๓. อันนสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ อนฺนสุตฺตํ
๑๓๙อนฺนเมวาภินนฺทนฺติ อุภเย เทวมานุสา อถ โข นาม โส ยกฺโข ยํ อนฺนํ นาภินนฺทตีติ ฯ
๑๔๐เย นํ ททนฺติ สทฺธาย วิปฺปสนฺเนน เจตสา ตเมว อนฺนํ ภชติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๕. อาทิตตวรรค ๔. เอกมูลสูตร ๓. อันนสูตร ว่าด้วยข้าว
เทวดากล่าวว่า เทวดาและมนุษย์ทั้งสองพวก ต่างก็พอใจข้าวด้วยกันทั้งนั้น ส่วนผู้ที่ไม่พอใจข้าว ชื่อว่ายักษ์โดยแท้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ชนเหล่าใดมีใจเลื่อมใสให้ข้าวนั้นด้วยศรัทธา ข้าวนั้นเองย่อมค้ำชูชนเหล่านั้นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้น บุคคลพึงกำจัดความตระหนี่ ครอบงำมลทินแล้วให้ทานเถิด เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้าอันนสูตรที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอันนสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในอันนสูตรที่ ๓ ต่อไป :-
บทว่า อภินนฺทติ แปลว่า ย่อมปรารถนา.
บทว่า ภชติ แปลว่า ย่อมมาถึงเขา คือว่าอานิสงส์นั้นย่อมติดตามไปข้างหลัง ราวกะอานิสงส์ที่ติดตามจิตตคหบดี และพระสีวลีเถระเป็นต้น.
บทว่า ตสฺมา อธิบายว่า เพราะการให้อาหารนั่นแหละ ย่อมตามไปในโลกนี้และในโลกหน้า เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า บุคคลพึงนำความตระหนี่ออก พึงข่มความตระหนี่ซึ่งเป็นมลทินแล้วให้ทาน.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอันนสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------