๔. สุขสูตร เล่ม ๒๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๔. สุขสูตร
๓๔๙ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นผู้มากด้วยสุขและโสมนัสอยู่ในปัจจุบันเทียว และย่อมเป็นผู้ปรารภเหตุเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมเป็นผู้ยินดีธรรม ๑ ย่อมเป็นผู้ยินดีภาวนา ๑ ย่อมเป็นผู้ยินดีการละ ๑ย่อมเป็นผู้ยินดีปวิเวก ๑ ย่อมเป็นผู้ยินดีความไม่พยาบาท ๑ ย่อมเป็นผู้ยินดีธรรมที่ไม่เนิ่นช้า ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แลย่อมเป็นผู้มากด้วยสุขและโสมนัสอยู่ในปัจจุบันเทียว และย่อมเป็นผู้ปรารภเหตุเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ฯ จบสูตรที่ ๔
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. สุขโสมนัสสสูตร ว่าด้วยธรรมที่เป็นเหตุให้มีสุขโสมนัส
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้มากด้วย สุขโสมนัสอยู่ในปัจจุบันทีเดียว และเป็นผู้ปรารภเหตุแห่งความสิ้นอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๖ ประการ อะไรบ้าง คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เป็นผู้ยินดีในธรรม ๒. เป็นผู้ยินดีในภาวนา ๓. เป็นผู้ยินดีในการละ ๔. เป็นผู้ยินดีในปวิเวก ๕. เป็นผู้ยินดีในความไม่พยาบาท ๖. เป็นผู้ยินดีในธรรมที่ไม่เป็นเครื่องเนิ่นช้า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แล เป็นผู้มากด้วย สุขโสมนัสอยู่ในปัจจุบันทีเดียว และเป็นผู้ปรารภเหตุแห่งความสิ้นอาสวะทั้งหลายสุขโสมนัสสสูตรที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ ธรรมที่ไม่เป็นเครื่องเนิ่นช้า ในที่นี้หมายถึงนิพพาน (องฺ.ฉกฺก.อ. ๓/๗๘/๑๕๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๒ หน้า : ๖๐๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุขสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในสุขสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โยนิ จสฺส อารทฺธา โหติ ความว่า อนึ่ง เหตุเป็นอันเธอทำให้บริบูรณ์ คือประคองไว้.
บทว่า ธมฺมาราโม ความว่า ประสบความยินดีในธรรม.
ภิกษุชื่อว่า ภาวนาราโม เพราะยินดีในภาวนา หรือเมื่อภาวนาอยู่ก็ยินดี.
ชื่อว่า ปหานาราโม เพราะยินดีในการละ หรือเมื่อละอยู่ก็ยินดี.
ชื่อว่า ปวิเวการาโม เพราะยินดีในปวิเวก ๓ อย่าง.
ชื่อว่า อพฺยาปชฺฌาราโม เพราะยินดีในความไม่เบียดเบียน คือในความไม่มีทุกข์.
ชื่อว่า นิปฺปญฺจาราโม เพราะยินดีในพระนิพพาน กล่าวคือธรรมที่ไม่มีความเนิ่นช้า.
จบอรรถกถาสุขสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------