๑๐. ขัตติยาธิปปายสูตร เล่ม ๒๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๑๐. ขัตติยาธิปปายสูตร
๓๒๓ครั้งนั้นแล ชานุสโสนิพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ กษัตริย์ทั้งหลาย ย่อมมีความประสงค์อะไร นิยมอะไรมั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกร-*พราหมณ์ ธรรมดากษัตริย์ทั้งหลาย ย่อมประสงค์โภคทรัพย์ นิยมปัญญา มั่นใจในกำลังทหาร ต้องการในการได้แผ่นดิน มีความเป็นใหญ่เป็นที่สุด ฯ ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็พราหมณ์ทั้งหลาย ย่อมมีความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ ธรรมดาพราหมณ์ทั้งหลาย ย่อมประสงค์โภคทรัพย์นิยมปัญญา มั่นใจในมนต์ ต้องการบูชายัญ มีพรหมโลกเป็นที่สุด ฯ ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็คฤหบดีทั้งหลาย ย่อมมีความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจในอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ ธรรมดาคฤหบดีทั้งหลาย ย่อมประสงค์โภคทรัพย์นิยมปัญญา มั่นใจในศิลป ต้องการการงาน มีการงานที่สำเร็จแล้วเป็นที่สุด ฯ ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็สตรีทั้งหลาย ย่อมประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจในอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ ธรรมดาสตรีทั้งหลาย ย่อมประสงค์บุรุษ นิยมเครื่องแต่งตัว มั่นใจในบุตร ต้องการไม่ให้มีสตรีอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุด ฯ ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็โจรทั้งหลาย ย่อมประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ ธรรมดาโจรทั้งหลาย ย่อมประสงค์ลักทรัพย์ของผู้อื่น นิยมที่ลับเร้น มั่นใจในศาตรา ต้องการที่มืด มีการที่ผู้อื่นไม่เห็นเขาเป็นที่สุด ฯ ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ก็สมณะทั้งหลาย ย่อมประสงค์อะไรนิยมอะไร มั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด ฯ พ. ดูกรพราหมณ์ ธรรมดาสมณะทั้งหลาย ย่อมประสงค์ขันติโสรัจจะนิยมปัญญา มั่นใจในศีล ต้องการความไม่มีห่วงใย มีพระนิพพานเป็นที่สุด ฯ ชา. ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ เรื่องไม่เคยมีได้มีแล้ว คือท่านพระโคดมย่อมทรงทราบความประสงค์ ความนิยม ความมั่นใจ ความต้องการและสิ่งที่เป็นที่สุด แม้แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งพราหมณ์ทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งคฤหบดีทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งสตรีทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งโจรทั้งหลาย ฯลฯ ย่อมทรงทราบความประสงค์ ความนิยม ความมั่นใจ ความต้องการและสิ่งที่เป็นที่สุด แม้แห่งสมณะทั้งหลาย ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ขอท่านพระโคดมจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกถึงสรณะตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ จบสูตรที่ ๑๐
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ขัตติยสูตร ว่าด้วยความประสงค์ของกษัตริย์
ครั้งนั้น ชาณุสโสณิพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัย พอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควรได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม กษัตริย์ทั้งหลายมีความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “กษัตริย์ทั้งหลายมีความประสงค์โภคทรัพย์ นิยมปัญญา มั่นใจในกำลังทหาร ต้องการได้เป็นเจ้าแผ่นดิน มีความเป็นใหญ่เป็นที่สุด” ชาณุสโสณิพราหมณ์ทูลถามว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม พราหมณ์ทั้งหลายมี ความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด” “พราหมณ์ทั้งหลายมีความประสงค์โภคทรัพย์ นิยมปัญญา มั่นใจในมนตร์ ต้องการบูชายัญ มีพรหมโลกเป็นที่สุด” “ข้าแต่ท่านพระโคดม คหบดีทั้งหลายมีความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด” “คหบดีทั้งหลายมีความประสงค์โภคทรัพย์ นิยมปัญญา มั่นใจในศิลปะ ต้องการการงาน มีการงานที่ทำเสร็จแล้วเป็นที่สุด”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๒๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ฉักกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๕. ธัมมิกวรรค ๑๐. ขัตติยสูตร “ข้าแต่ท่านพระโคดม สตรีทั้งหลายมีความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไรต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด” “สตรีทั้งหลายมีความประสงค์บุรุษ นิยมเครื่องประดับ มั่นใจในบุตร ไม่ต้องการหญิงอื่นร่วมสามี มีความเป็นใหญ่ในบ้านเป็นที่สุด” “ข้าท่านแต่พระโคดม โจรทั้งหลายมีความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไรต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด” “พราหมณ์ โจรทั้งหลายมีความประสงค์การลักทรัพย์ผู้อื่น นิยมที่เร้นลับ มั่นใจในศัสตรา ต้องการที่มืด มีผู้อื่นไม่เห็นเป็นที่สุด” “ข้าแต่ท่านพระโคดม สมณะทั้งหลายมีความประสงค์อะไร นิยมอะไร มั่นใจอะไร ต้องการอะไร มีอะไรเป็นที่สุด” “สมณะทั้งหลายมีความประสงค์ขันติและโสรัจจะ นิยมปัญญา มั่นใจในศีลต้องการความไม่มีกิเลสเครื่องกังวล มีนิพพานเป็นที่สุด” ชาณุสโสณิพราหมณ์กราบทูลว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ ท่านพระโคดมทรงทราบความประสงค์ ความนิยม ความมั่นใจความต้องการ และสิ่งอันเป็นที่สุด แม้แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งพราหมณ์ทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งคหบดีทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งสตรีทั้งหลาย ฯลฯ แม้แห่งโจรทั้งหลาย ฯลฯ ท่านพระโคดมทรงทราบความประสงค์ ความนิยม ความมั่นใจความต้องการและสิ่งอันเป็นที่สุด แม้แห่งสมณะทั้งหลาย ข้าแต่ท่านพระโคดมภาษิตของท่านพระโคดม ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอท่านพระโคดมจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ขัตติยสูตรที่ ๑๐ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๕๒๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาขัตติยาธิปปายสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในขัตติยาธิปปายสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โภคาธิปฺปายา ความว่า กษัตริย์ทั้งหลายตั้งพระประสงค์ไว้ คือมีอัธยาศัยเป็นไปเพื่อรวบรวมโภคะ.
บทว่า ปญฺญูปวิจารา ความว่า กษัตริย์ทั้งหลายมีการพิจารณาเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ปัญญาอย่างนี้ว่า ขอเราทั้งหลายพึงเป็นผู้มีปัญญา. การพิจารณานี้แลของกษัตริย์เหล่านั้นย่อมเที่ยวไปในจิต.
บทว่า พลาธิฏฺฐานา ความว่า กษัตริย์ทั้งหลายมีพระวรกายที่มีกำลังเป็นที่ตั้ง. เป็นความจริง กษัตริย์เหล่านั้นได้ร่างกายที่มีกำลังแล้ว ชื่อว่าได้ที่พึ่ง.
บทว่า ปฐวีอภินิเวสา ความว่า กษัตริย์ทั้งหลายทำการตั้งพระทัยมั่นเพื่อประโยชน์แก่แผ่นดินอย่างนี้ว่า เราจักเป็นเจ้าของแผ่นดิน.
บทว่า อิสฺสริยปริโยสานา ความว่า กษัตริย์ทั้งหลายมีรัชดาภิเษก (การอภิเษกเป็นพระราชา) เป็นที่สุด เป็นความจริง กษัตรยิ์เหล่านั้นได้รับการอภิเษกแล้ว ชื่อว่าถึงที่สุด.
พึงทราบความหมายในบททั้งปวงโดยนัยนี้.
ส่วนในบทที่เหลือในสูตรนี้ มีอธิบายดังต่อไปนี้
อันดับแรก พราหมณ์ทั้งหลายได้มนต์แล้ว ชื่อว่าได้ที่พึ่ง.
คฤหบดีทั้งหลายได้ศิลปะอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ชื่อว่าได้ที่พึ่ง.
หญิงทั้งหลายได้บุตรซึ่งเป็นเจ้าของมรดกในตระกูล ชื่อว่าได้ที่พึ่ง.
โจรทั้งหลายได้ศัสตราวุธชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว ชื่อว่าได้ที่พึ่ง.
สมณะทั้งหลายมีศีลบริบูรณ์ ชื่อว่าได้ที่พึ่ง.
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสบททั้งหลายมีบทว่า มนฺตาธิฏฺฐานา เป็นต้นไว้.
อนึ่ง จิตของพราหมณ์ทั้งหลายย่อมยึดมั่นว่า เราทั้งหลายจักบูชายัญ ครั้นเมื่อได้เข้าถึงพรหมโลกแล้ว พราหมณ์ทั้งหลาย ชื่อว่าถึงที่สุด เพราะเหตุนั้น พราหมณ์เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า มียัญเป็นที่ยึดมั่น มีพรหมโลกเป็นที่สุด.
คฤหบดีทั้งหลาย ชื่อว่ามีการงานเป็นที่ยึดมั่น เพราะเหตุที่มีใจยึดมั่น เพื่อต้องการที่จะทำการงาน เมื่อการงานเสร็จแล้ว คฤหบดีทั้งหลาย ชื่อว่าถึงที่สุด เพราะเหตุนั้น คฤหบดีทั้งหลายจึงชื่อว่ามีการงานที่เสร็จแล้วเป็นที่สุด.
บทว่า ปุริสาธิปฺปายา ได้แก่ (หญิงทั้งหลาย) มีอัธยาศัยเป็นไปในบุรุษทั้งหลาย.
หญิง ชื่อว่ามีใจฝักใฝ่ในเครื่องประดับ เพราะเหตุที่มีใจมุ่งหมายเพื่อต้องการเครื่องประดับ. หญิง ชื่อว่าไม่มีหญิงร่วมผัวเป็นที่ยึดมั่น เพราะเหตุที่มีจิตยึดมั่นอย่างนี้ว่า ขอเราอย่าได้เป็นหญิงร่วมผัว (กับหญิงอื่น) ขออยู่ (เป็นใหญ่) แต่ผู้เดียวเท่านั้นในเรือน. หญิง ชื่อว่ามีความเป็นใหญ่เป็นที่สุด เพราะเหตุที่ เมื่อได้ความเป็นใหญ่ในการครองเรือน ก็นับว่าถึงที่สุดแล้ว.
โจรทั้งหลาย ชื่อว่ามีความช่วงชิงเป็นที่ประสงค์ เพราะเหตุที่มีความประสงค์ในการช่วงชิงเอาทรัพย์สิ่งของของบุคคลอื่น. โจรทั้งหลาย ชื่อว่าสนใจในป่าชัฏ เพราะเหตุที่มีใจท่องเที่ยวไปในป่าชัฏ คือในที่สำหรับหลบซ่อน. โจรทั้งหลาย ชื่อว่ามีความมืดเป็นที่ยึดมั่น เพราะเหตุที่ มีใจยึดมั่น เพื่อต้องการความมืด. โจรทั้งหลาย ชื่อว่ามีการมองไม่เห็นเป็นที่สุด เพราะเหตุที่ (เมื่อ) ถึงภาวะที่ไม่มีใครมองเห็น ก็นับว่าถึงที่สุดแล้ว.
สมณะทั้งหลาย ชื่อว่ามีขันติและโสรัจจะเป็นที่ประสงค์ เพราะเหตุที่มีความประสงค์ในอธิวาสนขันติ และในศีลซึ่งมีความสะอาดเป็นภาวะ. สมณะทั้งหลาย ชื่อว่าไม่มีอะไรเป็นที่ยึดมั่น เพราะเหตุที่มีใจยึดมั่น ในความไม่มีอะไร คือในภาวะที่ไม่มีการยึดถือ. สมณะทั้งหลาย ชื่อว่ามีนิพพานเป็นที่สุด เพราะเหตุที่ (เมื่อ) บรรลุนิพพาน ก็นับว่าถึงที่สุดแล้ว.
จบอรรถกถาขัตติยาธิปปายสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------