ปฏิจจวาร เล่ม ๔๐
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ เวทนาติกะ ปฏิจจวาร
๑๐๗๗ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๗๘ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น
๑๐๗๙ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย- *อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๘๐ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ในอธิปติปัจจัย ปฏิสนธิไม่มี)เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญ-*ปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ เกิดขึ้น ฯลฯ
๑๐๘๑ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๘๒ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ อันสหรคตด้วยทุกขเวทนาขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๘๓ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย- *อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๘๔ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทริยปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัยเพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย
๑๐๘๕ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย
๑๐๘๖ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย- *อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย ฯลฯ เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัยเพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
๑๐๘๗ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย มี " ๓ ในอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มีวาระ ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มีวาระ ๒ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ฯลฯ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับฌานปัจจัย มีวาระ ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย มีวาระ ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัย มีวาระ ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓พึงให้พิสดารเหมือนการนับปัจจัย แห่งกุสลัตติกะ
๑๐๘๘ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ซึ่งเป็นอเหตุกะ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๘๙ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยทุกข์ สหรคตด้วยกายวิญญาณ เกิดขึ้นขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๙๐ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ซึ่งเป็นอเหตุกะ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้นขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ เกิดขึ้น
๑๐๙๑ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย มีปฏิสนธิบริบูรณ์ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
๑๐๙๒ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้นขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๙๓ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้นขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขม-*สุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๙๔ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย ปฏิสนธิจิต มีทั้งปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่อาเสวนปัจจัยบริบูรณ์
๑๐๙๕ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น
๑๐๙๖ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้น
๑๐๙๗ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย- *อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยอทุกขม-*สุขเวทนา เกิดขึ้น
๑๐๙๘ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ อันสหรคตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๐๙๙ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ อันสหรคตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๑๐๐ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น
๑๑๐๑ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ซึ่งเป็นอเหตุกะ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๑๐๒ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกข- *เวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหคตด้วยกายวิญญาณ อันสหรคตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๑๐๓ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย- *อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ซึ่งเป็นอเหตุกะ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๑๐๔ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๑๐๕ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขสสุขเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา เกิดขึ้นขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
๑๑๐๖ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
๑๑๐๗ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๐๘ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๐๙ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่-*มัคคปัจจัย มีวาระ ๑
๑๑๑๐ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
๑๑๑๑ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
๑๑๑๒ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ฯลฯ
๑๑๑๓ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
๑๑๑๔ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๑๕ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๑๖ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๒ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย เหมือนกับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
๑๑๑๗ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๑๑๘ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ฌาน ปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่-*เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่-*อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓
๑๑๑๙ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๒๐ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับปัจจัย-*ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๒๑ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๒๒ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ " ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๒๓ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ " มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๒๔ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๑ ปัจจนียคณนา จบ
๑๑๒๕ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
๑๑๒๖ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓ ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ " ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ " วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒พึงนับเหมือนกุสลัตติกะ อนุโลมปัจจนียะ จบ
๑๑๒๗ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๑๒๘ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยมีวาระ ๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๑๒๙ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๓๐ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๓๑ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยฯลฯ กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ นเหตุมูลกนัย จบ
๑๑๓๒ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๓ ฯลฯ ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๒ ฯลฯ ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๓ ฯลฯ
๑๑๓๓ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มีวาระ ๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓
๑๑๓๔ในเหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๒ ในอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๒
๑๑๓๕ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๓๖ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑
๑๑๓๗ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัยกับปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์๒ เกิดขึ้น อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข- เวทนาเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (อธิปติปัจจัยไม่มีปฏิสนธิ)เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัยเพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย (ย่อ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร อาเสวนปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข-เวทนาเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยทุกข์และกายวิญญาณเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อาหารปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข- เวทนาเกิดขึ้นเพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วย ทุกขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ) อัตถิปัจจัยเป็นต้น
... เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระเหตุทุกนัยเป็นต้น
อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย และอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร เหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ เหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ อารัมมณปัจจัย ” มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ เหตุปัจจัย กับฌานปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ เหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ วิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ เหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ (พึงขยายให้พิสดารเหมือนการนับปัจจัยแห่งกุสลติกะ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข-เวทนาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยทุกข์และกายวิญญาณเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะเกิดขึ้น นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข-เวทนาเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย (ปฏิสนธิมีนอธิปติปัจจัยบริบูรณ์)นปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข- เวทนาเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒เกิดขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย (นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัยต่างก็มีปฏิสนธิบริบูรณ์) นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุข-เวทนาอาศัยขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น นวิปากปัจจัยและนฌานปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย สุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์๑ ที่สหรคตด้วยสุขและกายวิญญาณเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยทุกข์และกายวิญญาณเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจตุวิญญาณเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น นมัคคปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งสัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยทุกข์และกายวิญญาณเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งสัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น นวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุข- เวทนาเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาอาศัยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย อทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๒อาศัยขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระนเหตุทุกนัย
นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ จตุกกนัย นปัจฉาชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย และนปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นวกนัย นวิปปยุตตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาต-ปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย และนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ (ย่อ)นอธิปติทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (ย่อ)นปุเรชาตทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวิปากปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ (ย่อ) ทุกนัยมีนปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
นเหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัย ... นอาเสวนปัจจัย ... และ นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนกัมมปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปัจฉาชาตปัจจัย กับนกัมมปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ ปัญจกนัย นปัจฉาชาตปัจจัย กับนกัมมปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย และนปุเรชาตปัจจัยมี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ย่อ) นวิปากทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ... กับนวิปากปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนกัมมปัจจัย)นฌานทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนฌานปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปัจฉาชาตปัจจัย กับนฌานปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ ฉักกนัย นมัคคปัจจัย กับนฌานปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ) นมัคคทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนมัคคปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร ปัญจกนัย นปัจฉาชาตปัจจัย กับนมัคคปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย และนปุเรชาตปัจจัยมี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ย่อ) นวิปปยุตตทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นวกนัย นมัคคปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัยนปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย และนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ (ย่อ)การนับปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัยและอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ (พึงนับเหมือนกุสลติกะ) อนุโลมปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ติกนัย อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร สมนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ มัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ จตุกกนัย อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย และนปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ สัตตกนัย อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาต-ปัจจัย นอาเสวนปัจจัย และนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ ทสกนัย อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย ฯลฯ นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัยนมัคคปัจจัย และนวิปปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ย่อ) นเหตุมูลกนัย จบ นอธิปติทุกนัย
เหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ย่อ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปุเรชาตทุกนัย
เหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (ย่อ)ทุกนัยมีนปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
เหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัย ... กับนอาเสวนปัจจัย ... กับนกัมมปัจจัย ... กับนวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ... มี ๓ วาระ (ย่อ) นฌานทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนฌานปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ย่อ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นมัคคทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ อาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ย่อ)นวิปปยุตตทุกนัย
เหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ อารัมมณปัจจัย ” มี ๒ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๒ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๒ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๑. ปฏิจจวาร นัตถิปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ติกนัย อารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ สมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อาเสวนปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ กัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ มัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ ทสกนัย อารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัยนปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย และนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๖๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๒. เวทนาติกะ ๔. นิสสยวาร สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวรรณนาเนื้อความแห่งเวทนาติกปัฏฐาน
ธรรมเหล่านี้คือ เวทนา ๓ รูป นิพพาน ย่อมไม่ได้ในเวทนาติกะ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ เทฺว ขนฺธา เป็นต้น.
คำว่า ปฏิสนฺธิกฺขเณ สุขาย เวทนาย ตรัสด้วยอำนาจสเหตุกปฏิสนธิ ส่วนทุกขเวทนาย่อมไม่ได้ในปฏิสนธิกาล. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงระบุถึงปฏิสนธิในวาระที่ ๒.
คำว่า ปฏิสนฺธิกฺขเณ ในวาระที่ ๓ ตรัสด้วยอำนาจสเหตุกปฏิสนธิ ก็คำที่เหลือในอธิการนี้ในปัจจัยอื่นจากนี้ ย่อมเป็นไปตามพระบาลีนั่นแหละ ในที่ทั้งปวงตรัสวาระไว้ ๓ วาระ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เหตุยา ตีณิ ฯเปฯ อวิคเต ตีณิ.
ก็ในการเทียบเคียงปัจจัยตรัสว่า วิปาเก เทฺว ในวิปากปัจจัยมี ๒ วาระ ในเหตุมูลกนัย เพราะทุกขเวทนาฝ่ายวิบากที่เป็นสเหตุกะไม่มี. ในการเทียบเคียงกับอธิปติปัจจัยเป็นต้น วิปากปัจจัย มีวิสัชนา ๒ วาระเท่านั้น. เพราะเหตุไร? เพราะอธิปติ ฌาน และมัคคปัจจัยไม่มีโดยเป็นวิปากทุกขเวทนา. ก็ในการเทียบเคียงปัจจัยเหล่าใด วิปากปัจจัยย่อมได้วาระ ๒ แม้ในปัจจัยเหล่านั้นก็ได้วาระ ๒ เหมือนกัน เพราะเทียบเคียงกับวิปากปัจัย.
ในนปุเรชาตปัจจัยที่เป็นปัจจนียะ วาระ ๒ มาแล้ว เพราะไม่มีทุกขเวทนา ในอรูปภพและในปฏิสนธิกาล. แม้ในวิปปยุตตปัจจัยก็มีวาระ ๒ เหมือนกัน เพราะไม่มีทุกขเวทนา ในอรูปภพ. ก็ปัจจัยทั้งหลายมีสหชาตปัจจัยเป็นต้นที่คลุมไปถึงอรูปธรรมทั้งหมด ย่อมขาดไปในปัจจนียะวาระนี้. เพราะเหตุไร? เพราะธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนา อาศัยธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาเกิดขึ้นไม่ได้ โดยเว้นจากสหชาตปัจจัยเป็นต้น และเพราะธรรมที่สัมปยุตด้วยเวทนาเกิดได้โดยเว้นปัจฉาชาตปัจจัย.
ก็ในการเทียบเคียงปัจจัย คำว่า นปุเรชาเต เอกํ ในนปุเรชาตปัจจัยมี ๑ วาระ ตรัสหมายถึงธรรมในปฏิสนธิในอรูปภพ และธรรมที่สัมปยุตด้วยอเหตุกอทุกขมสุขเวทนา.
สองบทว่า นกมฺเม เทฺว ในนกัมมปัจจัยมี ๒ วาระ ตรัสด้วยอำนาจเจตนาที่สัมปยุตด้วยอเหตุกกิริยา.
จริงอยู่ อเหตุกิริยาเจตนาที่สัมปยุตด้วยเวทนาเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยธรรมทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา และอทุกขมสุขเวทนา. แม้ในคำว่า นเหตุปจฺจยา นกมฺมปจฺจยา นวิปาเก ก็นัยนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า นวิปฺปยุตฺเต เอกํ ในนวิปปยุตตปัจจัยมี ๑ วาระ ตรัสด้วยอำนาจอาวัชชนจิตในอรูปภพ. ในการเทียบเคียงปัจจัยทุกแห่ง พึงทราบวิธีนับโดยอุบายนี้.
ปัจจัยที่ได้ในอนุโลมปัจจนียะเท่านั้น ตั้งอยู่โดยเป็นปัจจนียะ. สหชาตปัจจัยเป็นต้นที่คลุมไปถึงอรูปธรรมทั้งหมดในปัจจนียานุโลม ย่อมตั้งอยู่โดยอนุโลมเท่านั้น ไม่ตั้งอยู่โดยความเป็นปัจจนียะแต่อธิปติของอเหตุกจิตตุปบาทไม่มี เพราะฉะนั้น อธิปติปัจจัยจึงไม่ตั้งอยู่โดยความเป็นอนุโลม.
ก็ในปฏิจจวาระเป็นต้น ปัจฉาชาตปัจจัยย่อมมีไม่ได้เลย ฉะนั้น จึงขาดไป.
อนึ่ง ในอธิการนี้ ปัจจัยเหล่าใดมีได้โดยเป็นอนุโลม ปัจจัยเหล่านั้นท่านประกอบอธิบายหมุนเวียนไปกับปัจจัยที่ได้อยู่โดยเป็นปัจจนียะ. ในปัจจัยเหล่านั้นมีกำหนดวาระ ๓ เท่านั้นคือ ๓-๒-๑ ผู้ศึกษาพึงกำหนดตามความเหมาะสม และพึงทราบปัจจัยเหล่านั้นในที่ทุกสถานก็นัยแห่งวรรณนานี้ใดตรัสแล้วในปฏิจจวาระ นัยแห่งวรรณนานี้เองตรัสไว้ในสหชาตวาระเป็นต้นด้วย.
ก็คำว่า สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ในปัญหาวาระ คือขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยธรรมนั้น หรือด้วยเหตุทั้งหลายเหล่านั้นเอง หรือด้วยสุขเวทนาเป็นต้น.
บทว่า วิปฺปฏิสาริสฺส คือมีความเดือดร้อนในกุศลมีทานเป็นต้นอย่างนี้ว่า ทำไมเราถึงทำกรรมนี้ กรรมชั่วเราไม่ทำเสียเลยดีกว่า แต่มีความเดือดร้อนเพราะฌานเสื่อมไปอย่างนี้ว่า ฌานของเราเสื่อมแล้ว เราเป็นผู้เสื่อมใหญ่หนอ.
สองบทว่า โมโห อุปฺปชฺชติ ได้แก่ โมหะที่สัมปยุตด้วยโทสะ เหมือนกัน
คำว่า ภวังค์ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา ความว่า ภวังค์ดวงหลัง กล่าวคือตทารัมมณะเป็นปัจจัยแก่ภวังค์ดวงเดิม.
บทว่า วุฏฺฐานสฺส คือ ตทารัมมณะหรือภวังค์.
จริงอยู่ จิตทั้งสองนั้นท่านเรียกว่า วุฏฐานะ เพราะออกจากกุศลชวนะหรืออกุศลชวนะ.
แม้ในคำว่า กิริยํ วุฏฺฐานสฺส นี้ ก็นัยนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า ผลํ วุฏฺฐานสฺส ได้แก่ ผลจิตเป็นปัจจัยแก่ภวังคจิต.
จริงอยู่ ชื่อว่าการออกจากผลจิตย่อมมีด้วยภวังคจิต แม้ในอาคตสถานว่า วุฏฺฐานํ ข้างหน้าก็นัยนี้เหมือนกัน.
คำว่า ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ขนฺธา ได้แก่ อกุศลขันธ์ที่สัมปยุตด้วยโทมนัสเวทนา.
คำว่า อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตตสฺส วุฏฺฐานสฺส ได้แก่ อาคันตุกภวังค์ คือตทารัมมณะ หรือมูลภวังค์ ที่สัมปยุตด้วยอุเบกขา. ก็ถ้าจิตที่สหรคตด้วยโสมนัสเป็นมูลภวังค์ เหตุที่จะให้เกิดตทารัมมณะย่อมไม่มี อกุศลวิบากที่เป็นอุเบกขาเวทนา ย่อมเกิดขึ้นในอารมณ์อื่นจากอารมณ์ของชวนะ.
จริงอยู่ อกุศลวิบากแม้นั้น ท่านเรียกว่าวุฏฐานะ เพราะออกจากชวนะ.
นิทเทสแห่งสหชาตปัจจัยเป็นต้น มีใจความตื้นทั้งนั้น เพราะว่าในอธิการนี้ คำที่ไม่สามารถจะรู้ตามนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในหนหลังไม่มี เพราะฉะนั้นผู้ศึกษาพึงกำหนดให้ดี.
วาระเหล่าใดๆ ได้แล้วในปัจจัยใดๆ บัดนี้เพื่อจะย่อแสดงปัจจัยและวาระเหล่านั้นทั้งหมดด้วยอำนาจแห่งการนับ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เหตุยา ตีณิ เป็นต้น.
วิสัชนา ๓ วาระเหล่านั้นทั้งหมด ในคำว่า เหตุยา ตีณิ ผู้ศึกษาพึงทราบด้วยอำนาจแห่งบทล้วนๆ ๓ บท. วิสัชนา ๙ วาระในอารัมมณปัจจัยมีปัจจัยที่มีมูล ๑ มีมูลี ๑ เป็นที่สุด. ในอธิปติปัจจัยมีวิสัชนา ๕ วาระคือ วิสัชนา ๓ ที่ไม่เจือกันด้วยอำนาจของสหชาตาธิปติปัจจัยและวิสัชนา ๒ คือธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาด้วยอำนาจของอารัมมณาธิปติปัจจัยธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา ด้วยอำนาจของอารัมมณาธิปติปัจจัย. วิสัชนา ๒ เหล่านั้น ผู้ศึกษาไม่ควรนับ แต่ควรนับวิสัชนา ๒ เหล่านี้คือ ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา รวมเป็นวิสัชนา ๕ วาระ ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า สตฺต ในอนันตรและสมนันตรปัจจัย ได้แก่ วิสัชนา ๗ วาระอย่างนี้คือ สุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรม ๒ อย่าง ทุกขเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรม ๒ อย่าง อุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรมได้ทั้ง ๓ อย่าง.
สองบทว่า อุปนิสฺสเย นว ได้แก่ วิสัชนา ๙ วาระอย่างนี้คือ ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยอุปนิสสยปัจจัยทั้ง ๓ อย่างเป็นปกตูปนิสสยปัจจัยอย่างเดียวแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นอุปนิสสยปัจจัยทั้ง ๓ อย่างแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา.
ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นอนันตรรูปนิสสยและปกตูปนิสสยปัจจัย แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา เป็นปกตูปนิสสยปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นอนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยปัจจัยทั้ง ๒ อย่างแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา.
ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นอารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยปัจจัย แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาและสุขเวทนา เป็นอนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา.
ก็ในอธิการนี้ เมื่อว่าโดยความต่างกันแห่งปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัยมี ๙ วาระ อนันตรูปนิสสยปัจจัยมี ๗ วาระ อารัมมณูปนิสสยปัจจัยมี ๔ วาระ รวมเป็นอุปนิสสยปัจจัย ๒๐ ประเภท.
ก็ในอธิการนี้ ปุเรชาตปัจจัยและปัจฉาชาตปัจจัยขาดไป เพราะว่า อรูปธรรมที่เกิดก่อนหรือเกิดทีหลังย่อมไม่เป็นปัจจัยแก่อรูปธรรม.
สองบทว่า กมฺเม อฏฺฐ ได้แก่ วิสัชนา ๘ วาระอย่างนี้คือ ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นกัมมปัจจัยทั้ง ๒ อย่าง แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาเป็นปัจจัยโดยนานักขณิกกัมมปัจจัยอย่างเดียวแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา และแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาเป็นปัจจัยด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย ๒ อย่าง แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ที่เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาไม่มีเป็นปัจจัยแก่อุเบกขาเวทนาโดยนานักขณิกกัมมปัจจัยอย่างเดียว ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัยทั้ง ๒ อย่าง แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาเวทนา,เป็นนานักขณิกกัมมปัจจัยอย่างเดียว แก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาและทุกขเวทนานอกนี้.
ก็ในอธิการนี้ ว่าโดยความต่างกันแห่งปัจจัย นานักขณิกกัมมปัจจัยมี ๘ สหชาตกัมมปัจจัยมี ๓ รวมเป็นกัมมปัจจัย ๑๑ ประเภท. ก็ในนิทเทสแห่งกัมมปัจจัยนี้ วิปปยุตตปัจจัยย่อมขาดไปเหมือนปุเรชาตะและปัจฉาชาตปัจจัยฉะนั้น เพราะว่าอรูปธรรมทั้งหลายย่อมไม่เป็นวิปปยุตตปัจจัยแก่อรูปธรรมด้วยกัน.
วาระ ๗ ในนัตถิและวิคตปัจจัย เหมือนกับในอนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย.
ในอธิการนี้มีการกำหนดวิธีนับ ๕ อย่าง คือวิสัชนา ๓-๕-๗-๘-๙ ด้วยประการฉะนี้. ในการรวมปัจจัยอำนาจการกำหนดวิธีนับเหล่านั้น ผู้ศึกษาพึงนำปัจจัยที่เกินและที่ไม่ได้ออกไป ในการรวมกับปัจจัยที่มีวิธีนับได้น้อยกว่า แล้วทราบวิธีนับต่อไปในการรวมกับเหตุปัจจัยย่อมไม่ได้อารัมมณปัจจัยและสมนันตรปัจจัยเป็นต้น.
สองบทว่า อธิปติยา เทฺว วิสัชนา ๒ วาระที่เหลือเว้นบทที่เกี่ยวกับทุกขเวทนา.
จริงอยู่ ชื่อว่าเหตุที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาที่เป็นอธิบดีมีไม่ได้ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงนำออกเสีย แม้ในสองวาระที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
ในคำว่า เทฺว ในเหตุมูลกนัย มีการกำหนดวิธีนับ ๒ วาระเท่านั้น ด้วยประการฉะนี้.
ฆฏฺนา ๖ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยอำนาจการกำหนดวิธีนับเหล่านั้น.
บรรดาฆฏนา ๖ เหล่านั้น ฆฏนาที่ ๑ ตรัสไว้ด้วยอำนาจธรรมที่ไม่มีอธิบดีที่ไม่ประกอบด้วยญาณซึ่งเป็นอวิบาก.
ฆฏนาที่ ๒ ตรัสด้วยอำนาจธรรมเหล่านั้นเองซึ่งเป็นวิบาก.
ฆฏนาที่ ๓ และฆฏนาที่ ๔ ตรัสด้วยอำนาจธรรมเหล่านั้นอีก แต่เป็นญาณสัมปยุต.
ฆฏนาที่ ๕ ตรัสด้วยอำนาจอโมหะที่เป็นอธิบดีที่เป็นอวิบาก.
ฆฏนาที่ ๖ ตรัสด้วยอำนาจอโมหะที่เป็นอธิบดีที่เป็นวิบาก.
อีกอย่างหนึ่ง ฆฏนาที่ ๑ ตรัสด้วยอำนาจเหตุทั้งหมด.
ฆฏนาที่ ๒ ตรัสด้วยอำนาจวิบากเหตุทั้งหมด.
ฆฏนาที่ ๓ ตรัสด้วยอำนาจอโมหะเหตุทั้งหมด.
ฆฏนาที่ ๔ ตรัสด้วยอำนาจอโมหะเหตุที่เป็นวิบากทั้งหมด.
ฆฏนาที่ ๕ ตรัสด้วยอำนาจอโมหะที่เป็นอธิบดีทั้งหมด.
ฆฏนาที่ ๖ ตรัสด้วยอำนาจอโมหะที่เป็นวิบากมีอธิบดีทั้งหมด.
ในอารัมมณมูลกนัย สองบทว่า อธิปติยา จตฺตาริ ความว่า ในอธิปติปัจจัยมีฆฏนา ๔ วาระอย่างนี้คือ สุขเป็นปัจจัยแก่สุข แก่อุเบกขา ด้วยอำนาจของอารัมมณาธิปติปัจจัย อุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อุเบกขา แก่สุข ด้วยอำนาจของอารัมมณาธิปติปัจจัย.
แม้ในอุปนิสสยปัจจัย พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสวาระไว้ ๔ วาระ ด้วยอำนาจอารัมมณูปนิสสยปัจจัย. ก็ในอุปนิสสยปัจจัยมีฆฏนา ๑ เท่านั้น.
แม้ในนัยที่มีอธิปติปัจจัยเป็นต้น ฆฏนาใดมีได้และไม่ได้ ตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลัง ผู้ศึกษากำหนดฆฏนานั้นทั้งหมดแล้วพึงทราบจำนวนฆฏนาที่เทียบเคียงกัน.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกปัจจัยทั้งหลายขึ้นโดยอนุโลมตามนัยที่ตรัสไว้ในกุสลติกะในปัจจนียนัย แล้วทรงแสดงวาระ ๙ ในปัจจัยทั้งปวงว่านเหตุยา นว เป็นต้น ด้วยอำนาจการนับโดยปัจจนียะ เกี่ยวกับวาระที่ได้ในปัจจัยเหล่านั้น วาระเหล่านั้นผู้ศึกษาพึงยกบาลีขึ้นแสดงโดยนัยว่าบุคคลถวายทานด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา โดยนเหตุปัจจัย ดังนี้เป็นต้นด้วยอำนาจแห่งวิสัชนา ๙ วาระ อันมีปัจจัยที่มีมูละ ๑ และมีมูลี ๑ เป็นที่สุด.
ก็ในการรวมปัจจัยในอธิการนี้ คำว่า นเหตุปจฺจยา ฯเปฯ นอุปนิสฺสเย อฏฺฐ ผู้ศึกษาพึงทราบวาระด้วยอำนาจนานักขณิกกัมมปัจจัย.
จริงอยู่ กรรมที่มีกำลังทรามย่อมไม่เป็นอุปนิสสยปัจจัย แต่เป็นปัจจัยโดยนานักขณิกกัมมปัจจัยอย่างเดียวเท่านั้นก็ฆฏนาที่เหลือทั้งในอนุโลมปัจจนียะและปัจจนียานุโลมในอธิการนี้ ผู้ศึกษาสามารถนับได้โดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในหนหลังด้วยอำนาจแห่งวาระที่ได้แล้วในการประกอบแห่งปัจจัยนั้นๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่อธิบายอย่างพิสดารแล.
อรรถกถาวรรณนาเนื้อความแห่งเวทนาติกปัฏฐาน จบแล้ว. -----------------------------------------------------