยังไม่เคยชนะ เสียบหลาว พลรบเหล่านั้น พากันส่งเสียงร้องว่า พุทโธ พระราชาอาธรรม์ เมื่อถูกไฟไหม้อยู่ในนรก เมื่อไรจักมีที่สุด ในกาลนั้น เรานอนอยู่บนที่นอน ย่อมเห็นไฟนรก เรา นอนไม่หลับตลอดวันหนึ่งคืนหนึ่ง พวกนายนิริยบาลขู่เราด้วยหลาว (เรา คิดว่า) ความมัวเมารัชสมบัติ สัตว์พาหนะ และพลรบจะเป็นประโยชน์ อะไร สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถทรงไว้ได้ ย่อมยังเราให้สะดุ้งทุกเมื่อ บุตร ภรรยา และรัชสมบัติทั้งสิ้น จะเป็นประโยชน์อะไรแก่เรา ถ้าเช่นนั้น เราพึงบวช พึงชำระทางแห่งคติ เราไม่มีความห่วงใย ปล่อยช้างมาตังคะ ๖ หมื่นเชือก อันประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีรัดประคนพานหน้า พานหลัง เครื่องประดับศีรษะและข่ายล้วนทอง อันควาญช้างผู้ถือหอกซัด และขอประจำคอ ไว้ในที่สนามรบ เร่าร้อน ด้วยกรรมของตน จึงออก บวชเป็นบรรพชิต เราทิ้งม้าสินธพอาชาไนยโดยกำเนิด ๖ หมื่นม้า อัน ประกอบด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง เป็นพาหนะวิ่งเร็ว อันนายม้ามือถือธนู สวมเกราะหนัง ขึ้นประจำหลังเสียทั้งหมดแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต เราสละรถ ๖ หมื่นคัน อันประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง หุ้มด้วย หนังเสือเหลืองบ้าง ด้วยหนังเสือโคร่งบ้าง สอดเครื่องรบมีธงปักไว้หน้า รถ ทั้งหมดนี้แล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราทิ้งแม่โคนม ๖ หมื่นตัว อันรอง น้ำนมด้วยขันสำริด ทั้งหมดเสียแล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราปล่อยหญิง ๖ หมื่นคน ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง มีผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร สวมใส่แก้วมณีและกุณฑล มีหน้าเบิกบาน ยิ้มแย้ม ตะโพกผึ่งผาย เอว เล็กเอวบาง ทุกคนคร่ำครวญอยู่ไว้แล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราทิ้งบ้าน ๖ หมื่นหลัง อันบริบูรณ์ด้วยประการทั้งปวง ซึ่งเป็นรัชสมบัตินั้นเสียแล้ว บวชเป็นบรรพชิต เราออกจากพระนครแล้ว เข้าไปสู่ภูเขาหิมวันต์ ได้ สร้างอาศรมไว้ ณ ที่ใกล้แม่น้ำภาคีรสี ทำบรรณศาลาเสร็จแล้ว ทำเรือน สำหรับบูชาไฟ เราปรารภความเพียรมีใจแน่วแน่ อยู่ในอาศรม เมื่อ เราเพ่งฌานอยู่ในมณฑปก็ดี ที่โคนไม้ก็ดี ในเรือนว่างก็ดี ความสะดุ้ง ย่อมไม่มีแก่เรา เราไม่เห็นภัยที่น่าหวาดกลัวเลย ในกาลนั้น พระสัม- พุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณาเป็นมุนี ทรงยัง แสงสว่างแห่งญาณให้โชติช่วง เสด็จอุบัติในโลก โดยรอบอาศรมของ เรา มียักษ์ (เทวดา) ผู้มีฤทธิ์อยู่ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ อุบัติขึ้นแล้ว ยักษ์บอกกะเราในกาลนั้นว่า พระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธผู้มีจักษุ เสด็จ อุบัติแล้วในโลก ทรงยังหมู่สัตว์ทั้งปวงให้ข้าม แม้ท่านพระองค์ก็จักทรง ให้ข้ามได้ขณะนั้น เราฟังคำของยักษ์แล้วมีความสลดใจ คิดอยู่ว่า พุทโธ พุทโธ เก็บอาศรมไว้ ทิ้งฟืนสำหรับบูชาไฟ และเก็บสันถัด ไหว้อาศรม แล้ว ออกจากป่าใหญ่เราถือเอาไม้จันทน์จากที่นั้น จากบ้านนี้ไปบ้านโน้น จากเมืองนี้ไปเมืองโน้น แสวงหาพระพุทธเจ้าอยู่ ได้เข้าไปเฝ้าพระองค์ สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธผู้นำของโลกทรงประกาศสัจจะ ๔ ยังหมู่ชนเป็นอันมากให้ตรัสรู้อยู่ เราประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า กระทำวันทนาการ ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ว่า เมื่อต้นมะลิซ้อนดอกบาน กลิ่นหอมฟุ้งไปในที่ใกล้ ข้าแต่พระวีรเจ้า พระองค์มีกลิ่นคือคุณหอมขจรไปทั่วทิศ เมื่อต้นจัมปา ต้นกะถินพิมาน ต้นอุโลก ต้นการเกต และต้นรัง กำลังดอกบาน กลิ่นหอมฟุ้งไปตามลม ข้าพระองค์สูดกลิ่นของพระองค์จากภูเขาหิมวันต์มาจนถึงที่นี่ ข้าแต่พระ- มหาวีรเจ้า ผู้เชษฐบุรุษของโลก มียศมาก ข้าพระองค์ขอบูชาพระองค์ เรา ไล้ทาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธผู้นำของโลก ด้วยแก่นจันทน์อัน ประเสริฐ ยังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ได้ยืนนิ่งอยู่ ณ ที่นั่น พระผู้มี พระภาคพระนามว่าสุเมธเชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่านระ ประทับ นั่ง ณ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดสรรเสริญ คุณของเรา และได้บูชาเราด้วยแก่นจันทน์ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นี้จักเป็นผู้กล่าวถ้อยคำที่ควรเชื่อถือได้ เป็นพรหม เป็นผู้ซื่อตรง มีตบะ จักมีรัศมีอันสว่างไสวตลอด ๒๕ กัลป จักรื่นรมย์ อยู่ในเทวโลกตลอด ๒๖๐๐๐ กัลป จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นจอมเทวดาเสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๓๓ ครั้ง จักได้เป็น พระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับมิได้ คนผู้นี้จุติจากเทวโลกนั้น แล้ว จักถึงความเป็นมนุษย์ ประกอบด้วยบุญกรรม จักเป็นบุตรพราหมณ์ จักได้เป็นศิษย์ของพราหมณ์ชื่อว่าพาวรี ผู้เล่าเรียนทรงจำมนต์ ถึงที่สุด แห่งไตรเพท ถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓ ประการ จักเป็นผู้รู้จบมนต์ เราได้ เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า พระนามว่าโคดมศากยบุตร ได้ทูลถามปัญหาอัน ละเอียด ยังใจให้โสมนัส กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ อยู่ เราดับไฟ ๓ กองได้สิ้นแล้ว ถอนภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว กำหนดรู้ อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอน ภพขึ้นได้ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มี อาสวะอยู่ การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้ว หนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จ แล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระโตเทยยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ โตเทยยเถราปทาน.

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ครั้งนั้น (ข้าพเจ้าเกิดเป็น)พระราชาพระนามว่าวิชิตชัย ในกรุงเกตุมดี เป็นเมืองชั้นเลิศ เป็นผู้แกล้วกล้า เต็มเปี่ยมด้วยความกล้าหาญ ประทับอยู่ท่ามกลางกรุง

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

เมื่อพระราชาพระองค์นั้น ทรงประมาท ข้าศึกแห่งแว่นแคว้นก็กำเริบขึ้น ฝ่ายตรงกันข้ามและพวกยุยงก็ทำลายแว่นแคว้น

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

เมื่อปัจจันตชนบท(ชนบทปลายแดน)กำเริบ พระราชาจึงรับสั่งให้พลรบและทหารสื่อสารมาประชุมกัน รับสั่งให้ปราบข้าศึก ในครั้งนั้น

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พลช้าง พลม้า ทหารสวมเกราะกล้าหาญ ทหารแม่นธนู และพลรถ มาประชุมกันทั้งหมด

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พวกพ่อครัว พนักงานเครื่องต้น พนักงานสรงสนาน ช่างทำดอกไม้ เป็นผู้กล้าหาญ เคยชนะในสงคราม มาประชุมกันทั้งหมด

จุฬาฯ ข้อ ๒๒๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พวกชายฉกรรจ์ถือดาบ ถือธนู สวมเกราะหนัง เป็นคนแข็งแรง เคยชนะในสงคราม มาประชุมกันทั้งหมด

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๐· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ช้างมาตังคะตกมัน ๓ แห่ง เสื่อมกำลังเมื่ออายุ ๖๐ ปี มีสายประโคน @เชิงอรรถ : @ สายรัดจากใต้สัปคับคือที่นั่งบนหลังช้าง ใช้รัดสัปคับอกช้าง หลังขาหน้าแล้วลอดมาบรรจบกันโยงใต้@ท้องช้างและหน้าขาหลังไปจากสายชนักที่คอช้าง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๘. โตเทยยเถราปทาน พานหน้าพานหลัง และเครื่องประดับทองคำ มาประชุมกันทั้งหมด

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๑· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

นักรบอาชีพ อดทนต่อความหนาวความร้อน อดทนต่ออุจจาระปัสสาวะ เตรียมการสำเร็จแล้ว มาประชุมกันทั้งหมด

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พวกทหารเหล่านั้นร่าเริงด้วยเสียงสังข์ เสียงกลอง และเสียงแตกตื่นมาประชุมกันทั้งหมด

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พวกทหารเหล่านั้นตีรันฟันแทงด้วยหลาว หอก แหลน ธนู และโตมร กลับมาประชุมกันทั้งหมด

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าสวมเกราะแล้ว สั่งให้จับทหาร ๖๐,๐๐๐ คน พร้อมทั้งพระราชาผู้ชนะ คนที่ไม่เคยชนะเสียบหลาว(ประจาน)

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ทหารเหล่านั้นพากันส่งเสียงร้องว่า โธ่เอ๋ย พระราชาไร้ธรรม เมื่อถูกไฟเผาไหม้อยู่ในนรก เมื่อไรจักสิ้นสุดกรรม

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ครั้งนั้น ข้าพเจ้านอนอยู่บนที่นอน เห็นไฟนรก จึงนอนไม่หลับตลอดทั้งวันทั้งคืน พวกนายนิรยบาลใช้หลาวขู่ข้าพเจ้า

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

(ข้าพเจ้าคิดว่า) ความมัวเมาราชสมบัติ สัตว์พาหนะ และพลรบ จะมีประโยชน์อะไร สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถจะต้านทานเราไว้ได้ มีแต่จะทำให้สะดุ้งอยู่ทุกเมื่อ

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

บุตร ภรรยา และราชสมบัติทั้งหมด จะมีประโยชน์อะไรสำหรับเรา ทางที่ดีเราควรออกบวช ชำระทางที่จะดำเนินไปให้หมดจด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๘. โตเทยยเถราปทาน

จุฬาฯ ข้อ ๒๓๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ช้างมาตังคะ ๖๐,๐๐๐ เชือก ตกแต่งด้วยเครื่องประดับทุกอย่าง มีสายประโคนพานหน้า พานหลัง เครื่องประดับศีรษะทองคำ

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๐· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

มีนายควาญช้างถือโตมรและขอขึ้นขี่ประจำ ข้าพเจ้าไม่มีความห่วงใยละทิ้งไว้ในสนามรบ เดือดร้อนเพราะกรรมของตน จึงออกบวชเป็นบรรพชิต

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๑· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ม้าสินธพชาติอาชาไนย ๖๐,๐๐๐ ตัว ตกแต่งด้วยเครื่องประดับทุกอย่างเป็นพาหนะวิ่งเร็ว

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

มีทหารม้าถือธนูสวมเกราะขึ้นขี่ประจำ ข้าพเจ้าทอดทิ้งม้าเหล่านั้นทั้งหมดแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

รถ ๖๐,๐๐๐ คัน ตกแต่งด้วยเครื่องอลังการพร้อมสรรพ เป็นรถที่หุ้มหนังเสือเหลืองบ้าง หุ้มหนังเสือโคร่งบ้างบรรทุกอาวุธรบ ปักธงไว้หน้ารถ ข้าพเจ้าละทิ้งรถนั้นทั้งหมดแล้วออกบวชเป็นบรรพชิต

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

แม่โคนม ๖๐,๐๐๐ ตัว และขันสำริดสำหรับรองน้ำนม ทั้งหมดข้าพเจ้าละทิ้งแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สตรี ๖๐,๐๐๐ นาง ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง สวมใส่ผ้าอาภรณ์อย่างงดงาม ห้อยตุ้มหูแก้วมณี

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

มีตากลมโต มีปกติร่าเริง รูปร่างงดงาม เอวเล็กเอวบาง ข้าพเจ้าละสตรีเหล่านั้นผู้พากันคร่ำครวญอยู่แล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๘. โตเทยยเถราปทาน

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

หมู่บ้าน ๖๐,๐๐๐ ตำบล ที่บริบูรณ์ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าพเจ้าละทิ้งราชสมบัตินั้นแล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ข้าพเจ้าออกจากนครแล้ว เข้าไปยังภูเขาหิมพานต์ ได้สร้างอาศรมไว้ ณ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำภาคีรถี

จุฬาฯ ข้อ ๒๔๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สร้างบรรณศาลาเสร็จแล้ว สร้างโรงสำหรับบูชาไฟ บำเพ็ญเพียร มีจิตเด็ดเดี่ยว อยู่ในอาศรม

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๐· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

เมื่อข้าพเจ้าเข้าฌานอยู่ในมณฑปก็ดี ที่โคนต้นไม้ก็ดี ในเรือนว่างก็ดี ความสะดุ้งกลัวย่อมไม่มีแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่เห็นภัยที่น่าหวาดกลัวเลย

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๑· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ในขณะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้เลิศ ประกอบด้วยพระกรุณา เป็นมุนี มีแสงสว่างแห่งพระญาณโชติช่วง เสด็จอุบัติขึ้นในโลก

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ใกล้อาศรมของข้าพเจ้า มียักษ์ตนหนึ่งผู้มีฤทธิ์มาก เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดอุบัติขึ้นแล้ว ยักษ์บอกกับข้าพเจ้าในครั้งนั้นว่า

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก พระองค์ทรงพระนามว่าสุเมธะ ทรงมีจักษุ ทรงช่วยหมู่ชนทั้งปวงให้ข้าม แม้ท่าน พระองค์ก็จักช่วยให้ข้าม

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ขณะนั้น ข้าพเจ้าฟังคำของยักษ์แล้วมีความสลดใจ คิดอยู่ว่า พุทโธ พุทโธ ปิดอาศรม

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ข้าพเจ้าทิ้งฟืนสำหรับบูชาไฟ และเก็บสันถัต ไหว้อาศรมแล้วออกจากป่าใหญ่ไป

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ข้าพเจ้าถือไม้จันทน์จากที่นั้น จากบ้านไปสู่บ้าน จากเมืองไปสู่เมือง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๘. โตเทยยเถราปทาน แสวงหาพระพุทธเจ้าผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพอยู่ ได้เข้าเฝ้าพระองค์ ซึ่งเป็นผู้นำโดยวิเศษ

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงประกาศสัจจะ ๔ ทำหมู่ชนจำนวนมากให้ตรัสรู้

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ข้าพเจ้าประนมมือไหว้เหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

จุฬาฯ ข้อ ๒๕๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

เมื่อต้นมะลิซ้อนมีดอกบานสะพรั่ง กลิ่นหอมฟุ้งไปในที่ใกล้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร พระองค์มีกลิ่นคือคุณหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๐· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

เมื่อต้นจำปา ต้นกระถินพิมาน ต้นลำดวน ต้นการะเกด และต้นสาละ กำลังมีดอกบาน กลิ่นหอมฟุ้งไปตามลม

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๑· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ข้าพระองค์สูดกลิ่นของพระองค์ จึงจากภูเขาหิมพานต์มาจนถึงที่นี่ ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก ผู้เจริญที่สุดในโลก มีพระยศยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์ขอบูชาพระองค์

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ข้าพเจ้าใช้จุรณจันทน์อย่างดี ไล้ทาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกทำจิตของตนให้เลื่อมใส แล้วได้ยืนนิ่งอยู่ในขณะนั้น

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธะ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๘. โตเทยยเถราปทาน ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

เราจักพยากรณ์ผู้ที่สรรเสริญคุณของเรา และได้ใช้จุรณจันทน์บูชา ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ผู้นี้จักเป็นผู้กล่าวถ้อยคำที่เชื่อถือได้ เป็นพรหม ผู้ซื่อตรง มีตบะ มีรัศมีสว่างไสวตลอด ๒๕ กัป

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๖· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๒,๖๐๐ กัป จักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๗· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

จักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๓ ชาติ จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๘· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ผู้นี้จุติจากเทวโลกนั้นแล้ว จักไปเกิดเป็นมนุษย์ ประกอบด้วยบุญกรรม จักเป็นบุตรของพราหมณ์

จุฬาฯ ข้อ ๒๖๙· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

พราหมณ์ชื่อพาวรี ผู้คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท ถึงพร้อมด้วยลักษณะ ๓ ประการ

จุฬาฯ ข้อ ๒๗๐· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

เขาเป็นศิษย์ของพราหมณ์นั้นเป็นผู้จบมนตร์ จักได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าโคดมศากยะ ผู้ประเสริฐ

จุฬาฯ ข้อ ๒๗๑· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ข้าพเจ้าได้ทูลถามปัญหาอย่างละเอียด ทำใจให้ร่าเริง กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

จุฬาฯ ข้อ ๒๗๒· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

ไฟ ๓ กองของข้าพเจ้าดับแล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าถอนได้แล้ว ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๘๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๙. ชตุกัณณิกเถราปทาน

จุฬาฯ ข้อ ๒๗๓· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

จุฬาฯ ข้อ ๒๗๔· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

จุฬาฯ ข้อ ๒๗๕· จับคู่ตามเลขอ้างอิง SuttaCentral

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระโตเทยยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้โตเทยยเถราปทานที่ ๘ จบ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อรรถกถา

คำอธิบายชั้นหลัง — ไม่ใช่พุทธพจน์

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

1 คัมภีร์ · 9 ย่อหน้า — โหลดเมื่อคุณเปิดอ่าน ไม่อยู่ในหน้านี้ตั้งแต่แรก

เปิดหน้าของฉบับนี้ · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๔๑. เมตเตยยวรรค ๘. โตเทยยเถราปทาน (๔๐๘)

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

การจับคู่ข้อของฉบับมหาจุฬาฯ

ตัวบทสามฉบับต่อข้อ เรียง บาลี → ฉบับหลวง → ฉบับมหาจุฬาฯ · เลือกแสดงทั้งสามหรือทีละฉบับได้ที่แถบเครื่องมือ

ในหน่วยนี้: 52 ข้อตามเลขอ้างอิง SuttaCentral · 0 ข้อโดยอนุมาน — ยังไม่มีคู่ใดที่คนตรวจ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ