ปัญหาวาร เล่ม ๔๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺหาวาโร
๔๖๔สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เหตู จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เหตู สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๔.๑} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย อุทฺธจฺจสหคโต โมโห จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๔.๒} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๖๕สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ อารพฺภ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ สญฺโญชนสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ อารพฺภ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ สญฺโญชนสมฺปยุตฺเต ขนฺเธ อารพฺภ อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๔๖๕.๑} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ปจฺจเวกฺขติ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ผลํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺเต ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ {๔๖๕.๒} ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... สญฺโญชนวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสนฺติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณนฺติ เจโตปริยญาเณน สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานนฺติ อากาสานญฺจายตนํ วิญฺญาณญฺจายตนสฺส รูปายตนํ ... โผฏฺฐพฺพายตนํ ... สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมูปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๕.๓} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... สญฺโญชนวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... สญฺโญชนวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ {๔๖๕.๔} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ กาตพฺพํ อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ โมหญฺจ อารพฺภ อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
๔๖๖สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ราคํ ... ทิฏฺฐึ ... ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ สหชาตาธิปติ: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชน- วิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตาธิปติ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๖.๑} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตาธิปติ: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ {๔๖๖.๒} อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... อริยา มคฺคา ... ผลํ ... นิพฺพานํ ... นิพฺพานํ โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตาธิปติ: สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตาธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๖.๓} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... สญฺโญชนวิปฺปยุตฺเต ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯ
๔๖๗สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๗.๑} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ... ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๗.๒} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริโม ปุริโม อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๗.๓} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส อุทฺธจฺจสหคตสฺส โมหสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๗.๔} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ ฯ นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
๔๖๘สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๘.๑} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สีลํ ... ฯเปฯ ปญฺญํ กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ เสนาสนํ ... โมหํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ โมโห จ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๘.๒} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ... ฯเปฯ ปญฺญํ กายิกํ สุขํ ฯเปฯ เสนาสนํ ... โมหํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ โมโห ราคสฺส ฯเปฯ ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธา ฯเปฯ ปญฺญา กายิกํ สุขํ ฯเปฯ เสนาสนํ โมโห จ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๘.๓} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๘.๔} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๖๙สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ... ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๖๙.๑} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ จกฺขุํ ... วตฺถุํ อารพฺภ อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ วตฺถุ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๗๐สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตา อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๗๑สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อาวชฺชนาปิ วุฏฺฐานมฺปิ นตฺถิ ฯ
๔๗๒สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจตนา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจตนา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อุทฺธจฺจสหคตา เจตนา โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๗๒.๑} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย อุทฺธจฺจสหคตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ นานาขณิกา: สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
๔๗๓สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ฯ
๔๗๔สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฯ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฯ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฯ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฯ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ ฯ
๔๗๕สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: วตฺถุ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: วตฺถุ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๗๖สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ปฏิจฺจสทิสํ ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สหชาตา: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา โมหสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๗๖.๑} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ {๔๗๖.๒} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ วตฺถุ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: อุทฺธจฺจสหคโต โมโห สมฺปยุตฺตานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อารพฺภ อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ อุปฺปชฺชนฺติ วตฺถุ อุทฺธจฺจสหคตานํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๗๖.๓} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ โมโห จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ {๔๗๖.๔} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาตา: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จ โมโห จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ วตฺถุ จ โมหสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: อุทฺธจฺจสหคตา ขนฺธา จ โมโห จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตา: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จ กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตา: สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา ขนฺธา จ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ {๔๗๖.๕} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ โมโห จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... สหชาโต: อุทฺธจฺจสหคโต เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ โมหสฺส จ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย เทฺว ขนฺธา ... ฯ นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
๔๗๗เหตุยา ฉ อารมฺมเณ นว อธิปติยา ปญฺจ อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ ฉ นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม จตฺตาริ วิปาเก เอกํ อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน จตฺตาริ มคฺเค จตฺตาริ สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
๔๗๘สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต สมฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๔๗๘.๑} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๔๗๘.๒} สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต ธมฺโม สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ {๔๗๘.๓} สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺโต จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺโต จ ธมฺมา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตสฺส จ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
๔๗๙นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว สพฺพตฺถ นว โนวิคเต นว โนอวิคเต นว ฯ
๔๘๐เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ฉ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... นสมนนฺตเร ฉ นอญฺญมญฺเญ เทฺว นอุปนิสฺสเย ฉ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... นมคฺเค ฉ นสมฺปยุตฺเต เทฺว นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ โนนตฺถิยา ฉ โนวิคเต ฉ ฯ
๔๘๑นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อธิปติยา ปญฺจ อนุโลมปทานิ คณิตพฺพานิ ... อวิคเต นว ฯ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตต-สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓) อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์จึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์จึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพานนิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัยพระอริยะพิจารณากิเลสที่วิปปยุตจากสังโยชน์ซึ่งละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์ โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิตที่วิปปยุตจากสังโยชน์ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนจิตและโมหะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ฯลฯ ยินดี เพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์จึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์จึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๓)อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย สังโยชน์โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินราคะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิบดีธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะออกจากมรรค ฯลฯ พิจารณาผล พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค และผลโดยอธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้นทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)อนันตรปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย สังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่วิปปยุตจากสังโยชน์ซึ่งเกิดหลังๆฯลฯ ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอนันตรปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์ โดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓) สมนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาระเป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระอุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย สังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ โดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้ เกิดขึ้น อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะและโมหะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธาฯลฯ เสนาสนะ และโมหะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ผลสมาบัติและโมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้ว มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัย ศีล ฯลฯ ปัญญา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะและโมหะแล้วฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะและโมหะเป็นปัจจัยแก่ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา ... สุขทางกาย ฯลฯ เสนาสนะและโมหะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูป-นิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูป-นิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓) ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยปุเรชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ เพราะปรารภจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์ และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วย อุทธัจจะโดยปุเรชาตปัจจัย (๓) ปัจฉาชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์โดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่วิปปยุตจากสังโยชน์ซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาว-ธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยปัจฉาชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะซึ่งเกิดภายหลังเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร อาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ (อาวัชชนจิตและวุฏฐานะไม่มี)กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยสังโยชน์โดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยกัมมปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น วิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย เจตนาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร วิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๔ วาระเป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๔ วาระ เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาระเป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ วิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยวิปปยุตตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยวิปปยุตตปัจจัย (๓) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร อัตถิปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่โมหะและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โมหะ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิ-ปัจจัย ฯลฯ (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก สังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระและอินทรียะ (ย่อ พึงขยายให้พิสดาร) (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะจึงเกิดขึ้น ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้นหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ปุเรชาตะ ได้แก่ เพราะปรารภจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ขันธ์และโมหะที่ สหรคตด้วยอุทธัจจะจึงเกิดขึ้น หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะโดยอัตถิปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และมหาภูตรูปเป็น ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่โมหะโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอัตถิปัจจัย มี ๒อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ และโมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโมหะโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัยเป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย (๓) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๖ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ กัมมปัจจัย มี ๔ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๔ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร อินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ ฌานปัจจัย มี ๔ วาระ มัคคปัจจัย มี ๔ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย และกัมม-ปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสย-ปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุต จากสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วย สังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๒. สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัยและปัจฉาชาตปัจจัย (๒) สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสังโยชน์และที่วิปปยุตจากสังโยชน์โดยอารัมมณปัจจัยสหชาตปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัย (๓) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ) โนวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ โนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ นสมนันตรปัจจัย ” มี ๖ วาระ นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๒ หน้า : ๓๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ทุกปัฏฐาน] ๒๓. สัญโญชนสัญโญชนิยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร นอุปนิสสยปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ นมัคคปัจจัย ” มี ๖ วาระ นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ โนนัตถิปัจจัย ” มี ๖ วาระ โนวิคตปัจจัย ” มี ๖ วาระ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ อธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ (พึงนับบทที่เป็นอนุโลม) อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ สัญโญชนสัมปยุตตทุกะ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ส่วนนี้ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ โลกิยทุกะ ปฏิจจวาร