๑. ธนักกีตาจักร เล่ม ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๓๒มาตุรกฺขิตา นาม มาตา รกฺขติ โคเปติ อิสฺสริยํ กาเรติ วสํ วตฺเตติ ฯ ปิตุรกฺขิตา นาม ปิตา รกฺขติ โคเปติ อิสฺสริยํ กาเรติ วสํ วตฺเตติ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตา นาม มาตาปิตโร รกฺขนฺติ โคเปนฺติ อิสฺสริยํ กาเรนฺติ วสํ วตฺเตนฺติ ฯ ภาตุรกฺขิตา นาม ภาตา รกฺขติ โคเปติ อิสฺสริยํ กาเรติ วสํ วตฺเตติ ฯ ภคินีรกฺขิตา นาม ภคินี รกฺขติ โคเปติ อิสฺสริยํ กาเรติ วสํ วตฺเตติ ฯ ญาติรกฺขิตา นาม ญาตกา รกฺขนฺติ โคเปนฺติ อิสฺสริยํ กาเรนฺติ วสํ วตฺเตนฺติ ฯ โคตฺตรกฺขิตา นาม สโคตฺตา รกฺขนฺติ โคเปนฺติ อิสฺสริยํ กาเรนฺติ วสํ วตฺเตนฺติ ฯ ธมฺมรกฺขิตา นาม สหธมฺมิกา รกฺขนฺติ โคเปนฺติ อิสฺสริยํ กาเรนฺติ วสํ วตฺเตนฺติ ฯ สารกฺขา นาม คพฺเภปิ ปริคฺคหิตา โหติ มยฺหํ เอสาติ อนฺตมโส มาลาคุลปริกฺขิตฺตาปิ ฯ สปริทณฺฑา นาม เกนจิ ทณฺโฑ ฐปิโต โหติ โย อิตฺถนฺนามํ อิตฺถึ คจฺฉติ เอตฺตโก ทณฺโฑติ ฯ
๔๓๓ธนกฺกีตา นาม ธเนน กีณิตฺวา วาเสติ ฯ ฉนฺทวาสินี นาม ปิโย ปิยํ วาเสติ ฯ โภควาสินี นาม โภคํ ทตฺวา วาเสติ ฯ ปฏวาสินี นาม ปฏํ ทตฺวา วาเสติ ฯ โอทปตฺตกินี นาม อุทกปตฺตํ อามสิตฺวา วาเสติ ฯ โอภตจุมฺพฏา นาม จุมฺพฏํ โอโรเปตฺวา วาเสติ ฯ ทาสี นาม ทาสี เจว โหติ ภริยา จ ฯ กมฺมการี นาม กมฺมการี เจว โหติ ภริยา จ ฯ ธชาหฏา นาม กรมรานีตา วุจฺจติ ฯ มุหุตฺติกา นาม ตํขณิกา วุจฺจติ ฯ
๔๓๔ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ปิตุรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯเปฯ มาตาปิตุรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ ภาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ ภคินีรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ ญาติรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ โคตฺตรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ ธมฺมรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ สารกฺขํ พฺรูหิ ฯ สปริทณฺฑํ พฺรูหิ โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ นิกฺเขปปทานิ ฯ
๔๓๕ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ ฯเปฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ขณฺฑจกฺกํ ฯ
๔๓๖ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ปิตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ปิตุรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ปิตุรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๓๗ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ทุติยํ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๓๘ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ภาตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ ภาตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ตติยํ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๓๙ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ภคินีรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ ภคินีรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ จตุตฺถํ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๔๐ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ญาติรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ญาติรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปญฺจมํ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๔๑ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ฉฏฺฐํ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๔๒ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ธมฺมรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ ธมฺมรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ สตฺตมํ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๔๓ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ สารกฺขญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ สารกฺขญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ อฏฺฐมํ พทฺธจกฺกํ ฯ
๔๔๔ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ สปริทณฺฑญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ มาตาปีตุรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ สารกฺขญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ นวมํ พทฺธจกฺกํ ฯ เอกมูลกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๔๔๕ทุมูลกํ ติมูลกํ จตุมูลกํ ปญฺจมูลกํ ฉมูลกํ สตฺตมูลกํ อฏฺฐมูลกํ นวมูลกํ เอวเมว กาตพฺพํ ฯ อิทํ ทสมูลกํ ฯ
๔๔๖ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ สปริทณฺฑญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย ธนกฺกีตาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ธนกฺกีตาจกฺกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๔๔๗ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา ฉนฺทวาสินี โภควาสินี ปฏวาสินี โอทปตฺตกินี โอภตจุมฺพฏา ทาสี จ ภริยา จ กมฺมการี จ ภริยา จ ธชาหฏา มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯเปฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ปิตุรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ มาตาปิตุรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ ภาตุรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ ญาติรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ โคตฺตรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ ธมฺมรกฺขิตํ พฺรูหิ ฯ สารกฺขํ พฺรูหิ ฯ สปริทณฺฑํ พฺรูหิ โหหิ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยา มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ นิกฺเขปปทานิ ฯ
๔๔๘ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ มาตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ มาตุรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ขณฺฑจกฺกํ ฯ
๔๔๙ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ปิตุรกฺขิตญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ ปิตุรกฺขิตญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ สารกฺขญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ สปริทณฺฑญฺจ ฯ ปิตุรกฺขิตญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ พทฺธจกฺกํ ฯ มูลํ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๕๐ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ สปริทณฺฑญฺจ มาตุรกฺขิตญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ ปุริโส ภิกฺขุํ ปหิณติ คจฺฉ ภนฺเต อิตฺถนฺนามํ สปริทณฺฑญฺจ ปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ มาตาปิตุรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ภาตุรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ภคินีรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ญาติรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ โคตฺตรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ ธมฺมรกฺขิตญฺจ ฯ สปริทณฺฑญฺจ สารกฺขญฺจ พฺรูหิ โหถ กิร อิตฺถนฺนามสฺส ภริยาโย มุหุตฺติกาติ ปฏิคฺคณฺหาติ วีมํสติ ปจฺจาหรติ อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส ฯ เอกมูลกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ธนักกีตาจักร นิกเขปบท
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ ในความปกครองของมารดาว่า ทราบว่า ขอให้เธอจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้เถิด” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความ ปกครองของบิดา ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครอง@เชิงอรรถ : @ “ปฏิคฺคณฺหาติ” รับคำ คือ ภิกษุรับคำที่ชายขอร้องให้บอกกับหญิง วีมํสติ ไปบอก คือ ครั้นภิกษุรับ@คำแล้วก็ไปบอกให้หญิงทราบ ปจฺจาหรติ กลับมาบอก คือ เมื่อภิกษุบอกแล้ว หญิงนั้นจะรับคำก็ตาม จะ@ปฏิเสธก็ตาม หรือจะนิ่งเพราะเหนียมอายก็ตาม ภิกษุกลับมาแจ้งข่าวแก่ชายนั้น (วิ.อ. ๒/๓๐๕/๔๗-๔๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๔๗}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ของญาติ ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ บอกหญิงชื่อนี้ที่มี กฎหมายคุ้มครองว่า ทราบว่า เธอจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้เถิด” ภิกษุรับคำไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส นิกเขปบท จบ ขัณฑจักร มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาว่า “ทราบว่าเธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ขัณฑจักร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๔๘}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ พัทธจักร มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาว่า“ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาว่า “ทราบว่า ท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑ จบ พัทธจักร มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๒
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยัง อยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๔๙}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ มารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในคุ้มครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสสพัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๒ จบ พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๓ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความ ปกครองของพี่ชายน้องชายและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาว่าทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๐}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๔ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๔ จบ พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๕ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๑}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาวว่าทราบว่า ท่านจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๕ จบ พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๖ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติว่าทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๒}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๗ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๗ จบ พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่๘ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูลฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๓}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมาย คุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชายฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙ จบ ขัณฑจักรและพัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล จบ ขัณฑจักรและพัทธจักรที่มีหญิง ๒ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๓ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๔ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๕ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๖ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๗คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๘ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๙ คนเป็นมูลก็ดี ก็พึงขยายตามแบบนี้เหมือนกัน ต่อไปนี้ คือขัณฑจักรและพัทธจักรที่มีหญิง ๑๐ คนเป็นมูล ธนักกีตาจักร พัทธจักรมีหญิง ๑๐ คนเป็นมูล
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ ในความปกครองของมารดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา หญิงชื่อนี้ที่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๔}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ธนักกีตาจักร จบ ฉันทวาสินีจักร - มุหุตติกาจักร นิกเขปบท
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ ในความปกครองของมารดาว่า ทราบว่า เธอจงเป็นภรรยาที่อยู่ด้วยความพอใจของชายชื่อนี้ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะสมบัติ ฯลฯ เป็นภรรยาที่อยู่เพราะแผ่นผ้า ฯลฯ เป็นภรรยาที่เข้าพิธีสมรส ฯลฯ เป็นภรรยาที่ถูกปลงเทริด ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งคนรับใช้เป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นทั้งลูกจ้างเป็นทั้งภรรยา ฯลฯ เป็นภรรยาที่เป็นเชลย ฯลฯ เป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครองฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาสินไถ่ของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส นิกเขปบท จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๕}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ มุหุตติกาจักร ขัณฑจักรที่มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ทราบว่าเธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส ขัณฑจักรที่มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล จบ มุหุตติกาจักร พัทธจักรที่มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๑
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดาว่าทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๖}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดาและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส พัทธจักรมีหญิงคนหนึ่งเป็นมูลหมวดที่ ๒ - ๘ ย่อไว้แล้ว พัทธจักรที่มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล หมวดที่ ๙
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่มี กฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมาย คุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มี กฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชาย ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาว ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๗}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์] ๕. สัญจริตตสิกขาบท บทภาชนีย์ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง ฯลฯ หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองและหญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้นว่า ทราบว่า เธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสสขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งมุหุตติกาจักรที่มีหญิงคนหนึ่งเป็นมูล จบ ขัณฑจักรและพัทธจักรแห่งมุหุตติกาจักรที่มีหญิง ๒ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๓คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๔ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๕ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๖ คนเป็นมูลก็ดีมีหญิง ๗ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๘ คนเป็นมูลก็ดี มีหญิง ๙ คนเป็นมูลก็ดี ก็พึงขยายตามแบบนี้เหมือนกัน ต่อไปนี้คือพัทธจักรที่มีหญิง ๑๐ คนเป็นมูล มุหุตติกาจักร พัทธจักรที่มีหญิง ๑๐ คนเป็นมูล
ชายขอร้องภิกษุว่า “พระคุณเจ้า ท่านช่วยไปบอกหญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ ในความปกครองของมารดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของบิดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของมารดาบิดา หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่ชายน้องชาย หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของพี่สาวน้องสาว หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของญาติ หญิงชื่อนี้ที่ยังอยู่ในความปกครองของตระกูล หญิงชื่อนี้ที่มีธรรมคุ้มครอง หญิงชื่อนี้ที่มีคู่หมั้น หญิงชื่อนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองว่า ‘ทราบว่าเธอทั้งหลายจงเป็นภรรยาชั่วคราวของชายชื่อนี้” ภิกษุรับคำ ไปบอก กลับมาบอกต้องอาบัติสังฆาทิเสส มุหุตติกาจักร จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า : ๓๕๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ศึกษาจากอรรถกถาที่มีก่อนหน้านี้. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา เตรสกัณฑ์ สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๕