ชนสูตร ที่ ๑ เล่ม ๒๐
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ พราหมณวรรคที่ ๑ ชนสูตรที่ ๑
๔๙๑สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล พราหมณ์๒ คน เป็นคนชรา แก่เฒ่า ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ มีอายุได้ ๑๒๐ ปีแต่กำเนิด ได้ชวนกันไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มี-*พระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พวกข้าพระองค์เป็นพราหมณ์ชรา แก่เฒ่า ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับ มีอายุได้ ๑๒๐ ปีแต่กำเนิดแต่มิได้สร้างความดี มิได้ทำกุศล มิได้ทำกรรมอันเป็นที่ต้านทานความขลาดไว้ขอพระโคดมผู้เจริญ ทรงโอวาทสั่งสอนพวกข้าพระองค์ถึงข้อที่จะพึงเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่พวกข้าพระองค์สิ้นกาลนานเถิด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าดูกรพราหมณ์ ที่แท้ พวกท่านเป็นคนชรา แก่เฒ่า ล่วงกาลผ่านวัยมาโดยลำดับมีอายุได้ ๑๒๐ ปีแต่กำเนิด แต่มิได้สร้างความดี มิได้ทำกุศล มิได้ทำกรรมอันเป็นที่ต้านทานความขลาดไว้ ดูกรพราหมณ์ โลกนี้ถูกชรา พยาธิ มรณะ นำเข้าไปอยู่แล เมื่อโลกถูกชรา พยาธิ มรณะ นำเข้าไปอยู่เช่นนี้ ความสำรวมทางกาย ความสำรวมทางวาจา ความสำรวมทางใจในโลกนี้ ย่อมเป็นที่ต้านทานเป็นที่เร้น เป็นเกาะ เป็นที่พึ่ง เป็นที่ยึดหน่วงของเขาผู้ละไปแล้ว ฯ ชีวิตถูกชรานำเข้าไปใกล้ความมีอายุสั้น ผู้ที่ถูกชรานำเข้าไป ใกล้แล้ว ย่อมไม่มีที่ต้านทาน เมื่อบุคคลเล็งเห็นภัยใน ความตายนี้ ควรทำบุญทั้งหลายอันนำความสุขมาให้ ความ สำรวมทางกาย ทางวาจา และทางใจ ในโลกนี้ ย่อม เป็นไปเพื่อความสุขแก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว ผู้ซึ่งสร้างสมบุญ ไว้แต่เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. พราหมณวรรค ๑. ปฐมเทวพราหมณสูตร ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๑. พราหมณวรรค หมวดว่าด้วยพราหมณ์ ๑. ปฐมเทวพราหมณสูตร ว่าด้วยพราหมณ์แก่ ๒ คน สูตรที่ ๑
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พราหมณ์ ๒ คน เป็นผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้ใหญ่ผู้ล่วงกาลผ่านวัย นับแต่เกิดมามีอายุ ๑๒๐ ปี เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจพอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วจึงนั่ง ณที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นพราหมณ์แก่ ผู่เฒ่า ผู้ใหญ่ ผู้ล่วงกาลผ่านวัย นับแต่เกิดมามีอายุ ๑๒๐ ปี พวกข้าพเจ้านั้นไม่ได้ทำความดีไว้ ไม่ได้ทำกุศลไว้ ไม่ได้สร้างเครื่องต้านทานภัยไว้ ขอท่านพระโคดมทรงว่ากล่าวพวกข้าพเจ้า ขอท่านพระโคดมทรงสั่งสอนพวกข้าพเจ้าเพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขแก่พวกข้าพเจ้าตลอดกาลนานเถิด พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พราหมณ์ทั้งหลาย ที่แท้พวกท่านเป็นผู้แก่ ผู้เฒ่า ผู้ใหญ่ ผู้ล่วงกาลผ่านวัย นับแต่เกิดมามีอายุ ๑๒๐ ปี พวกท่านนั้นไม่ได้ทำความดีไว้ไม่ได้ทำกุศลไว้ ไม่ได้สร้างเครื่องต้านทานภัยไว้ โลกนี้ถูกชรา(ความแก่) พยาธิ(ความเจ็บ) และมรณะ(ความตาย)ร้อยรัดไว้ เมื่อโลกถูกชรา พยาธิ และมรณะร้อยรัดไว้อย่างนี้ ความสำรวมทางกาย วาจา และใจในโลกนี้จะเป็นเครื่องต้านทาน เป็นที่เร้นเป็นที่พึ่ง เป็นที่ระลึกและเป็นที่ยึดเหนี่ยวของผู้ตายไปแล้ว ชีวิตถูกชรานำเข้าไปสู่ความมีอายุสั้น ผู้ที่ถูกชรานำเข้าไปแล้วย่อมไม่มีเครื่องต้านทาน บุคคลเมื่อพิจารณาเห็นภัยนี้ในความตาย ควรทำบุญที่นำสุขมาให้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๒๑๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. พราหมณวรรค ๒. ทุติยเทวพราหมณสูตร ความสำรวมทางกาย วาจาและใจในโลกนี้ ย่อมมีเพื่อความสุขแก่บุคคลผู้ตายไปแล้ว ซึ่งได้ทำบุญไว้ขณะเมื่อมีชีวิตอยู่ ปฐมเทวพราหมณสูตรที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พราหมณวรรควรรณนาที่ ๑ อรรถกถาปฐมชนสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในปฐมชนสูตรที่ ๑ แห่งพราหมณวรรคดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ชิณฺณา ได้แก่ แก่คร่ำครวญเพราะชรา.
บทว่า วุฑฺฒา ได้แก่ เจริญวัย.
บทว่า มหลฺลกา ได้แก่ แก่เพราะเกิด (มานาน).
บทว่า อฑฺฒคตา ได้แก่ ผ่านวัยครึ่งไปแล้ว.
บทว่า วโย อนุปฺปตฺตา ได้แก่ ย่างเข้าปัจฉิมวัย.
บทว่า เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ ความว่า พราหมณ์เห็นลูกเมียไม่ปฏิบัติตามคำของตน คิดว่า เราจะไปเฝ้าพระสมณโคดม แสวงหาทางที่จะนำออกจากทุกข์ ดังนี้แล้วจึงเข้าไปเฝ้า.
บทว่า มยมสฺสุ โภ โคตม พฺราหฺมณ ความว่า พราหมณ์ทั้งสองประกาศข้อที่ตนเป็นพราหมณ์ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์ทั้งสองเป็นพราหมณ์ ไม่ใช่กษัตริย์ ไม่ใช่อมาตย์ ไม่ใช่คฤหบดีดังนี้ แล้วกราบทูลคำเป็นต้นว่า ชิณฺณา (ข้าพระองค์แก่แล้ว) ดังนี้.
ด้วยบทว่า อกตภีรุตฺตาณา พราหมณ์ทั้งสองแสดงว่า ข้าพระองค์ทั้งสองยังไม่ได้ทำการป้องกันภัย คือการงานอันเป็นที่พึ่ง เป็นที่พำนัก.
บทว่า ตคฺฆ เป็นนิบาต ลงในอรรถว่าโดยส่วนเดียวกัน หรือลงในอรรถว่ารับรอง. และพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ โดยที่สุดอย่างเดียวกันว่า ท่านทั้งหลายเป็นอย่างนี้ ถึงเราตถาคตก็รับรองอย่างเดียวกัน.
บทว่า อุปนียติ ได้แก่ ถูกนำเข้าไป. อธิบายว่า สัตวโลกนี้ถูกชาตินำไปสู่ชรา ถูกชรานำไปสู่พยาธิ ถูกพยาธินำไปสู่มรณะ ถูกมรณะนำไปสู่ชาติอีก ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า อุปนียติ ดังนี้.
เรื่องพราหมณ์รักษาศีล ๕
บัดนี้ เพราะเหตุที่พราหมณ์เหล่านั้น แม้บวชแล้วก็ไม่สามารถจะบำเพ็ญวัตรให้บริบูรณ์ได้ เพราะเป็นคนแก่ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะให้พราหมณ์ทั้งสองนั้น ดำรงอยู่ในศีล ๕ จึงตรัสว่า โยธ กาเยน สญฺญโม.
บรรดาบทเหล่านั้น การสำรวมทางกายทวาร ชื่อว่ากายสัญญมะ
แม้บทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
ด้วยบทว่า ตํ ตสฺส เปตสฺส นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า บุญนั้น ชื่อว่าตาณะ เพราะหมายความว่าเป็นที่ต้านทานของผู้ไปสู่ปรโลก. ชื่อว่าเลณะ เพราะหมายความว่าเป็นที่ซ่อนเร้น. ชื่อว่าทีปะ เพราะหมายความว่าเป็นที่พำนัก. ชื่อว่าสรณะ เพราะหมายความว่าเป็นที่พึ่งอาศัย และชื่อว่าปรายนะ เพราะสามารถจะให้คติที่สูงได้.
พระคาถามีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
พราหมณ์เหล่านั้นอันพระตถาคตเจ้าให้สมาทานศีล ๕ อย่างนี้แล้ว รักษาศีล ๕ ตลอดชีวิต เกิดแล้วในสวรรค์.
จบอรรถกถาปฐมชนสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------