๑. อานันทสูตร เล่ม ๑๗
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ขนฺธสํยุตฺตสฺส มชฺฌิมปณฺณาสเก เถรวคฺโค จตุตฺโถ
๑๙๓สาวตฺถิยํ วิหรติ ฯ อาราเม ฯ ตตฺร โข อายสฺมา อานนฺโท ภิกฺขู อามนฺเตสิ อาวุโส ภิกฺขเวติ ฯ อาวุโสติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปจฺจสฺโสสุํ ฯ อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ ปุณฺโณ นาม อาวุโส อายสฺมา มนฺตานีปุตฺโต อมฺหากํ นวกานํ สตํ พหูปกาโร โหติ โส อเมฺห อิมินา โอวาเทน โอวทติ อุปาทาย อาวุโส อานนฺท อสฺมีติ โหติ โน อนุปาทาย ฯ กิญฺจ อุปาทาย อสฺมีติ โหติ โน อนุปาทาย ฯ รูปํ อุปาทาย อสฺมีติ โหติ โน อนุปาทาย ฯ เวทนํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ อุปาทาย อสฺมีติ โหติ โน อนุปาทาย ฯ {๑๙๓.๑} เสยฺยถาปิ อาวุโส อานนฺท อิตฺถี วา ปุริโส วา ทหโร ยุวา มณฺฑนกชาติโก อาทาเส วา ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต อจฺเฉ วา อุทกปตฺเต สกํ มุขนิมิตฺตํ ปจฺจเวกฺขมาโน อุปาทาย ปสฺเสยฺย โน อนุปาทาย ฯ เอวเมว โข อาวุโส อานนฺท รูปํ อุปาทาย อสฺมีติ โหติ โน อนุปาทาย ฯ เวทนํ ฯ สญฺญํ ฯ สงฺขาเร ฯ วิญฺญาณํ อุปาทาย อสฺมีติ โหติ โน อนุปาทาย ฯ {๑๙๓.๒} ตํ กึ มญฺญสิ อาวุโส อานนฺท รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ อนิจฺจํ อาวุโส ฯ เวทนา ฯ สญฺญา ฯ สงฺขารา ฯ วิญฺญาณํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ อนิจฺจํ อาวุโส ฯเปฯ ตสฺมา ติห ฯ เอวํ ปสฺสํ ฯเปฯ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ ฯ ปุณฺโณ นาม อาวุโส อายสฺมา มนฺตานีปุตฺโต อมฺหากํ นวกานํ สตํ พหูปกาโร โหติ โส อเมฺห อิมินา โอวาเทน โอวทติ อิมํ ปน เม อายสฺมโต ปุณฺณสฺส มนฺตานีปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ธมฺโม อภิสมิโตติ ฯ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มัชฌิมปัณณาสก์ ๔. เถรวรรค ๑. อานันทสูตร ๔. เถรวรรค หมวดว่าด้วยพระเถระ ๑. อานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น ท่านพระอานนท์ได้เรียกภิกษุทั้งหลายมากล่าวว่า “ท่านผู้มีอายุ ทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นรับคำแล้ว ท่านพระอานนท์จึงได้กล่าวเรื่องนี้ว่า “ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านพระปุณณมันตานีบุตรมีอุปการะมากแก่พวกเราผู้เป็นภิกษุใหม่ ท่านกล่าวสอนพวกเราด้วยโอวาทอย่างนี้ว่า ‘ท่านอานนท์ เพราะถือมั่น ตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงมี เพราะไม่ถือมั่น ตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า‘เรามี’ จึงไม่มี เพราะถือมั่นอะไร ตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงมี เพราะไม่ถือมั่นอะไรตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงไม่มี คือ เพราะถือมั่นรูป ตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงมี เพราะไม่ถือมั่นรูปตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงไม่มี ... เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... เพราะถือมั่นวิญญาณ ตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงมี เพราะไม่ถือมั่นวิญญาณตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงไม่มี ท่านอานนท์ สตรีหรือบุรุษแรกรุ่น ผู้ชอบแต่งตัว มองดูเงาหน้าของตนในกระจกหรือภาชนะน้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ เพราะอาศัย(กระจกหรือภาชนะน้ำนั้น)จึงเห็น เพราะไม่อาศัยจึงไม่เห็น แม้ฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะถือมั่นรูปตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงมี เพราะไม่ถือมั่นรูป ตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า‘เรามี’ จึงไม่มี ... เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... เพราะถือมั่นวิญญาณ ตัณหามานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’ จึงมี เพราะไม่ถือมั่นวิญญาณ ตัณหา มานะ ทิฏฐิว่า ‘เรามี’จึงไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๑๔๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๑. ขันธสังยุต] มัชฌิมปัณณาสก์ ๔. เถรวรรค ๒. ติสสสูตร ท่านอานนท์ ท่านจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง’ ‘ไม่เที่ยง ขอรับ’ ‘เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง’ ‘ไม่เที่ยง ขอรับ’ ‘เพราะเหตุนั้นแล ฯลฯ พระอริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ฯลฯ รู้ชัดว่า... ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ท่านพระปุณณมันตานีบุตรเป็นผู้มีอุปการะมากแก่พวกเราผู้เป็นภิกษุใหม่ ท่านสอนพวกเราด้วยโอวาทนี้ เพราะฟังธรรมเทศนานี้ของท่านพระปุณณมันตานีบุตร ผมจึงได้บรรลุธรรม” อานันทสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เถรวรรคที่ ๔ อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในอานันทสูตรที่ ๑ ดังต่อไปนี้ :-
พระปุณณมันตานีบุตร
บุตรของนางพราหมณีชื่อมันตานี ชื่อมันตานีบุตร.
บทว่า อุปาทาย แปลว่า อาศัย คือปรารภ ได้แก่มุ่งหมาย คืออิงแอบ.
บทว่า อสฺมีติ โหติ ความว่า มีธรรมเครื่องเนิ่นช้า ๓ อย่าง คือตัณหามานะและทิฏฐิที่เป็นไปอย่างนี้ว่า อัสมิ (เรามี เราเป็น).
บทว่า ทหโร แปลว่า คนหนุ่ม.
บทว่า ยุวา ได้แก่ ถึงพร้อมด้วยความเป็นหนุ่ม.
บทว่า มณฺฑกชาติโย แปลว่า มีการแต่งตัวเป็นสภาพ คือมีปกติชอบแต่งตัว.
บทว่า มุขนิมิตฺตํ แปลว่า เงาหน้า. ก็เงาหน้านั้นอาศัยกระจกเงาที่ใสสะอาดจึงปรากฏ.
ถามว่า ก็เมื่อบุคคลมองดูกระจกเงาใสสะอาดนั้น เงาหน้าของตนปรากฏ หรือเงาหน้าของคนอื่นปรากฏเล่า?
อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า ถ้าเงาหน้าจะพึงเป็นของตนไซร้(ไฉน) จะต้องปรากฏเป็นหน้าอื่น (อีกหน้าหนึ่ง) และถ้าเงาหน้าเป็นของผู้อื่น (อีกหน้าหนึ่ง) ไซร้ ก็จะต้องปรากฏไม่เหมือนกันโดยสีเป็นต้นเพราะฉะนั้น เงาหน้านั้น จึงไม่เป็นทั้งของตน ทั้งของคนอื่น แต่ว่ารูปที่เห็นในกระจกนั้น อาศัยกระจก จึงปรากฏ.
ถามว่า ถ้าจะมีเงาหน้าใดปรากฏในน้ำ เงาหน้านั้นปรากฏได้เพราะเหตุไร?
ตอบว่า ปรากฏได้ เพราะมหาภูตรูป (น้ำ) เป็นของใสสะอาด.
บทว่า ธมฺโม จ เม อภิสเมโก ความว่า พระอานนทเถระกล่าวว่า ผมได้บรรลุธรรมคือสัจจะ ๔ ด้วยญาณผมจึงสำเร็จเป็นพระโสดาบัน.
จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑ -----------------------------------