๖. สันทิฏฐิกสูตร ที่ ๒ เล่ม ๒๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๓๑๙๔๘ อถ โข อญฺญตโร พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข โส พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโมติ โภ โคตม วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุ โข โภ โคตม สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ เตนหิ พฺราหฺมณ ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ ยถา เต ขเมยฺย ตถา นํ พฺยากเรยฺยาสิ ตํ กึ มญฺญสิ พฺราหฺมณ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ราโคติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ ราคํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ราโคติ ปชานาสีติ ฯ เอวํ โภ ฯ ยํ โข ตฺวํ พฺราหฺมณ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ ราคํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ราโคติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ ราคํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ราโคติ ปชานาสิ เอวมฺปิ โข พฺราหฺมณ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ ฯเปฯ {๓๑๙.๑} ตํ กึ มญฺญสิ พฺราหฺมณ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โทสํ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ โมหํ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ กายสนฺโทสํ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ วจีสนฺโทสํ ฯเปฯ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทสํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทโสติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทสํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทโสติ ปชานาสีติ ฯ เอวํ โภ ฯ ยํ โข ตฺวํ พฺราหฺมณ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทสํ อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทโสติ ปชานาสิ อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทสํ นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ มโนสนฺโทโสติ ปชานาสิ เอวมฺปิ โข พฺราหฺมณ สนฺทิฏฺฐิโก ธมฺโม โหติ อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ ฯ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ทุติยสันทิฏฐิกสูตร ว่าด้วยธรรมที่ผู้ปฏิบัติพึงเห็นชัดด้วยตนเอง สูตรที่ ๒
ครั้งนั้น พราหมณ์คนหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศัย พอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควรได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม พระองค์ตรัสว่า ‘ธรรมอันผู้ปฏิบัตพึงเห็นชัดด้วยตนเองธรรมอันผู้ปฏิบัติพึงเห็นชัดด้วยตนเอง’ ข้าแต่ท่านพระโคดม ธรรมอันผู้ปฏิบัติพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตนอันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ย่อมมีด้วยเหตุเพียงไรหนอ” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “พราหมณ์ ถ้าอย่างนั้น เราจักย้อนถามท่านในเรื่องนี้ท่านพึงพยากรณ์เรื่องนั้นตามสมควรแก่ท่าน พราหมณ์ ท่านเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไรท่านรู้ชัดราคะที่มีอยู่ภายในว่า ‘ราคะมีอยู่ภายในเรา’ รู้ชัดราคะที่ไม่มีอยู่ภายในว่า‘ราคะไม่มีอยู่ภายในเรา’ หรือไม่” พราหมณ์กราบทูลว่า “รู้ชัด พระพุทธเจ้าข้า” “พราหมณ์ การที่ท่านรู้ชัดราคะที่มีอยู่ภายในว่า ‘ราคะมีอยู่ภายในเรา’ รู้ชัดราคะที่ไม่มีอยู่ภายในว่า ‘ราคะไม่มีอยู่ภายในเรา’ อย่างนี้แลคือ ธรรมอันผู้ปฏิบัติ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๑๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. ธัมมิกวรรค ๗. เขมสูตร พึงเห็นชัดด้วยตนเอง ฯลฯ พราหมณ์ ท่านเข้าใจเรื่องนั้นอย่างไร ท่านรู้ชัดโทสะที่มีอยู่ภายใน ฯลฯ โมหะที่มีอยู่ภายใน ฯลฯ เหตุเครื่องประทุษร้ายทางกายที่มีอยู่ภายใน ฯลฯ เหตุเครื่องประทุษร้ายทางวาจาที่มีอยู่ภายใน ฯลฯ รู้ชัดเหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจที่มีอยู่ภายในว่า ‘เหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจมีอยู่ภายในเรา’รู้ชัดเหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจที่ไม่มีอยู่ภายในว่า ‘เหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจไม่มีอยู่ภายในเรา’ หรือไม่” พราหมณ์กราบทูลว่า “รู้ชัด พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “พราหมณ์ การที่ท่านรู้ชัดเหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจที่มีอยู่ภายในว่า ‘เหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจมีอยู่ภายในเรา’ รู้ชัดเหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจที่ไม่มีอยู่ภายในว่า ‘เหตุเครื่องประทุษร้ายทางใจไม่มีอยู่ภายในเรา’อย่างนี้แลคือ ธรรมอันผู้ปฏิบัติพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน” พราหมณ์กราบทูลว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของท่านพระโคดมชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอท่านพระโคดมจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ทุติยสันทิฏฐิกสูตรที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยสันทิฏฐิกสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในทุติยสันทิฏฐิกสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า กายสํโทสํ ได้แก่ เหตุแห่งการประทุษร้ายกายทวาร.
แม้ในสองบทที่เหลือ ก็มีนัยอย่างเดียวกันนี้แล.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสปัจจเวกขณญาณไว้ในสูตรทั้งสอง (สันทิฏฐิกสูตรที่ ๕-๖) นี้แล้วแล.
จบอรรถกถาทุติยสันทิฏฐิกสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------