๑๐. อานันทสูตร เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๘สาวตฺถิยํ ฯ อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ นิโรโธ นิโรโธติ ภนฺเต วุจฺจติ กตเมสานํ โข ภนฺเต ธมฺมานํ นิโรโธ นิโรโธติ วุจฺจตีติ ฯ รูปํ โข อานนฺท อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมํ ตสฺส นิโรโธ นิโรโธติ วุจฺจติ ฯ เวทนา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมา ตสฺสา นิโรโธ นิโรโธติ วุจฺจติ ฯ สญฺญา อนิจฺจา ฯ สงฺขารา อนิจฺจา สงฺขตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนา ขยธมฺมา วยธมฺมา วิราคธมฺมา นิโรธธมฺมา เตสํ นิโรโธ นิโรโธติ วุจฺจติ ฯ วิญฺญาณํ อนิจฺจํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ ขยธมฺมํ วยธมฺมํ วิราคธมฺมํ นิโรธธมฺมํ ตสฺส นิโรโธ นิโรโธติ วุจฺจติ ฯ อิเมสํ โข อานนฺท ธมฺมานํ นิโรโธ นิโรโธติ วุจฺจตีติ ฯ อนิจฺจวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ยทนิจฺจาปเร ตโย เหตุนาปิ ตโย วุตฺตา อานนฺเทน จ เต ทสาติ ฯ ----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. อานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์
เรื่องเกิดขึ้นที่อารามในกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ@เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๑๔๓/๑๗๗ @ ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๑๔๕/๑๗๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๒. อนิจจวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ความดับพระองค์ตรัสเรียกว่า ‘นิโรธ’ ความดับแห่งธรรมเหล่าไหน พระองค์ตรัสเรียกว่า ‘นิโรธ” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “อานนท์ รูปไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งรูปนั้น เราเรียกว่า ‘นิโรธ’ เวทนาไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งเวทนานั้น เราเรียกว่า ‘นิโรธ’ สัญญาไม่เที่ยง ฯลฯ สังขารไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งสังขารนั้น เราเรียกว่า ‘นิโรธ’ วิญญาณไม่เที่ยง ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งวิญญาณนั้น เราเรียกว่า ‘นิโรธ” อานันทสูตรที่ ๑๐ จบ อนิจจวรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อนิจจสูตร ๒. ทุกขสูตร ๓. อนัตตสูตร ๔. ยทนิจจสูตร ๕. ยังทุกขสูตร ๖. ยทนัตตาสูตร ๗. สเหตุอนิจจสูตร ๘. สเหตุทุกขสูตร ๙. สเหตุอนัตตสูตร ๑๐. อานันทสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอนิจจวรรคที่ ๒ อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑๐
พระสูตรสุดท้ายในอนิจจวรรค เป็นไปด้วยอำนาจคำถามบทที่เหลือ พระองค์ทรงแสดงด้วยอำนาจแห่งผู้มีปัญญาตรัสรู้โดยประการนั้นๆ.
จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถาอนิจจวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อนิจจสูตรที่ ๑
๒. ทุกขสูตรที่ ๑
๓. อนัตตสูตรที่ ๑
๔. อนิจจสูตรที่ ๒
๕. ทุกขสูตรที่ ๒
๖. อนัตตสูตรที่ ๒
๗. อนิจจเหตุสูตร
๘. ทุกขเหตุสูตร
๙. อนัตตเหตุสูตร
๑๐. อานันทสูตร. -----------------------------------------------------