๒. วิชชาสูตร เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๐๑สาวตฺถี ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ วิชฺชา วิชฺชาติ ภนฺเต วุจฺจติ กตมา นุ โข ภนฺเต วิชฺชา กิตฺตาวตา จ วิชฺชาคโต โหตีติ ฯ อิธ ภิกฺขุ สุตวา อริยสาวโก รูปํ ปชานาติ รูปสมุทยํ ฯเปฯ รูปนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานาติ เวทนํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ปชานาติ ฯเปฯ วิญฺญาณนิโรธคามินีปฏิปทํ ปชานาติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขุ วิชฺชา เอตฺตาวตา จ วิชฺชาคโต โหตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. วิชชาสูตร ว่าด้วยวิชชา
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ภิกษุนั้น นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระ องค์ผู้เจริญ ที่พระองค์ตรัสว่า ‘วิชชา วิชชา’ วิชชาเป็นอย่างไร และด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ บุคคลจึงเป็นผู้มีวิชชา” @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๑๐๘๗/๖๐๒ @ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๑๐๘๘/๖๐๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๒๐๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] จูฬปัณณาสก์ ๒. ธัมมกถิกวรรค ๓. ธัมมกถิกสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ผู้ได้สดับ รู้ชัดรูปรู้ชัดความเกิดแห่งรูป ฯลฯ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งรูป ... เวทนา ... สัญญา ... รู้ชัดสังขาร ฯลฯ รู้ชัดปฏิปทาที่ให้ถึงความดับแห่งวิญญาณ ภิกษุ นี้เราเรียกว่า วิชชา และด้วยเหตุเพียงเท่านี้ บุคคลจึงเป็นผู้มีวิชชา”วิชชาสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวิชชาสูตรที่ ๒
แม้ในวิชชาสูตรที่ ๒ ก็มีนัย (ความหมายอย่างเดียวกัน) นี้แหละ.
จบอรรถกถาวิชชาสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------