๘. มิคลุททกเปตวัตถุ ที่ ๒ เล่ม ๒๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๑๘|๑๑๘.๔๗๑| ๘ กูฏาคาเร จ ปาสาเท ปลฺลงฺเก โคณสณฺฐิเต ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน รมสิ สุปฺปวาทิเต ฯ |๑๑๘.๔๗๒| ตโต รตฺยา วิวสาเน สุริยุคฺคมนํ ปติ อปวิฏฺโฐ สุสานสฺมึ พหุํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสิ ฯ |๑๑๘.๔๗๓| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน อิทํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสีติ ฯ |๑๑๘.๔๗๔| อหํ ราชคเห รมฺเม รมณีเย คิริพฺพเช มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ ลุทฺโท อาสึ อสญฺญโต ฯ |๑๑๘.๔๗๕| ตสฺส เม สหาโย สุหทโย สทฺโธ อาสิ อุปาสโก ตสฺส กุลุปโก ภิกฺขุ อาสิ โคตมสาวโก ฯ |๑๑๘.๔๗๖| โส หิ มํ อนุกมฺปนฺโต นิวาเรสิ ปุนปฺปุนํ มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ มา ตาต ทุคฺคตึ อคา สเจ อิจฺฉสิ เปจฺจ สุขํ วิรม ปาณวธํ อสํยมํ ฯ |๑๑๘.๔๗๗| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา สุขกามสฺส หิตานุกมฺปิโน นากาสึ สกลานุสาสนึ จิรปาปาภิรโต อพุทฺธิมา ฯ |๑๑๘.๔๗๘| โส มํ ปุน ภูริสุเมธโส อนุกมฺปาย สํยเม นิเวสยิ สเจ ทิวา หนสิ ปาณิโน อถ เต รตฺตึ ภวตุ สํยโม ฯ |๑๑๘.๔๗๙| สฺวาหํ ทิวา หนิตฺวา ปาณิโน วิรโต รตฺตึ อโหสิ สํยโต รตฺตาหํ ปริหาเรมิ ทิวา ขชฺชามิ ทุคฺคโต ฯ |๑๑๘.๔๘๐| ตสฺส กมฺมสฺส กุสลสฺส อนุโภมิ รตฺตึ อมานุสึ ทิวา ปฏิหตาว กุกฺกุรา อุปธาวนฺติ สมนฺตา ขาทิตุํ |๑๑๘.๔๘๑| เย จ เต สตตานุโยคิโน ธุวํ ปยุตฺตา สุคตสฺส สาสเน มญฺญามิ เต อมตเมว เกวลํ อธิคจฺฉนฺติ ปทํ อสงฺขตนฺติ ฯ ทุติยมิคลุทฺทเปตวตฺถุ อฏฺฐมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ เรื่องเปรตพรานเนื้อ เรื่องที่ ๒ (พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า)
ท่านรื่นรมย์ยู่บนบัลลังก์ ที่ในเรือนยอดและปราสาทปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์ ด้วยดนตรีเครื่องห้าซึ่งบุคคลประโคมแล้วอย่างไพเราะ
ภายหลัง เมื่อสิ้นราตรี ดวงอาทิตย์ขึ้น (จน)ดวงอาทิตย์ตก ท่านเข้าไปประสบทุกข์เป็นอันมากอยู่ในป่าช้า
เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงต้องประสบทุกข์เช่นนี้ (เปรตนั้นตอบว่า)
เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้อ เป็นคนหยาบช้า ทารุณ ไม่สำรวม อยู่ที่ภูเขาคิริพพชะ เป็นที่น่ารื่นรมย์ ใกล้กรุงราชคฤห์ซึ่งน่ารื่นรมย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๘. ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุ
ข้าพเจ้านั้นมีสหายใจดี มีศรัทธา เป็นอุบาสกคนหนึ่ง เขามีภิกษุที่คุ้นเคยกัน ซึ่งเป็นสาวกของพระสมณโคดม เพราะเขาเอ็นดูข้าพเจ้าจึงห้ามอยู่บ่อยๆ ว่า
พ่อเอ๋ย อย่าได้ทำชั่วเลย อย่าได้ดำเนินทางผิดเลย ถ้าสหายปรารถนาความสุขเมื่อตายไป จงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ซึ่งเป็นการไม่สำรวมเสียเถิด
ข้าพเจ้าฟังคำของเขาผู้หวังดี มีความเอ็นดูด้วยประโยชน์เกื้อกูล แต่ไม่ได้ทำตามคำสั่งสอนของเขาทั้งสิ้น เพราะเป็นคนไม่มีปัญญา ยินดีในบาปมาช้านาน
เขามีปัญญากว้างขวางดุจแผ่นดิน แนะนำข้าพเจ้าให้ตั้งอยู่ในความสำรวมด้วยความอนุเคราะห์อีกว่า ถ้าท่านจะฆ่าสัตว์ในกลางวัน ในเวลากลางคืนก็จงงดเว้นเสีย
ข้าพเจ้านั้นจึงฆ่าสัตว์แต่เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้น เพราะฉะนั้น กลางคืนข้าพเจ้าจึงได้รับความสุข กลางวันประสบทุกข์ ถูกสุนัขรุมกัดกิน คือ
กลางคืนได้เสวยทิพยสมบัติด้วยผลแห่งกุศลกรรมนั้น กลางวันฝูงสุนัขดุร้ายพากันวิ่งเข้ามากัดกินข้าพเจ้ารอบด้าน
ชนเหล่าใดมีความเพียรเนืองๆ เอาธุระในพระศาสนาของพระสุคตอย่างมั่นคง ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ชนเหล่านั้นแหละจะได้บรรลุอมตบท ซึ่งปัจจัยอะไรปรุงแต่งไม่ได้อย่างแน่นอน ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหาวิหาร ทรงปรารภมิคลุททกเปรตอีกตนหนึ่ง จึงตรัสคำเริ่มต้นว่า กูฏาคาเร จ ปาสาเท ดังนี้.
ได้ยินว่า ในกรุงราชคฤห์ มาณพชื่อว่ามาควิกะคนหนึ่ง แม้เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยสมบัติ ก็ละโภคสุข ออกเที่ยวล่าเนื้อตลอดทั้งคืนและวัน.
อุบาสกคนหนึ่งผู้เป็นสหายของเธอ อาศัยความเอ็นดูจึงให้โอวาทว่า ดีละสหาย เธอจงงดเว้นจากปาณาติบาต เธออย่าได้มี เพื่อสิ่งอันมิใช่ประโยชน์ เพื่อทุกข์ตลอดกาลนานเลย.
เธอหาได้เอื้อเฟื้อโอวาทนั้นไม่.
ลำดับนั้น อุบาสกนั้นจึงขอร้องพระขีณาสพเถระซึ่งเป็นที่เจริญใจแห่งตนรูปหนึ่งว่า ดีละ พระผู้เป็นเจ้า ขอท่านจงแสดงธรรมแก่บุรุษชื่อโน้น โดยประการที่เธอจะพึงงดเว้นจากปาณาติบาต.
ภายหลังวันหนึ่ง พระเถระนั้นเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ ได้หยุดยืนที่ประตูเรือนของเธอ.
มาควิกะนั้นเห็นท่านแล้ว เกิดมีความนับถือมาก ต้อนรับให้เข้าไปสู่เรือน ได้ตกแต่งอาสนะถวาย.
พระเถระนั่งบนอาสนะที่ตกแต่งไว้แล้ว. ฝ่ายมาณพนั้นก็เข้าไปหาพระเถระนั่งแล้ว. พระเถระประกาศโทษในปาณาติบาต และอานิสงส์ในการงดเว้นจากปาณาติบาตนั้นแก่เธอ. เธอแม้ฟังดังนั้นแล้ว ก็ไม่ปรารถนาจะงดเว้นจากปาณาติบาตนั้น.
ลำดับนั้น พระเถระจึงกล่าวกะเธอว่า คุณ ถ้าคุณไม่สามารถจะงดเว้นโดยประการทั้งปวงได้ไซร้ อันดับแรก เธอก็จงงดเว้นแม้ในกลางคืนเถอะ. เธอรับคำแล้วว่าจะงดเว้นในเวลากลางคืน แล้วจึงงดเว้นจากปาณาติบาตนั้น.
คำที่เหลือ เช่นกับเรื่องที่ติดกันนั่นแล.
ก็ในบรรดาคาถา พระนารทเถระได้สอบถามเธอด้วยคาถา ๓ คาถาว่า :-
ท่านรื่นรมย์อยู่ในเรือนยอดและปราสาท บนบัลลังก์อันปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์ ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ อันบุคคลประโคมแล้วภายหลังเมื่อสิ้นราตรี พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ท่านเข้าไปเสวยทุกข์เป็นอันมากอยู่ในป่าช้าท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกายวาจาใจ หรือเพราะวิบากแห่งกรรมอะไร ท่านจึงได้เสวยทุกข์เช่นนี้.
ลำดับนั้น เปรตจึงบอกเนื้อความนั้นแก่ท่านด้วยคาถาว่า :-
เมื่อก่อนกระผมเป็นพรานเนื้อ อยู่ที่กรุงราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์มีภูเขาล้อมรอบ (เบญจคีรีนคร) เป็นคนหยาบช้าทารุณ ไม่สำรวมกายวาจาใจ.
อุบาสกคนหนึ่งผู้เป็นสหายของผม เป็นคนใจดี มีศรัทธา มีภิกษุผู้คุ้นเคยของเขาเป็นสาวกของพระโคดมแม้อุบาสกนั้นเอ็นดูกระผม ห้ามกระผมเนืองๆ ว่า อย่าทำบาปกรรมเลย พ่อเอ๋ย อย่าไปทุคคติเลยถ้าสหายปรารถนาความสุขในโลกหน้าจงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์อันเป็นการไม่สำรวมเสียเถิด.
กระผมฟังคำของสหายผู้หวังดี มีความอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์นั้นแล้ว ไม่ทำตามคำสั่งสอนทั้งสิ้น เพราะกระผมเป็นคนไม่มีปัญญา ยินดียิ่งแล้วในบาปตลอดกาลนาน สหายผู้มีปัญญาดีนั้นแนะนำกระผมให้ตั้งอยู่ในความสำรวม ด้วยความอนุเคราะห์ว่า ถ้าท่านฆ่าสัตว์ในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนจงงดเว้นเสีย.
กระผมจึงฆ่าสัตว์แต่เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้น เพราะฉะนั้น กลางคืนกระผมจึงได้รับความสุข กลางวันได้เสวยทุกข์ถูกสุนัขรุมกัดกิน คือกลางคืนได้เสวยทิพยสมบัติด้วยผลแห่งกุศลกรรมนั้น ส่วนกลางวันฝูงสุนัขมีจิตเดือดดาล พากันห้อมล้อมกัดกินกระผมรอบด้าน.
ก็ชนเหล่าใดผู้มีความเพียรเนืองๆ บากบั่นมั่นในพระศาสนาของพระสุคตเจ้า กระผมเข้าใจว่า ชนเหล่านั้นจักได้บรรลุอมตบทอันปัจจัยอะไรๆ ปรุงแต่งไม่ได้อย่างแน่นอน.
เนื้อความแห่งคาถานั้นมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังแล.
จบอรรถกถาทุติยมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘ -----------------------------------------------------