๘. สารูปสูตร เล่ม ๑๘
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๓สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสารุปฺปํ โว ภิกฺขเว ปฏิปทํ เทสิสฺสามิ ตํ สุณาถ สาธุกํ มนสิกโรถ ภาสิสฺสามีติ ฯ กตมา จ สา ภิกฺขเว สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสารุปฺปา ปฏิปทา ฯ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ จกฺขุํ น มญฺญติ จกฺขุสฺมึ น มญฺญติ จกฺขุโต น มญฺญติ จกฺขุํ เมติ น มญฺญติ ฯ รูเป น มญฺญติ รูเปสุ น มญฺญติ รูปโต น มญฺญติ รูปา เมติ น มญฺญติ จกฺขุวิญฺญาณํ น มญฺญติ จกฺขุวิญฺญาณสฺมึ น มญฺญติ จกฺขุวิญฺญาณโต น มญฺญติ จกฺขุวิญฺญาณํ เมติ น มญฺญติ จกฺขุสมฺผสฺสํ น มญฺญติ จกฺขุสมฺผสฺสสฺมึ น มญฺญติ จกฺขุสมฺผสฺสโต น มญฺญติ จกฺขุสมฺผสฺโส เมติ น มญฺญติ ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺญติ ตสฺมึปิ น มญฺญติ ตโตปิ น มญฺญติ ตํ เมติ น มญฺญติ ฯเปฯ ชิวฺหํ น มญฺญติ ชิวฺหาย น มญฺญติ ชิวฺหาโต น มญฺญติ ชิวฺหา เมติ น มญฺญติ รเส น มญฺญติ รเสสุ น มญฺญติ รสโต น มญฺญติ รสา เมติ น มญฺญติ ฯ ชิวฺหาวิญฺญาณํ น มญฺญติ ชิวฺหาวิญฺญาณสฺมึ น มญฺญติ ชิวฺหาวิญฺญาณโต น มญฺญติ ชิวฺหาวิญฺญาณํ เมติ น มญฺญติ ชิวฺหาสมฺผสฺสํ น มญฺญติ ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺมึ น มญฺญติ ชิวฺหาสมฺผสฺสโต น มญฺญติ ชิวฺหาสมฺผสฺโส เมติ น มญฺญติ ฯ {๓๓.๑} ยมฺปิทํ ชิวฺหาสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺญติ ตสฺมึปิ น มญฺญติ ตโตปิ น มญฺญติ ตํ เมติ น มญฺญติ ฯเปฯ มนํ น มญฺญติ มนสฺมึ น มญฺญติ มนโต น มญฺญติ มโน เมติ น มญฺญติ ฯ ธมฺเม น มญฺญติ ธมฺเมสุ น มญฺญติ ธมฺมโต น มญฺญติ ธมฺมา เมติ น มญฺญติ ฯ มโนวิญฺญาณํ น มญฺญติ มโนวิญฺญาณสฺมึ น มญฺญติ มโนวิญฺญาณโต น มญฺญติ มโนวิญฺญาณํ เมติ น มญฺญติ ฯ มโนสมฺผสฺสํ น มญฺญติ มโนสมฺผสฺสสฺมึ น มญฺญติ มโนสมฺผสฺสโต น มญฺญติ มโนสมฺผสฺโส เมติ น มญฺญติ ฯ ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ น มญฺญติ ตสฺมึปิ น มญฺญติ ตโตปิ น มญฺญติ ตํ เมติ น มญฺญติ ฯ สพฺพํ น มญฺญติ สพฺพสฺมึ น มญฺญติ สพฺพโต น มญฺญติ สพฺพํ เมติ น มญฺญติ ฯ โส เอวํ อมญฺญมาโน น จ กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ อนุปาทิยํ น ปริตสฺสติ อปริตสฺสํ ปจฺจตฺตญฺเญว ปรินิพฺพายติ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ ฯ อยํ โข สา ภิกฺขเว สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสารุปฺปา ปฏิปทาติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. สมุคฆาตสารุปปสูตร ว่าด้วยปฏิปทาอันสมควรแก่การเพิกถอนความกำหนดหมาย
“ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงปฏิปทาอันสมควรแก่การเพิกถอนความ กำหนดหมาย ทั้งปวงแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวปฏิปทาอันสมควรแก่การเพิกถอนความกำหนดหมายทั้งปวง เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ไม่กำหนดหมายจักขุ ไม่กำหนดหมายในจักขุ ไม่กำหนดหมายเพราะจักขุ ไม่กำหนดหมายว่า ‘จักขุของเรา’ ไม่กำหนดหมายรูป ไม่กำหนดหมายในรูป ไม่กำหนดหมายเพราะรูป ไม่กำหนดหมายว่า ‘รูปของเรา’ ไม่กำหนดหมายจักขุวิญญาณ ไม่กำหนดหมายในจักขุวิญญาณ ไม่กำหนด หมายเพราะจักขุวิญญาณ ไม่กำหนดหมายว่า ‘จักขุวิญญาณของเรา’ ไม่กำหนดหมายจักขุสัมผัส ไม่กำหนดหมายในจักขุสัมผัส ไม่กำหนดหมาย เพราะจักขุสัมผัส ไม่กำหนดหมายว่า ‘จักขุสัมผัสของเรา’ ไม่กำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่ เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมาย@เชิงอรรถ : @ ความกำหนดหมาย ในที่นี้หมายถึงตัณหา มานะ และทิฏฐิ (สํ.สฬา.อ. ๓/๓๐/๑๒, สํ.ฏีกา ๒/๓๐/๓๔๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๓๐}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๑. ปฐมปัณณาสก์ ๓. สัพพวรรค ๘. สมุคฆาตสารุปปสูตร แม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ฯลฯ ไม่กำหนดหมายชิวหา ไม่กำหนดหมายในชิวหา ไม่กำหนดหมายเพราะชิวหา ไม่กำหนดหมายว่า ‘ชิวหาของเรา’ ไม่กำหนดหมายรส ไม่กำหนดหมายในรส ไม่กำหนดหมายเพราะรส ไม่กำหนดหมายว่า ‘รสของเรา’ ไม่กำหนดหมายชิวหาวิญญาณ ไม่กำหนดหมายในชิวหาวิญญาณ ไม่กำหนดหมายเพราะชิวหาวิญญาณ ไม่กำหนดหมายว่า ‘ชิวหาวิญญาณของเรา’ ไม่กำหนดหมายชิวหาสัมผัส ไม่กำหนดหมายในชิวหาสัมผัส ไม่กำหนดหมาย เพราะชิวหาสัมผัส ไม่กำหนดหมายว่า ‘ชิวหาสัมผัสของเรา’ ไม่กำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่ เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะชิวหาสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ฯลฯ ไม่กำหนดหมายมโน ไม่กำหนดหมายในมโน ไม่กำหนดหมายเพราะมโน ไม่กำหนดหมายว่า ‘มโนของเรา’ ไม่กำหนดหมายธรรมารมณ์ ไม่กำหนดหมายในธรรมารมณ์ ไม่กำหนด หมายเพราะธรรมารมณ์ ไม่กำหนดหมายว่า ‘ธรรมารมณ์ของเรา’ ไม่กำหนดหมายมโนวิญญาณ ไม่กำหนดหมายในมโนวิญญาณ ไม่กำหนด หมายเพราะมโนวิญญาณ ไม่กำหนดหมายว่า ‘มโนวิญญาณของเรา’ ไม่กำหนดหมายมโนสัมผัส ไม่กำหนดหมายในมโนสัมผัส ไม่กำหนดหมาย เพราะมโนสัมผัส ไม่กำหนดหมายว่า ‘มโนสัมผัสของเรา’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๓๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๑. ปฐมปัณณาสก์ ๓. สัพพวรรค ๙. ปฐมสมุคฆาตสัปปายสูตร ไม่กำหนดหมายแม้ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่ เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้ในความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายแม้เพราะความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย ไม่กำหนดหมายว่า ‘ความเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขหรือทุกข์หรือมิใช่สุขมิใช่ทุกข์ที่เกิดขึ้นเพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัยนั้นของเรา’ ไม่กำหนดหมายสิ่งทั้งปวง ไม่กำหนดหมายในสิ่งทั้งปวง ไม่กำหนดหมาย เพราะสิ่งทั้งปวง ไม่กำหนดหมายว่า ‘สิ่งทั้งปวงของเรา’ ภิกษุผู้ไม่กำหนดหมายอยู่อย่างนี้ย่อมไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก เมื่อไม่ถือมั่น ย่อมไม่สะดุ้งกลัว เมื่อไม่สะดุ้งกลัว ย่อมดับเฉพาะตนเอง รู้ชัดว่า ‘ชาติสิ้นแล้วอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป’ ภิกษุทั้งหลาย ปฏิปทาอันสมควรแก่การเพิกถอนความกำหนดหมายทั้งปวง เป็นอย่างนี้แล” สมุคฆาตสารุปปสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสารุปปสูตรที่ ๘
ในสารุปปสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสารุปฺปํ ความว่า สมควรแก่ข้อปฏิบัติอันจะเพิกถอนความสำคัญด้วยตัณหา มานะและทิฏฐิทั้งหมด.
บทว่า อิธ ได้แก่ ในพระศาสนานี้.
บทว่า จกฺขุํ น มญฺญติ ความว่า ย่อมไม่สำคัญจักษุว่าเรา ว่าของเรา หรือว่าผู้อื่น ของผู้อื่น.
บทว่า จกฺขุสฺมึ น มญฺญติ ความว่า ย่อมไม่สำคัญว่า เรามีความกังวลในจักษุ คือมีความกังวลด้วยกิเลสเครื่องกังวลในจักษุของเรา มีความกังวลด้วยกิเลสเครื่องกังวลในจักษุของผู้อื่น.
บทว่า จกฺขุโต น มญฺญติ ความว่า ย่อมไม่สำคัญแม้อย่างนี้ว่า เราปราศจากจักษุ คือความกังวลด้วยกิเลสเครื่องกังวล เราปราศจากจักษุ ปราศจากจักษุของผู้อื่น คือความกังวลด้วยกิเลสเครื่องกังวลปราศจากจักษุของผู้อื่น. อธิบายว่า ไม่ทำความสำคัญด้วยตัณหามานะและทิฏฐิ แม้อย่างหนึ่งให้เกิดขึ้น.
บทว่า จกฺขุํ เมติ น มญฺญติ ความว่า ไม่สำคัญว่าจักษุของเรา. อธิบายว่า ไม่ทำความสำคัญด้วยตัณหาอันเป็นอัตตาของเรา ให้เกิดขึ้น.
คำที่เหลือง่ายทั้งนั้นดังนี้แล.
ในพระสูตรนี้ ตรัสวิปัสสนาให้บรรลุพระอรหัตในฐานะ ๑๔๔.
จบอรรถกถาสารุปปสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------