ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๙๑

๑. รโหคตสูตร เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๙๑–๓๙๔ลำดับ 205 จาก 292 ในสฬายตนวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 4 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

รโหคตวคฺโค ทุติโย

อถ โข อญฺญตโร ภิกฺขุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธ มยฺหํ ภนฺเต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ติสฺโส เวทนา วุตฺตา ภควตา สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา อทุกฺขมสุขา เวทนา อิมา ติสฺโส เวทนา วุตฺตา ภควตา ฯ วุตฺตํ โข ปเนตํ ภควตา ยงฺกิญฺจิ เวทยิตํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ กึ นุ โข เอตํ ภควตา สนฺธาย ภาสิตํ ยงฺกิญฺจิ เวทยิตํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ ฯ {๓๙๑.๑} สาธุ สาธุ ภิกฺขุ ติสฺโส อิมา ภิกฺขุ เวทนา วุตฺตา มยา สุขา เวทนา ทุกฺขา เวทนา อทุกฺขมสุขา เวทนา อิมา ติสฺโส เวทนา วุตฺตา มยา ฯ วุตฺตํ โข ปเนตํ ภิกฺขุ มยา ยงฺกิญฺจิ เวทยิตํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ ตํ โข ปเนตํ ภิกฺขุ มยา สงฺขารานํเยว อนิจฺจตํ สนฺธาย ภาสิตํ ยงฺกิญฺจิ เวทยิตํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ ฯ ตํ โข ปเนตํ ภิกฺขุ มยา สงฺขารานํเยว ขยธมฺมตํ วยธมฺมตํ วิราคธมฺมตํ นิโรธธมฺมตํ วิปริณามธมฺมตํ สนฺธาย ภาสิตํ ยงฺกิญฺจิ เวทยิตํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ ฯ

อถ โข ปน ภิกฺขุ มยา อนุปุพฺพสงฺขารานํ นิโรโธ อกฺขาโต ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส วาจา นิรุทฺธา โหติ ทุติยชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจารา นิรุทฺธา โหนฺติ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส ปีติ นิรุทฺธา โหติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส อสฺสาสปสฺสาสา นิรุทฺธา โหนฺติ อากาสานญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส รูปสญฺญา นิรุทฺธา โหติ วิญฺญาณญฺจายตนํ สมาปนฺนสฺส อากาสานญฺจายตนสญฺญา นิรุทฺธา โหติ อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส วิญฺญาณญฺจายตนสญฺญา นิรุทฺธา โหติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปนฺนสฺส อากิญฺจญฺญายตนสญฺญา นิรุทฺธา โหติ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส สญฺญา จ เวทนา จ นิรุทฺธา โหนฺติ ฯ ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน ราโค นิรุทฺโธ โหติ โทโส นิรุทฺโธ โหติ โมโห นิรุทฺโธ โหติ ฯ

อถ โข ภิกฺขุ มยา อนุปุพฺพสงฺขารานํ วูปสโม อกฺขาโต ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส วาจา วูปสนฺตา โหติ ทุติยชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจารา วูปสนฺตา โหนฺติ ฯเปฯ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส สญฺญา จ เวทนา จ วูปสนฺตา โหนฺติ ฯ ขีณาสวสฺส ภิกฺขุ ราโค วูปสนฺโต โหติ โทโส วูปสนฺโต โหติ โมโห วูปสนฺโต โหติ ฯ

ฉยิมา ภิกฺขุ ปสฺสทฺธิโย ปฐมชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส วาจา ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหติ ทุติยชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส วิตกฺกวิจารา ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหนฺติ ตติยชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส ปีติ ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหติ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส อสฺสาสปสฺสาสา ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหนฺติ สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปนฺนสฺส สญฺญา จ เวทนา จ ปฏิปฺปสฺสทฺธา โหนฺติ ฯ ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน ราโค ปฏิปฺปสฺสทฺโธ โหติ โทโส ปฏิปฺปสฺสทฺโธ โหติ โมโห ปฏิปฺปสฺสทฺโธ โหตีติ ฯ ปฐมํ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๒. เวทนาสังยุต] ๒. รโหคตวรรค ๑. รโหคตสูตร ๒. รโหคตวรรค หมวดว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ในที่สงัด ๑. รโหคตสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ในที่สงัด

ข้อ ๒๕๙

ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส ข้าพระองค์หลีกเร้นอยู่ในที่สงัดได้เกิดความคิดคำนึงขึ้นมาว่า ‘พระผู้มีพระภาคตรัสเวทนาไว้ ๓ ประการ คือ ๑. สุขเวทนา ๒. ทุกขเวทนา ๓. อทุกขมสุขเวทนา พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเวทนาไว้ ๓ ประการนี้ สมจริงดังพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ‘ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นทุกข์’ พระดำรัสที่ว่า ‘ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นทุกข์’ นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสหมายถึงอะไร” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ดีละ ดีละ ภิกษุ เรากล่าวเวทนาไว้ ๓ ประการนี้ คือ ๑. สุขเวทนา ๒. ทุกขเวทนา ๓. อทุกขมสุขเวทนา เรากล่าวเวทนาไว้ ๓ ประการนี้ สมจริงดังคำที่เรากล่าวว่า ‘ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นทุกข์’ คำที่ว่า ‘ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นทุกข์’ นั้นเรากล่าวหมายถึงความที่สังขารทั้งหลายนั้นแลไม่เที่ยง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๒๘๔}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๒. เวทนาสังยุต] ๒. รโหคตวรรค ๑. รโหคตสูตร คำที่ว่า ‘ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นทุกข์’ นั้นเรากล่าวหมายถึงความที่สังขารทั้งหลายนั้นแลมีความสิ้นไปเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความแตกไปเป็นธรรมดา ฯลฯ มีความดับไปเป็นธรรมดา ฯลฯ คำที่ว่า ‘ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นทุกข์’ นั้นเรากล่าวหมายถึงความที่สังขารทั้งหลายนั้นแลมีความแปรผันเป็นธรรมดา ต่อมา เรากล่าวความดับไปแห่งสังขารตามลำดับ คือ ๑. เมื่อภิกษุเข้าปฐมฌาน วาจาก็ดับไป ๒. เมื่อเข้าทุติยฌาน วิตกวิจารก็ดับไป ๓. เมื่อเข้าตติยฌาน ปีติก็ดับไป ๔. เมื่อเข้าจตุตถฌาน ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกก็ดับไป ๕. เมื่อเข้าอากาสานัญจายตนฌาน รูปสัญญาก็ดับไป ๖. เมื่อเข้าวิญญาณัญจายตนฌาน อากาสานัญจายตนสัญญาก็ดับไป ๗. เมื่อเข้าอากิญจัญญายตนฌาน วิญญาณัญจายตนสัญญาก็ดับไป ๘. เมื่อเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน อากิญจัญญายตนสัญญาก็ดับไป ๙. เมื่อเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาและเวทนาก็ดับไป ๑๐. ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว ราคะย่อมดับไป โทสะย่อมดับไป โมหะ ย่อมดับไป @เชิงอรรถ : @ อากาสานัญจายตนฌาน หมายถึงฌานที่กำหนดอากาศ คือช่องว่างอันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ เป็น@ขั้นที่ ๑ แห่งอรูปฌาน (ที.สี.อ. ๑/๔๑๔/๓๐๘) @ วิญญาณัญจายตนฌาน หมายถึงฌานที่กำหนดวิญญาณอันหาที่สุดมิได้เป็นอารมณ์ เป็นขั้นที่ ๒ แห่ง@อรูปฌาน (ที.สี.อ. ๑/๔๑๔/๓๐๘) @ อากิญจัญญายตนฌาน หมายถึงฌานที่กำหนดภาวะอันไม่มีอะไร(ความว่าง)เป็นอารมณ์ เรียกอีก@อย่างหนึ่งว่า %สัญญัคคะ% (ที่สุดแห่งสัญญา) เพราะเป็นภาวะสุดท้ายแห่งการมีสัญญา กล่าวคือ ผู้บรรลุ@อากิญจัญญายตนฌานแล้ว ขั้นต่อไป จะเข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานบ้าง เข้าถึงสัญญาเวทยิต-@นิโรธบ้าง (ที.สี.อ. ๑/๔๑๔/๓๐๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๒๘๕}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๒. เวทนาสังยุต] ๒. รโหคตวรรค ๒. ปฐมอากาสสูตร ต่อมา เรากล่าวความระงับไปแห่งสังขารตามลำดับ คือ ๑. เมื่อภิกษุเข้าปฐมฌาน วาจาก็ระงับไป ฯลฯ ๙. เมื่อเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาและเวทนาก็ระงับไป ๑๐. ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว ราคะย่อมระงับไป โทสะย่อมระงับไป โมหะย่อมระงับไป ภิกษุ ปัสสัทธิ ๖ ประการนี้ คือ ๑. เมื่อภิกษุเข้าปฐมฌาน วาจาก็สงบ ๒. เมื่อเข้าทุติยฌาน วิตกวิจารก็สงบ ๓. เมื่อเข้าตติยฌาน ปีติก็สงบ ๔. เมื่อเข้าจตุตถฌาน ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกก็สงบ ๕. เมื่อเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ สัญญาและเวทนาก็สงบ ๖. ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว ราคะย่อมสงบ โทสะย่อมสงบ โมหะย่อมสงบ”รโหคตสูตรที่ ๑ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

รโหคตวรรคที่ ๒ อรรถกถารโหคตสูตรที่ ๑

พึงทราบวินิจฉัยในรโหคตสูตรที่ ๑ แห่งรโหคตวรรค ดังต่อไปนี้

บทว่า ยงฺกิญฺจิ เวทยิตํ ตํ ทุกฺขสฺมิ ความว่า ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นทั้งหมดเป็นทุกข์.

ในบทว่า สงฺขารานํ เยว อนิจฺจตํ เป็นอาทิ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่าความที่แห่งสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีความสิ้นไป เสื่อมไป แปรปรวนไปเป็นธรรมดาอย่างนี้ใดเราหมายถึงข้อนี้ จึงกล่าวว่า ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งนั้นเป็นทุกข์.

อธิบายว่า เวทนาทั้งปวงเป็นทุกข์ ด้วยความประสงค์นี้ว่า เพราะว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง แม้เวทนาทั้งหลาย ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน. ก็ชื่อว่าความไม่เที่ยงนี้ เป็นมรณะ ชื่อว่าความทุกข์ยิ่งกว่ามรณะ ย่อมไม่มีดังนี้.

บทว่า อถโข ปน ภิกฺขุ มยา นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภเพื่อแสดงว่า เราบัญญัติความดับแห่งเวทนาอย่างเดียวเท่านั้น ก็หามิได้ เราบัญญัติความดับแห่งธรรมแม้เหล่านี้ด้วย.

ตรัสความสงบและความระงับตามอัธยาศัยของบุคคลผู้รู้ ด้วยเทศนาเห็นปานนี้.

พึงทราบว่า อรูปฌาน ๔ ย่อมเป็นอันท่านถือเอาแล้วในที่นี้ด้วยสัญญาเวทยิตนิโรธศัพท์.

จบอรรถกถารโหคตสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา