๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร เล่ม ๑๘
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๕๖อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ ฯเปฯ เอตทโวจ กถํ นุ โข ภนฺเต ชานโต กถํ ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยตีติ ฯ จกฺขุํ โข ภิกฺขุ อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยติ ฯ รูเป อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยติ ฯ จกฺขุวิญฺญาณํ อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยติ ฯ จกฺขุสมฺผสฺสํ อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยติ ฯ ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยติ ฯเปฯ ชิวฺหํ อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยติ ฯเปฯ มนํ อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยติ ฯ ธมฺเม มโนวิญฺญาณํ มโนสมฺผสฺสํ ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ อนตฺตโต ชานโต ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยตีติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขุ ชานโต เอวํ ปสฺสโต อตฺตานุทิฏฺฐิ ปหิยฺยตีติ ฯ ทฺวาทสมํ ฯ นนฺทิกฺขยวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ นนฺทิกฺขเยน จตฺตาโร ชีวกมฺพวเน ทุเว โกฏฺฐิเกน ตโย วุตฺตา มิจฺฉาสกฺกายอตฺตโนติ ฯ -----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. อัตตานุทิฏฐิปหานสูตร ว่าด้วยการละอัตตานุทิฏฐิ
ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่ง ฯลฯ ได้ทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุคคลเมื่อรู้ เห็นอย่างไร จึงละอัตตานุทิฏฐิได้”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๒๐๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๔. จตุตถปัณณาสก์ ๑. นันทิกขยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุ บุคคลเมื่อรู้ เห็นจักขุโดยความเป็นอนัตตาจึงละอัตตานุทิฏฐิได้ เมื่อรู้ เห็นรูปโดยความเป็นอนัตตา จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ เมื่อรู้เห็นจักขุวิญญาณโดยความเป็นอนัตตา จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ เมื่อรู้ เห็นจักขุสัมผัสโดยความเป็นอนัตตา จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ เมื่อรู้ เห็นแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นอนัตตา จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ ฯลฯ เมื่อรู้ เห็นชิวหาโดยความเป็นอนัตตา จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ ฯลฯ เมื่อรู้ เห็นมโนโดยความเป็นอนัตตา จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ เมื่อรู้ เห็น ธรรมารมณ์ ... มโนวิญญาณ ... มโนสัมผัส ... เมื่อรู้ เห็นแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยโดยความเป็นอนัตตา จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ ภิกษุ บุคคลเมื่อรู้ เห็นอย่างนี้ จึงละอัตตานุทิฏฐิได้” อัตตานุทิฏฐิปหานสูตรที่ ๑๒ จบ นันทิกขยวรรคที่ ๑ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัชฌัตตนันทิกขยสูตร ๒. พาหิรนันทิกขยสูตร ๓. อัชฌัตตอนิจจนันทิกขยสูตร ๔. พาหิรอนิจจนันทิกขยสูตร ๕. ชีวกัมพวนสมาธิสูตร ๖. ชีวกัมพวนปฏิสัลลานสูตร ๗. โกฏฐิกอนิจจสูตร ๘. โกฏฐิกทุกขสูตร ๙. โกฏฐิกอนัตตสูตร ๑๐. มิจฉาทิฏฐิปหานสูตร ๑๑. สักกายทิฏฐิปหานสูตร ๑๒. อัตตานุทิฏฐิปหานสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๒๐๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามิจฉาทิฏฐิสูตรที่ ๑๐-๑๒
๓ สูตรมีสูตรที่ ๑๐ เป็นต้น ตรัสด้วยอำนาจอัธยาศัยบุคคลแผนกหนึ่งต่างหาก.
เนื้อความแห่งสูตรเหล่านั้น พึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถามิจฉาทิฏฐิสูตรที่ ๑๐-๑๒ จบนันทิขยวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. นันทิขยสูตรที่ ๑
๒. นันทิขยสูตรที่ ๒
๓. นันทิขยสูตรที่ ๓
๔. นันทิขยสูตรที่ ๔
๕. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๑
๖. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๒
๗. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๑
๘. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๒
๙. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๓
๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร
๑๑. สักกายทิฏฐิสูตร
๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตร ฯ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๙. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๓