This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
อรรถกถาอสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนก อสังคหิเตน สัมปยุตตะ วิปปยุตตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น ธรรมเหล่าใดมีปัญหาเช่นกับด้วยรูปขันธ์ ในนิทเทสแห่งอสังหิเตน อสังคหิตบทที่ ๕ และธรรมเหล่าใดเช่นกับด้วยอรูปภพ ธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ พระองค์ทรงยกขึ้นแสดงไว้ส่วนบททั้งหลายที่เหลือที่มิได้ยกมา (ในที่นี้) ฉะนั้น บทเหล่านั้นจึงมิได้ยกขึ้นแสดง. เพราะว่า รูปและอรูปธรรมทั้งหลายมิได้นับสงเคราะห์ด้วยเวทนาขันธ์ โดยอำนาจแห่งความเป็นขันธ์เป็นต้น ทั้งชื่อว่าสัมปโยคะแห่งบทเหล่านั้นก็มิได้มีฉะนั้น บทเหล่าใดที่มิได้ยกมาแสดง บทเหล่านั้นนั่นแหละ ทรงยกขึ้นแสดงรวมพร้อมกับคำวิสัชนาอันเป็นทำนองเดียวกัน.
ในปัญหานั้น ธรรมเหล่าใดที่สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมที่ยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา ด้วยสามารถแห่งธรรมมีขันธ์เป็นต้น ธรรมเหล่านั้นสัมปยุตและวิปปยุตด้วยธรรมเหล่าใด บัณฑิตพึงทราบการจำแนกธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น.
ในปัญหานั้น มีนัยดังนี้
วิญญาณเทียวนับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยการสงเคราะห์ ๓ อย่างก่อน. วิญญาณนั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ มีเวทนาขันธ์เป็นต้น และด้วยธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้นในธัมมายตนะและธัมมธาตุทั้งหลาย. และวิปปยุตด้วยรูปขันธ์ ๑ ด้วยรูปายตนะ ๑๐ ด้วยรูปธาตุ ๑๐ และด้วยธรรม คือรูปและนิพพานในธัมมายตนะและธัมมธาตุพระผู้มีพระภาคเจ้าหมายเอาวิญญาณนั้น จึงตรัสว่า "เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ" เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความทั้งปวง โดยนัยนี้แล.
จบอรรถกถาอสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส. -----------------------------------------------------
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability