ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา เล่ม ๓๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา
๑๕๔๓สกวาที ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. รูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๔๔ส. รูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ตัณหา พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ตัณหาพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย ก็ต้องไม่กล่าวว่าธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย
๑๕๔๕ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความโลภพระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย และธัมมตัณหาก็เป็นความโลภ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ความโลภ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกขสมุทัย และธัมมตัณหาก็เป็นความโลภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย
๑๕๔๖ส. โลภะคือธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือรูปตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โลภะคือธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือคันธตัณหา ฯลฯ คือรสตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๔๗ส. โลภะคือรูปตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือธัมมตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ คือโผฏฐัพพตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลภะคือธัมมตัณหา เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๔๘ส. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ป. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ตัณหานี้ใด กระทำความเกิดอีก เป็นไปกับด้วยความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลิน เพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้นๆ ตัณหาดังกล่าวนี้คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหาดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย ดังนี้
๑๕๔๙ป. ไม่พึงกล่าว ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. มันเป็นตัณหาในธรรม มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า มันเป็นตัณหาในธรรม ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกข-สมุทัย ดังนี้ ธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา จบ. วรรคที่ ๑๓ จบ. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา (๑๓๕) ว่าด้วยธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย
สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๘๑-๖๘๕/๒๗๒)@ เพราะมีความเห็นว่า ธัมมตัณหาไม่ใช่เหตุแห่งทุกขสัจ ดังนั้นจึงไม่นับเข้าในสมุทัย ซึ่งต่างกับความ@เห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ขึ้นชื่อว่าตัณหาแล้วจัดเป็นทุกขสมุทัย(เหตุให้เกิดทุกข์)ทั้งนั้น@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๘๑-๖๘๕/๒๗๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา (๑๓๕) สก. สัททตัณหา ฯลฯ คันธตัณหา ฯลฯ รสตัณหา ฯลฯ โผฏฐัพพตัณหา เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ตัณหาพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัยมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากตัณหา พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย” สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลภะพระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย ธัมมตัณหาเป็นโลภะมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากโลภะ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกขสมุทัย และธัมมตัณหาเป็นโลภะท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย”
สก. โลภะคือธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลภะคือรูปตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา (๑๓๕) สก. โลภะคือธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ โลภะคือคันธตัณหา ฯลฯ โลภะคือรสตัณหาฯลฯ โลภะคือโผฏฐัพพตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โลภะคือรูปตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โลภะคือสัททตัณหา ฯลฯ โลภะคือโผฏฐัพพตัณหา เป็นทุกขสมุทัย ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลภะคือธัมมตัณหาเป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัยใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ตัณหาอันทำให้เกิดอีก ประกอบด้วยความเพลิดเพลินและความกำหนัด มีปกติให้เพลินเพลินในอารมณ์นั้นๆ คือกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ วิ.ม. (แปล) ๔/๑๔/๒๑, ที.ม. (แปล) ๑๐/๔๐๐/๓๒๙-๓๓๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ตัณหานั้นเป็นธัมมตัณหามิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากตัณหานั้นเป็นธัมมตัณหา ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ธัมมตัณหา ไม่เป็นทุกขสมุทัย” ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา จบ เตรสมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กัปปัฏฐกถา ๒. กุสลปฏิลาภกถา ๓. อนันตราปยุตตกถา ๔. นิยตัสสนิยามกถา ๕. นิวุตกถา ๖. สัมมุขีภูตกถา ๗. สมาปันโนอัสสาเทติกถา ๘. อสาตราคกถา ๙. ธัมมตัณหาอัพยากตาติกถา ๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๓๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา ว่าด้วยธัมมตัณหาไม่เป็นทุกขสมุทัย
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องธัมมตัณหามิใช่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์.
แม้ในเรื่องนี้ ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายนั่นแหละว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ตัณหานั้นเป็นธัมมตัณหา เหตุใด เพราะเหตุนั้น ตัณหานั้นจึงมิใช่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ดังนี้คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือเช่นกับเรื่องก่อนนั่นแหละ ดังนี้แล. อรรถกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถา จบ.
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. กัปปัฏฐกถา
๒. กุสลจิตตปฏิลาภกถา
๓. อันตราปยุตตกถา
๔. นิยตัสสนิยามกถา
๕. นีวุตกถา
๖. สัมมุขีภูตกถา
๗. สมาปันโนอัสสาเทติกถา
๘. อาสาตราคกถา
๙. ธัมมตัณพาอัพยากตาติกถา
๑๐. ธัมมตัณหานทุกขสมุทโยติกถา.
วรรคที่ ๑๓ จบ. -----------------------------------------------------