ธรรมปหายภัพพสูตร เล่ม ๒๓
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต ธรรมปหายภัพพสูตร
๖๒ นว ภิกฺขเว ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ อรหตฺตํ สจฺฉิกาตุํ ฯ กตเม นว ราคํ โทสํ โมหํ โกธํ อุปนาหํ มกฺขํ ปลาสํ อิสฺสํ มจฺฉริยํ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว นว ธมฺเม อปฺปหาย อภพฺโพ อรหตฺตํ สจฺฉิกาตุํ ฯ {๒๖๖.๑} นว ภิกฺขเว ธมฺเม ปหาย ภพฺโพ อรหตฺตํ สจฺฉิกาตุํ ฯ กตเม นว ราคํ โทสํ โมหํ โกธํ อุปนาหํ มกฺขํ ปลาสํ อิสฺสํ มจฺฉริยํ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว นว ธมฺเม ปหาย ภพฺโพ อรหตฺตํ สจฺฉิกาตุนฺติ ฯ เขมวคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ เขโม จ อมตํ เจว อภยปสฺสทฺธิเยน จ นิโรโธ อนุปุพฺโพ เจว ธมฺมํ ปหาย ภพฺเพน จาติ ฯ ---------------
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังละธรรม ๙ ประการไม่ได้แล้ว เป็น ผู้ไม่ควรเพื่อจะกระทำให้แจ้งอรหัต ธรรม ๙ ประการเป็นไฉน คือ ราคะ ๑โทสะ ๑ โมหะ ๑ โกธะ ๑ อุปนาหะ ๑ มักขะ ๑ ปลาสะ ๑ อิสสา ๑ มัจฉริยะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุยังละธรรม ๙ ประการนี้แลไม่ได้แล้ว ก็เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการได้แล้ว เป็นผู้ควรเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ธรรม ๙ ประการเป็นไฉน คือ ราคะ ๑ โทสะ ๑โมหะ ๑ โกธะ ๑ อุปนาหะ ๑ มักขะ ๑ ปลาสะ ๑ อิสสา ๑ มัจฉริยะ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการนี้แลได้แล้ว ก็เป็นผู้ควรเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งอรหัต ฯ จบสูตรที่ ๑๑ จบเขมวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. เขมสูตร ๒. เขมปัตตสูตร ๓. อมตสูตร ๔. อมตปัตตสูตร ๕. อภยสูตร ๖. อภยปัตตสูตร ๗. ปัสสัทธิสูตร ๘. อนุปุพพปัสสัทธิสูตร ๙. นิโรธสูตร ๑๐. อนุปุพพนิโรธสูตร ๑๑. ธรรมปหายภัพพสูตร ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. อภัพพสูตร ว่าด้วยผู้อาจและไม่อาจเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผล
ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการไม่ได้ ก็ไม่อาจทำให้แจ้ง อรหัตตผลได้ ธรรม ๙ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ราคะ (ความกำหนัด) ๒. โทสะ (ความคิดประทุษร้าย) ๓. โมหะ (ความหลง) ๔. โกธะ (ความโกรธ) ๕. อุปนาหะ (ความผูกโกรธ) ๖. มักขะ (ความลบหลู่คุณท่าน) ๗. ปลาสะ (ความตีเสมอ) ๘. อิสสา (ความริษยา) ๙. มัจฉริยะ (ความตระหนี่) ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการนี้ไม่ได้ ก็ไม่อาจทำให้แจ้งอรหัตตผลได้ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการได้แล้ว อาจทำให้แจ้งอรหัตตผลได้@เชิงอรรถ : @ ดูความเต็มเทียบกับนวกนิบาต ข้อ ๔๓ (กายสักขีสูตร) ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๕๔๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๑. เขมวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ธรรม ๙ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ราคะ ๒. โทสะ ๓. โมหะ ๔. โกธะ ๕. อุปนาหะ ๖. มักขะ ๗. ปลาสะ ๘. อิสสา ๙. มัจฉริยะ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุละธรรม ๙ ประการนี้ได้แล้ว อาจทำให้แจ้งอรหัตตผลได้อภัพพสูตรที่ ๑๑ จบ เขมวรรคที่ ๑ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. เขมสูตร ๒. เขมัปปัตตสูตร ๓. อมตสูตร ๔. อมตัปปัตตสูตร ๕. อภยสูตร ๖. อภยัปปัตตสูตร ๗. ปัสสัทธิสูตร ๘. อนุปุพพปัสสัทธิสูตร ๙. นิโรธสูตร ๑๐. อนุปุพพนิโรธสูตร ๑๑. อภัพพสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๕๔๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาวรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
ในสูตรทั้งหลายอื่นจากนี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า เขมํ ได้แก่ ไม่มีอันตราย.
บทว่า เขมปุตฺโต ได้แก่ ถึงความเป็นผู้ไม่มีอันตราย.
บทว่า สิกฺขาทุพฺพลฺยานิ ได้แก่ เหตุแห่งความหมดกำลังของสิกขา.
คำที่เหลือในบททั้งหมดมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถานวกนิบาตแห่งอังคุตตรนิกาย ชื่อว่ามโนรถปูรณี. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ ปัญจาลวรรคที่ ๕ ๕. สันทิฏฐิกสูตรที่ ๑