ปุณณิยสูตร เล่ม ๒๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๘๘๙๘ อถโข อายสฺมา ปุณฺณิโย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ปุณฺณิโย ภควนฺตํ เอตทโวจ โก นุ โข ภนฺเต เหตุ โก ปจฺจโย เยน อปฺเปกทา ตถาคตํ ธมฺมเทสนา ปฏิภาติ อปฺเปกทา น ปฏิภาตีติ ฯ สทฺโธ ปุณฺณิย ภิกฺขุ โหติ โน อุปสงฺกมิตา เนว ตาว ตถาคตํ ธมฺมเทสนา ปฏิภาติ ยโต จ โข ปุณฺณิย ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ อุปสงฺกมิตา จ เอวํ ตถาคตํ ธมฺมเทสนา ปฏิภาติ สทฺโธ จ ปุณฺณิย ภิกฺขุ โหติ อุปสงฺกมิตา จ โน ปยิรุปาสิตา ฯเปฯ ปยิรุปาสิตา จ โน ปริปุจฺฉิตา ปริปุจฺฉิตา จ โน โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ โอหิตโสโต จ ธมฺมํ สุณาติ โน สุตฺวา ธาเรติ สุตฺวา จ ธมฺมํ ธาเรติ โน ธตานญฺจ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขติ ธตานญฺจ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขติ โน อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน โหติ เนว ตาว ตถาคตํ ธมฺมเทสนา ปฏิภาติ ยโต จ โข ปุณฺณิย ภิกฺขุ สทฺโธ จ โหติ อุปสงฺกมิตา จ ปยิรุปาสิตา จ ปริปุจฺฉิตา จ โอหิตโสโต จ ธมฺมํ สุณาติ สุตฺวา จ ธมฺมํ ธาเรติ ธตานญฺจ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขติ อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน จ โหติ เอวํ ตถาคตํ ธมฺมเทสนา ปฏิภาติ ฯ อิเมหิ โข ปุณฺณิย ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต เอกนฺตปฏิภาณํ ตถาคตํ ธมฺมเทสนา โหตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปุณณิยสูตร ว่าด้วยพระปุณณิยะ
ครั้งนั้น ท่านพระปุณณิยะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวาย อภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้พระธรรมเทศนาของพระตถาคตแจ่มแจ้งในบางคราว แต่ในบางคราว กลับไม่แจ่มแจ้ง” @เชิงอรรถ : @ ดู องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๘๓/๑๘๓-๑๘๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๐๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๔. สติวรรค ๓. มูลกสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ปุณณิยะ ภิกษุเป็นผู้มีศรัทธา แต่ไม่เข้าไปหาธรรมเทศนาของตถาคตจึงไม่แจ่มแจ้ง แต่เมื่อใด ภิกษุเป็นผู้มีศรัทธาและเข้าไปหาเมื่อนั้น ธรรมเทศนาของตถาคตจึงแจ่มแจ้ง ปุณณิยะ ภิกษุเป็นผู้มีศรัทธาและเข้าไปหา แต่ไม่เข้าไปนั่งใกล้ ... เข้าไปนั่งใกล้แต่ไม่สอบถาม ... สอบถาม แต่ไม่เงี่ยโสตฟังธรรม ... เงี่ยโสตฟังธรรม แต่ฟังธรรมแล้วไม่ทรงจำธรรมไว้ได้ ... ฟังแล้วทรงจำไว้ได้ แต่ไม่พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ได้ ... พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้ได้ แต่หาใช่รู้อรรถรู้ธรรมแล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมไม่ ธรรมเทศนาของตถาคตจึงไม่แจ่มแจ้ง ปุณณิยะ แต่เมื่อใด ภิกษุเป็นผู้มีศรัทธา เข้าไปหา เข้าไปนั่งใกล้ สอบถามเงี่ยโสตฟังธรรม ฟังธรรมแล้วทรงจำธรรมไว้ พิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงจำไว้เป็นผู้รู้อรรถรู้ธรรมแล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เมื่อนั้น ธรรมเทศนาของตถาคตจึงแจ่มแจ้ง ปุณณิยะ ธรรมเทศนาของตถาคตประกอบด้วยธรรม ๘ ประการนี้แล จึงแจ่มแจ้งโดยแท้” ปุณณิยสูตรที่ ๒ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปุณณิยสูตรที่ ๒
ปุณณิยสูตรที่ ๒ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า สทฺโธ ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยศรัทธา ๒ อย่าง.
บทว่า โน จ ปยิรุปาสิตา แปลว่า ไม่เข้าไปบำรุง.
บทว่า โน จ ปริปุจฺฉิตา แปลว่า ไปสอบถามประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ เหตุและมิใช่เหตุ.
บทว่า สมนฺนาคโต เป็นปฐมาวิภัติลงในอรรถแห่งฉัฏฐีวิภัติ. อธิบายว่า สมนฺนาคตสฺส ผู้ประกอบแล้ว.
บทว่า เอกนฺตปฏิภาณํ ตถาคตํ ธมฺมเทสนา โหติ ความว่า ธรรมเทศนาการแสดงธรรมของพระตถาคต แจ่มแจ้งโดยส่วนเดียว. อธิบายว่า ย่อมแจ่มแจ้ง ย่อมปรากฏโดยส่วนเดียว.
จบอรรถกถาปุณณิยสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------