อิฏฐสูตร เล่ม ๒๔
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๗๓ทสยิเม ภิกฺขเว ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ทุลฺลภา โลกสฺมึ กตเม ทส โภคา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ทุลฺลภา โลกสฺมึ วณฺโณ อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป ทุลฺลโภ โลกสฺมึ อาโรคฺยํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปํ ทุลฺลภํ โลกสฺมึ สีลานิ อิฏฺฐานิ กนฺตานิ มนาปานิ ทุลฺลภานิ โลกสฺมึ พฺรหฺมจริยํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปํ โลกสฺมึ มิตฺตา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ทุลฺลภา โลกสฺมึ พาหุสจฺจํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปํ ทุลฺลภํ โลกสฺมึ ปญฺญา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ทุลฺลภา โลกสฺมึ ธมฺโม อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป ทุลฺลโภ โลกสฺมึ สตฺตา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ทุลฺลภา โลกสฺมึ อิเม โข ภิกฺขเว ทส ธมฺมา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ทุลฺลภา โลกสฺมึ ฯ {๗๓.๑} อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทสนฺนํ ธมฺมานํ อิฏฺฐานํ กนฺตานํ มนาปานํ ทุลฺลภานํ โลกสฺมึ ทส ธมฺมา ปริปนฺถา อาลสฺสํ อนุฏฺฐานํ โภคานํ ปริปนฺโถ อมณฺฑนา อวิภูสนา วณฺณสฺส ปริปนฺโถ อสปฺปายกิริยา อาโรคฺยสฺส ปริปนฺโถ ปาปมิตฺตตา สีลานํ ปริปนฺโถ อินฺทฺริยอสํวโร พฺรหฺมจริยสฺส ปริปนฺโถ วิสํวาทนา มิตฺตานํ ปริปนฺโถ อสชฺฌายกิริยา พาหุสจฺจสฺส ปริปนฺโถ อสฺสุสฺสุสา อปริปุจฺฉา ปญฺญาย ปริปนฺโถ อนนุโยโค อปจฺจเวกฺขณา ธมฺมานํ ปริปนฺโถ มิจฺฉาปฏิปตฺติ สตฺตานํ ปริปนฺโถ อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทสนฺนํ ธมฺมานํ อิฏฺฐานํ กนฺตานํ มนาปานํ ทุลฺลภานํ โลกสฺมึ อิเม ทส ธมฺมา ปริปนฺถา ฯ {๗๓.๒} อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทสนฺนํ ธมฺมานํ อิฏฺฐานํ กนฺตานํ มนาปานํ ทุลฺลภานํ โลกสฺมึ ทส ธมฺมา อาหารา อนาลสฺสํ อุฏฺฐานํ โภคานํ อาหาโร มณฺฑนา วิภูสนา วณฺณสฺส อาหาโร สปฺปายกิริยา อาโรคฺยสฺส อาหาโร กลฺยาณมิตฺตตา สีลานํ อาหาโร อินฺทฺริยสํวโร พฺรหฺมจริยสฺส อาหาโร อวิสํวาทนา มิตฺตานํ อาหาโร สชฺฌายกิริยา พาหุสจฺจสฺส อาหาโร สุสฺสุสา ปริปุจฺฉา ปญฺญาย อาหาโร อนุโยโค ปจฺจเวกฺขณา ธมฺมานํ อาหาโร สมฺมาปฏิปตฺติ สตฺตานํ อาหาโร อิเมสํ โข ภิกฺขเว ทสนฺนํ ธมฺมานํ อิฏฺฐานํ กนฺตานํ มนาปานํ ทุลฺลภานํ โลกสฺมึ อิเม ทส ธมฺมา อาหาราติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. อิฏฐธัมมสูตร ว่าด้วยธรรมที่น่าปรารถนา
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการนี้ เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ธรรม ๑๐ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. โภคสมบัติ เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๒. ผิวพรรณ เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๓. ความไม่มีโรค เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๔. ศีล เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๕. พรหมจรรย์ เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๖. มิตร เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๗. ความเป็นพหูสูต เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๘. ปัญญา เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๙. ธรรม เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ๑๐. สวรรค์ เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก@เชิงอรรถ : @ ธรรม ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ (องฺ.ทสก.อ. ๓/๗๓-๗๔/๓๕๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๖๐}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๓. อากังขวรรค ๓. อิฏฐธัมมสูตร ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการนี้แล เป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ธรรม ๑๐ ประการนี้แล ซึ่งเป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก มีธรรมที่เป็นอันตราย ๑๐ ประการ คือ ๑. ความเกียจคร้าน ไม่ขยันหมั่นเพียร เป็นอันตรายต่อโภคสมบัติ ๒. การไม่ประดับตกแต่ง เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ ๓. การทำสิ่งที่ไม่เป็นสัปปายะ เป็นอันตรายต่อความไม่มีโรค ๔. ความเป็นผู้มีปาปมิตร(มิตรชั่ว) เป็นอันตรายต่อศีล ๕. ความไม่สำรวมอินทรีย์ เป็นอันตรายต่อพรหมจรรย์ ๖. การแกล้งกล่าวให้คลาดเคลื่อนจากความจริง เป็นอันตรายต่อมิตร ๗. การไม่ทำการสาธยาย เป็นอันตรายต่อความเป็นพหูสูต ๘. การไม่ฟังด้วยดี การไม่สอบถาม เป็นอันตรายต่อปัญญา ๙. การไม่ประกอบความเพียร การไม่พิจารณา เป็นอันตรายต่อธรรม ๑๐. การปฏิบัติผิด เป็นอันตรายต่อสวรรค์ ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการนี้แล เป็นอันตรายต่อธรรม ๑๐ ประการซึ่งเป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก ธรรม ๑๐ ประการนี้แล ซึ่งเป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก มีธรรมที่เป็นอาหาร ๑๐ ประการ คือ ๑. ความขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้าน เป็นอาหารของโภคสมบัติ ๒. การประดับตกแต่ง เป็นอาหารของผิวพรรณ ๓. การทำสิ่งที่เป็นสัปปายะ เป็นอาหารของความไม่มีโรค ๔. ความเป็นผู้มีกัลยาณมิตร(มิตรดี) เป็นอาหารของศีล ๕. ความสำรวมอินทรีย์ เป็นอาหารของพรหมจรรย์ ๖. การไม่แกล้งกล่าวให้คลาดเคลื่อนจากความจริง เป็นอาหารของมิตร ๗. การทำการสาธยาย เป็นอาหารของความเป็นพหูสูต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๔ หน้า : ๑๖๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๓. อากังขวรรค ๔. วัฑฒิสูตร ๘. การฟังด้วยดี การสอบถาม เป็นอาหารของปัญญา ๙. การประกอบความเพียร การพิจารณา เป็นอาหารของธรรม ๑๐. การปฏิบัติชอบ เป็นอาหารของสวรรค์ ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการนี้แล เป็นอาหารของธรรม ๑๐ ประการซึ่งเป็นธรรมที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก อิฏฐธัมมสูตรที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอิฏฐสูตรที่ ๓
อิฏฐสูตรที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อญฺโญ ได้แก่ วรรณะแห่งสรีระ.
บทว่า ธมฺมา ได้แก่ โลกุตรธรรม ๙.
จบอรรถกถาอิฏฐสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------
หมายเหตุ :-
ในฉบับหลวง ธรรมที่เป็นอันตราย ๑๐ ประการ มีเพียง ๕ ข้อ คือ ข้อที่ ๑-๗-๘-๙-๑๐
ขาดไป ๕ ข้อ ข้อที่ขาดไป คือ ข้อที่ ๒-๓-๔-๕-๖
ข้อที่ ๒-๓-๔-๕-๖ ในฉบับมหาจุฬาฯ คือ
๒. การไม่ประดับตกแต่ง เป็นอันตรายต่อผิวพรรณ
๓. การทำสิ่งที่ไม่เป็นสัปปายะ เป็นอันตรายต่อความไม่มีโรค
๔. ความเป็นผู้มีปาปมิตร(มิตรชั่ว) เป็นอันตรายต่อศีล
๕. ความไม่สำรวมอินทรีย์ เป็นอันตรายต่อพรหมจรรย์
๖. การแกล้งกล่าวให้คลาดเคลื่อนจากความจริง เป็นอันตรายต่อมิตร -----------------------------------------------------