๘. ปฐมสักกนมัสนสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อฏฺฐมํ ปฐมสกฺกนมสฺสนสุตฺตํ
๙๒๘สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท มาตลึ สงฺคาหกํ อามนฺเตสิ โยเชหิ สมฺม มาตลิ สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ อุยฺยานภูมึ คจฺฉาม สุภูมึ ทสฺสนายาติ ฯ เอวํ ภทฺทนฺตวาติ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ โยเชตฺวา สกฺกสฺส เทวานมินฺทสฺส ปฏิเวเทสิ ยุตฺโต โข เต มาริส สหสฺสยุตฺโต อาชญฺญรโถ ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญสีติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท เวชยนฺตปาสาทา โอโรหนฺโต อญฺชลึ กตฺวา สุทํ ปุถุทฺทิสา นมสฺสติ ฯ
๙๒๙อถ โข ภิกฺขเว มาตลิ สงฺคาหโก สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ ตํ นมสฺสนฺติ เตวิชฺชา สพฺเพ ภุมฺมา จ ขตฺติยา จตฺตาโร จ มหาราชา ติทสา จ ยสสฺสิโน อถ โก นาม โส ยกฺโข ยํ ตฺวํ สกฺก นมสฺสสีติ ฯ
๙๓๐ยํ นมสฺสนฺติ เตวิชฺชา สพฺเพ ภุมฺมา จ ขตฺติยา จตฺตาโร จ มหาราชา ติทสา จ ยสสฺสิโน อหญฺจ สีลสมฺปนฺเน จิรรตฺตสมาหิเต สมฺมา ปพฺพชิเต วนฺเท พฺรหฺมจริยปรายเน เย คหฏฺฐา ปุญฺญกรา สีลวนฺโต อุปาสกา ธมฺเมน ทารํ โปเสนฺติ เต นมสฺสามิ มาตลีติ ฯ
๙๓๑เสฏฺฐา หิ กิร โลกสฺมึ เย ตฺวํ สกฺก นมสฺสสิ อหมฺปิ เต นมสฺสามิ เย นมสฺสสิ วาสวาติ ฯ
๙๓๒อิทํ วตฺวาน มฆวา เทวราชา สุชมฺปติ ปุถุทฺทิสา นมสฺสิตฺวา ปมุโข รถมารุหีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ปฐมสักกนมัสสนสูตร ว่าด้วยการนอบน้อมของท้าวสักกะ สูตรที่ ๑
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น ฯลฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพตรัสกับมาตลีสังคาหกเทพบุตรว่า ‘สหายมาตลี ท่านจงจัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม’ มาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสแล้ว จัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้า อาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เสร็จแล้วกราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว สำหรับพระองค์จัดเตรียมไว้เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด’ ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันต์ปราสาท ทรงประนมมือนอบน้อมทิศใหญ่ทั้ง ๔ ด้วยดี ครั้งนั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้กราบทูลท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาสุดท้ายในข้อ ๑๗๒ หน้า ๒๓๑ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๘. ปฐมสักกนมัสสนสูตร พราหมณ์ทั้งหลายผู้จบไตรเพท กษัตริย์ทั้งหลาย ณ ภูมิภาคทั้งหมด ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และทวยเทพผู้มียศชั้นไตรทศ ย่อมนอบน้อมพระองค์ ข้าแต่ท้าวสักกะ เมื่อเป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงนอบน้อมท่านผู้ควรบูชาคนใด ท่านผู้ควรบูชาคนนั้น คือใครเล่า ท้าวสักกะตรัสว่า พราหมณ์ทั้งหลายผู้จบไตรเพท กษัตริย์ทั้งหลาย ณ ภูมิภาคทั้งหมด ท้าวมหาราชทั้ง ๔ และทวยเทพผู้มียศชั้นชาวไตรทศ ย่อมนอบน้อมท่านผู้ใด ซึ่งเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีจิตตั้งมั่นตลอดกาลนาน ผู้บวชแล้วโดยชอบ มีพรหมจรรย์เป็นเบื้องหน้า คฤหัสถ์เหล่าใดเป็นผู้ทำบุญ มีศีล เป็นอุบาสก เลี้ยงดูภรรยาโดยธรรม มาตลี เรานอบน้อมคฤหัสถ์และนักบวชเหล่านั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด แม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้นเหมือนกัน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๘๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุข ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงนอบน้อมทิศทั้ง ๔ เสด็จขึ้นราชรถกลับไป” ปฐมสักกนมัสสนสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมสักกนมัสสนสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมสักกนมัสสนสูตรที่ ๘ ต่อไปนี้ :-
บทว่า ปุถุทฺทิสา ได้แก่ ทิศใหญ่ ๔ และทิศน้อย ๔.
บทว่า ภุมฺมา ได้แก่ ผู้อยู่บนพื้นดิน.
บทว่า จิรรตฺตํ สมาหิเต ได้แก่ ผู้มีจิตตั้งมั่นแล้วด้วยอุปจาระและอัปปนา ตลอดราตรีนาน.
บทว่า วนฺเท ได้แก่ ข้าพเจ้าขอไหว้.
บทว่า พรหฺมจริยปรายเน อธิบายว่า อยู่ประพฤติพรหมจรรย์อันเป็นความประพฤติประเสริฐสุด เป็นต้นว่า นอนหนเดียว ฉันหนเดียว ในที่สุดชีวิตตลอด ๑๐ ปีบ้าง ๒๐ ปีบ้าง ฯลฯ ๖๐ ปีบ้าง.
บทว่า ปุญฺญกรา ได้แก่ ผู้ทำบุญมีอาทิอย่างนี้ว่า ถวายปัจจัย ๔ บูชาด้วยดอกมะลิตูม จุดประทีปพันดวง.
บทว่า สีลวนฺโต ความว่า ตั้งอยู่ในความเป็นอุบาสกประกอบด้วยศีล ๕ บ้าง ศีล ๑๐ บ้าง.
บทว่า ธมฺเมน ทารํ โปเสนฺติ ได้แก่ ไม่กระทำโจรกรรมมีการทำลายอุโมงค์เป็นต้นแล้ว เลี้ยงดูบุตรภรรยาด้วยกสิกรรม โครักขกรรมและวาณิชกรรมเป็นต้น.
บทว่า ปมุโข รถมารุหิ ได้แก่ เป็นประมุขคือเป็นผู้ประเสริฐของเทพทั้งหลาย เสด็จขึ้นรถ.
จบอรรถกถาปฐมสักกนมัสสนสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------