อันนนาถสูตร เล่ม ๒๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๖๒อถโข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ จตฺตารีมานิ คหปติ สุขานิ อธิคมนียานิ คิหินา กามโภคินา กาเลน กาลํ สมเยน สมยํ อุปาทาย กตมานิ จตฺตาริ อตฺถิสุขํ โภคสุขํ อนณสุขํ อนวชฺชสุขํ {๖๒.๑} กตมญฺจ คหปติ อตฺถิสุขํ อิธ คหปติ กุลปุตฺตสฺส โภคา โหนฺติ อุฏฺฐานวิริยาธิคตา พาหาพลปริจิตา เสทาวกฺขิตฺตา ธมฺมิกา ธมฺมลทฺธา โส โภคา เม อตฺถิ อุฏฺฐานวิริยาธิคตา พาหาพลปริจิตา เสทาวกฺขิตฺตา ธมฺมิกา ธมฺมลทฺธาติ อธิคจฺฉติ สุขํ อธิคจฺฉติ โสมนสฺสํ อิทํ วุจฺจติ คหปติ อตฺถิสุขํ ฯ {๖๒.๒} กตมญฺจ คหปติ โภคสุขํ อิธ คหปติ กุลปุตฺโต อุฏฺฐานวิริยาธิคเตหิ โภเคหิ พาหาพลปริจิเตหิ เสทาวกฺขิตฺเตหิ ธมฺมิเกหิ ธมฺมลทฺเธหิ โภเค จ ภุญฺชติ ปุญฺญานิ จ กโรติ โส อุฏฺฐานวิริยาธิคเตหิ โภเคหิ พาหาพลปริจิเตหิ เสทาวกฺขิตฺเตหิ ธมฺมิเกหิ ธมฺมลทฺเธหิ โภเค จ ภุญฺชามิ ปุญฺญานิ จ กโรมีติ อธิคจฺฉติ สุขํ อธิคจฺฉติ โสมนสฺสํ อิทํ วุจฺจติ คหปติ โภคสุขํ ฯ {๖๒.๓} กตมญฺจ คหปติ อนณสุขํ อิธ คหปติ กุลปุตฺโต น กสฺสจิ กิญฺจิ ธาเรติ อปฺปํ วา พหุํ วา โส น กสฺสจิ กิญฺจิ ธาเรมิ อปฺปํ วา พหุํ วาติ อธิคจฺฉติ สุขํ อธิคจฺฉติ โสมนสฺสํ อิทํ วุจฺจติ คหปติ อนณสุขํ ฯ {๖๒.๔} กตมญฺจ คหปติ อนวชฺชสุขํ อิธ คหปติ อริยสาวโก อนวชฺเชน กายกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อนวชฺเชน วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อนวชฺเชน มโนกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ โส อนวชฺเชนมฺหิ กายกมฺเมน สมนฺนาคโต อนวชฺเชน วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต อนวชฺเชน มโนกมฺเมน สมนฺนาคโตติ อธิคจฺฉติ สุขํ อธิคจฺฉติ โสมนสฺสํ อิทํ วุจฺจติ คหปติ อนวชฺชสุขํ ฯ อิมานิ โข คหปติ จตฺตาริ สุขานิ อธิคมนียานิ คิหินา กามโภคินา กาเลน กาลํ สมเยน สมยํ อุปาทายาติ ฯ อนณํ สุขํ ญตฺวาน อโถ อตฺถิสุขํ สเร ภุญฺชํ โภคํ สุขํ มจฺโจ อโถ ปญฺญา วิปสฺสติ วิปสฺสมาโน ชานาติ อุโภ ภาเค สุเมธโส อนวชฺชสุขสฺเสตํ กลํ นาคฺฆติ โสฬสินฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อานัณยสูตร ว่าด้วยสุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้
ครั้งนั้นแล อนาถบิณฑิกคหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสกับอนาถบิณฑิกคหบดีดังนี้ว่า คหบดี สุข ๔ ประการนี้คฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม พึงได้รับตามกาล ตามสมัย สุข ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. อัตถิสุข (สุขเกิดจากความมีทรัพย์) ๒. โภคสุข (สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์) ๓. อานัณยสุข (สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้) ๔. อนวัชชสุข (สุขเกิดจากความประพฤติที่ไม่มีโทษ) @เชิงอรรถ : @ อริยธรรม ในที่นี้หมายถึงศีล ๕ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๖๑/๓๕๔) @ ผู้บริโภคกาม (กามโภคี) ในที่นี้หมายถึงผู้เสพวัตถุกาม กิเลสกาม (หมายเอาผู้อยู่ครองเรือน)@(องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๖๒/๓๕๔) @ คำว่า อานัณยสุข นี้ ฉบับ สฺยามรฏฺฐสฺส เตปิฎกํ (๒๕๒๓) องฺ.จตุกฺก. ๒๑/๑๖๒/๙๐-๙๑ และฉบับ@ทยฺยรฏฺฐสฺส สงฺคีติเตปิฎกํ (๒๕๓๐) องฺ.จตุกฺก. ๒๑/๖๒/๙๕ เป็น อนณสุข
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๐๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ปัตตกัมมวรรค ๒. อานัณยสูตร อัตถิสุข เป็นอย่างไร คือ กุลบุตรในโลกนี้มีโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความหมั่นเพียร เก็บรวบรวมด้วยน้ำพักน้ำแรง อาบเหงื่อต่างน้ำ ประกอบด้วยธรรม ได้มาโดยธรรม เขาได้รับสุขโสมนัสว่า ‘เรามีโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร เก็บรวบรวมด้วยน้ำพักน้ำแรง อาบเหงื่อต่างน้ำ ประกอบด้วยธรรม ได้มาโดยธรรม’ นี้เรียกว่าอัตถิสุข โภคสุข เป็นอย่างไร คือ กุลบุตรในโลกนี้ใช้สอยโภคทรัพย์และทำบุญด้วยโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความหมั่นเพียร เก็บรวบรวมด้วยน้ำพักน้ำแรง อาบเหงื่อต่างน้ำ ประกอบด้วยธรรมได้มาโดยธรรม เขาได้รับสุขโสมนัสว่า ‘เราใช้สอยโภคทรัพย์และทำบุญด้วยโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร เก็บรวบรวมด้วยน้ำพักน้ำแรง อาบเหงื่อต่างน้ำ ประกอบด้วยธรรม ได้มาโดยธรรม’ นี้เรียกว่า โภคสุข อานัณยสุข เป็นอย่างไร คือ กุลบุตรในโลกนี้ไม่เป็นหนี้ใคร ไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็ตาม เขาได้รับสุขโสมนัสว่า ‘เราไม่เป็นหนี้ใคร ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก’ นี้เรียกว่า อานัณยสุข อนวัชชสุข เป็นอย่างไร คือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ประกอบด้วยกายกรรมที่ไม่มีโทษ วจีกรรมที่ไม่มีโทษ และมโนกรรมที่ไม่มีโทษ เขาได้รับสุขโสมนัสว่า ‘เราประกอบด้วยกายกรรมที่ไม่มีโทษ วจีกรรมที่ไม่มีโทษ มโนกรรมที่ไม่มีโทษ’ นี้เรียกว่า อนวัชชสุข คหบดี คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามพึงได้รับสุข ๔ ประการนี้แลตามกาล ตามสมัย นรชนผู้จะต้องตาย รู้สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ ระลึกถึงสุขเกิดจากความมีทรัพย์ เสวยสุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ ย่อมเห็นแจ้งด้วยปัญญา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๐๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ปัตตกัมมวรรค ๓.พรหมสูตร ผู้มีปัญญาดีเห็นชัดอยู่อย่างนี้ย่อมรู้ส่วนทั้ง ๒ ว่า สุขแม้ทั้ง ๓ นี้มีค่าไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งสุขเกิดจากความประพฤติอันไม่มีโทษ อานัณยสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอันนนาถสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในอันนนาถสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อธิคมนียานิ คือ พึงถึง.
บทว่า กามโภคินา คือ ผู้บริโภควัตถุกามและกิเลสกาม.
บรรดาสุขมีอัตถิสุขเป็นต้น สุขที่เกิดขึ้นว่าโภคทรัพย์มีอยู่ ชื่อว่าอัตถิสุข สุขเกิดแต่ความมีทรัพย์.
สุขที่เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ใช้จ่ายโภคทรัพย์ ชื่อว่าโภคสุข สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค.
สุขที่เกิดขึ้นว่าเราไม่เป็นหนี้ ชื่อว่าอนณสุข สุขเกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้.
สุขที่เกิดขึ้นว่าปราศจากโทษ ไม่เป็นโทษ ชื่อว่าอนวัชชสุข สุขเกิดแต่การประกอบการงานที่ไม่มีโทษ.
บทว่า ภุญฺชํ แปลว่า เมื่อบริโภค.
บทว่า ปญฺญา วิปสฺสติ แปลว่า ย่อมพิจารณาเห็นด้วยปัญญา.
บทว่า อุโภ ภาเค แปลว่า สองส่วน. อธิบายว่า พิจารณาเห็นด้วยปัญญาอย่างนี้ว่า ความสุขสามข้างต้น จัดเป็นส่วนหนึ่ง. สุขเกิดแต่ประกอบการงานที่ไม่มีโทษ จัดเป็นส่วนหนึ่ง ชื่อว่ารู้สองส่วน.
บทว่า อนวชฺชสุขสฺเสตํ ความว่า สุขแม้สามอย่างนั้น ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งสุขที่เกิดแต่ประกอบการงานไม่มีโทษ ดังนี้.
จบอรรถกถาอันนนาถสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------