ปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถา เล่ม ๓๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถา
๑๑๑๗สกวาที ปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ เป็นสีเขียว เป็นสีเหลือง เป็นสีแดง เป็นสีขาว เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ กระทบที่จักษุ มาสู่ คลองแห่งจักษุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๑๑๘ส. ปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๑๑๙ส. อาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คำว่า อาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง หรือ? ป. ไม่มี ส. คำว่า อาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หาก คำว่า อาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณขึ้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง ก็ต้องไม่กล่าวว่า อาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุ-วิญญาณขึ้น
๑๑๒๐ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านเห็นแผ่นดิน แผ่นหิน ภูเขา มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ท่านเห็นแผ่นดิน แผ่นหิน ภูเขา ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะ ฯลฯ ป. ไม่พึงกล่าวว่า อาโปธาตุ เป็นสนิทัสสนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านเห็นน้ำ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ท่านเห็นน้ำ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า อาโปธาตุเป็นสนิทัสสนะ ฯลฯ ป. ไม่พึงกล่าวว่า เตโชธาตุเป็นสนิทัสสนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านเห็นไฟที่โพลงอยู่ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ท่านเห็นไฟที่โพลงอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า เตโช-ธาตุเป็นสนิทัสสนะ ฯลฯ ป. ไม่พึงกล่าวว่า เตโชธาตุเป็นสนิทัสสนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านเห็นต้นไม้ที่ถูกลมโยกอยู่ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า ท่านเห็นต้นไม้ที่ถูกลมโยกอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าวาโยธาตุเป็นสนิทัสสนะ ฯลฯ ปฐวีธาตุสนิทัสสนาตยาทิกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๘. ปฐวีธาตุสนิทัสสนาติอาทิกถา (๖๐) ๘. ปฐวีธาตุสนิทัสสนาติอาทิกถา (๖๐) ว่าด้วยปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ เป็นต้น
สก. ปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฐวีธาตุเป็นรูป เป็นรูปายตนะ เป็นรูปธาตุ เป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดงสีขาว เป็นวิสัยแห่งจักขุวิญญาณ กระทบที่จักษุ มาสู่คลองจักษุได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เพราะอาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เพราะอาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณ” มีอยู่จริงหรือ ปร. ไม่มี @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๖๕/๒๒๑) @ เพราะมีความเห็นว่า มหาภูตรูป ๔ เป็นสภาวธรรมที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาที@ที่เห็นว่า ธาตุที่ไม่มีสี เห็นไม่ได้ ต้องมีสีเท่านั้นจึงจะเห็นได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๖๕/๒๒๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๙๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๘. ปฐวีธาตุสนิทัสสนาติอาทิกถา (๖๐) สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณ” มีอยู่ จริงใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณ” มีอยู่จริงท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เพราะอาศัยจักษุและปฐวีธาตุ จึงเกิดจักขุวิญญาณ”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านเห็นแผ่นดิน แผ่นหิน ภูเขามิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากท่านเห็นแผ่นดิน แผ่นหิน ภูเขา ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ปฐวีธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อาโปธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านเห็นน้ำมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากท่านเห็นน้ำได้ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “อาโปธาตุเป็น สภาวธรรมที่เห็นได้” ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “เตโชธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านเห็นไฟที่ลุกโพลงอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๙๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๙. จักขุนทริยังสนิทัสสนันติอาทิกถา (๖๑) ปร. หากท่านเห็นไฟที่ลุกโพลงอยู่ได้ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า เตโชธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “วาโยธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านเห็นต้นไม้ที่ถูกลมพัดให้โยกโคลงอยู่มิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากท่านเห็นต้นไม้ที่ถูกลมพัดให้โยกโคลงอยู่ได้ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “วาโยธาตุเป็นสภาวธรรมที่เห็นได้” ปฐวีธาตุสนิทัสสนาติอาทิกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถา ว่าด้วยปฐวีธาตุเป็นต้นเป็นสนิทัสสนะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะ คือเป็นของเห็นได้ด้วยมังสจักขุ.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า ปฐวีธาตุเป็นต้น คือปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ เป็นของเห็นได้ด้วยตาเพราะเห็นวัณณายตนะ คือสีแห่งการไหวของแผ่นหิน น้ำ เปลวไฟ ต้นไม้นั่นเทียวด้วย คือเรื่องปฐวีธาตุ ฯลฯ แห่งโอกาสอันตั้งอยู่เฉพาะแห่งอินทรีย์ ๕ คือจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กายะด้วย คือเรื่องจักขุนทรีย์ ฯลฯ เห็นรูปมีมือและเท้าเป็นต้น ในเวลาเคลื่อนไหวกายด้วย คือเรื่องกายกรรม ฯลฯ
บรรดาเรื่องทั้งหมดทั้ง ๓ เรื่อง คำถามต้นของสกวาทีหมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. คำที่เหลือในที่ทั้งปวง บัณฑิตพึงทราบโดยทำนองแห่งพระบาลี และพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
เรื่องสุดท้ายว่า กายกรรมไม่เป็นสนิทัสสนะ คือไม่เป็นของเห็นได้ด้วยตา ท่านทำเรื่องปฐวีธาตุเป็นสนิทัสสนะไว้เป็นข้อแรก.
อรรถกถาปฐวีธาตุสนิทัสสนาตยาทิกถา จบ. -----------------------------------------------------