๒. ปริญญาสูตร เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๕๔สาวตฺถิยํ ฯ ตตฺร โข ฯ ปริญฺเญยฺเย จ ภิกฺขเว ธมฺเม เทเสสฺสามิ ปริญฺญญฺจ ตํ สุณาถ ฯ กตเม จ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยา ธมฺมา ฯ รูปํ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม เวทนา ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม สญฺญา ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม สงฺขารา ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม วิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺโย ธมฺโม ฯ อิเม วุจฺจนฺติ ภิกฺขเว ปริญฺเญยฺยา ธมฺมา ฯ
๕๕กตมา จ ภิกฺขเว ปริญฺญา ฯ โย ภิกฺขเว ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปริญฺญาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปริญญาสูตร ว่าด้วยการกำหนดรู้
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ควรกำหนดรู้ และการกำหนดรู้ เธอทั้งหลายจงฟัง ธรรมที่ควรกำหนดรู้ เป็นอย่างไร คือ รูปเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ เวทนาเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ สัญญา เป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ สังขารเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้ วิญญาณเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มูลปัณณาสก์ ๓. ภารวรรค ๓. อภิชานสูตร เหล่านี้เรียกว่า ธรรมที่ควรกำหนดรู้ การกำหนดรู้ เป็นอย่างไร คือ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า การกำหนดรู้” ปริญญาสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปริญญาสูตรที่ ๒
ในปริญญาสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ปริญฺเญยฺเย แปลว่า พึงกำหนดรู้. อธิบายว่า พึงก้าวล่วงด้วยดี.
บทว่า ปริญฺญํ ได้แก่ กำหนดรู้ล่วงส่วน. อธิบายว่า ก้าวล่วงด้วยดี.
บทว่า ราคกฺขโย เป็นต้น เป็นชื่อของพระนิพพาน.
จริงอยู่ พระนิพพานนั้น ชื่อว่ากำหนดรู้ล่วงส่วน.
จบอรรถกถาปริญญาสูตรที่ ๒ ----------------------------------