This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
ญาณกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ญาณกถา
๔. ญาณกถา (๑๐๙) ว่าด้วยญาณ
อญฺญาเณ วิคเต ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺเต วตฺตมาเน น วตฺตพฺพํ ญาณีติ ฯ อามนฺตา ฯ ราเค วิคเต น วตฺตพฺพํ วีตราโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อญฺญาเณ วิคเต ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺเต วตฺตมาเน น วตฺตพฺพํ ญาณีติ ฯ อามนฺตา ฯ โทเส วิคเต ฯเปฯ โมเห วิคเต ฯเปฯ กิเลเส วิคเต น วตฺตพฺพํ นิกฺกิเลโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที ถึงความไม่รู้จะปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่เป็นญาณวิปปยุตเป็นไปอยู่ ไม่พึงกล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เมื่อราคะปราศไปแล้ว ไม่พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากราคะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถึงความไม่รู้จะปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่เป็นญาณวิปปยุตเป็นไปอยู่ ไม่พึงกล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อโทสะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อโมหะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อกิเลสปราศไปแล้ว ไม่พึงกล่าวว่า ผู้หมดกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. พระอริยบุคคลเมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่วิปปยุตจาก ญาณเป็นไปอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า “มีญาณ” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอริยบุคคลเมื่อราคะปราศไปแล้ว ท่านไม่ยอมรับว่า “ปราศจาก ราคะ” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระอริยบุคคลเมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่วิปปยุตจากญาณ เป็นไปอยู่ ท่านไม่ยอมรับว่า “มีญาณ” ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๑๔/๒๕๖) @ เพราะมีความเห็นว่า เมื่อโมหะสิ้นไป ด้วยอำนาจมรรคญาณในขณะที่เห็นรูปเป็นต้น จิต(ของพระอริยบุคคล)@เป็นจิตที่วิปปยุตจากญาณ ไม่ใช่เป็นจิตที่ประกอบด้วยมรรคญาณ จึงไม่ควรเรียกผู้นั้นว่า เป็นผู้มีญาณ@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ควรเรียกว่า เป็นผู้มีญาณ ตามหลักปุคคลบัญญัติ@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๑๔/๒๕๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๔. ญาณกถา (๑๐๙) สก. พระอริยบุคคลเมื่อโทสะปราศไปแล้ว โมหะปราศไปแล้ว กิเลสปราศ ไปแล้ว ท่านไม่ยอมรับว่า “หมดกิเลส” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระอริยบุคคลเมื่อราคะปราศไปแล้ว ท่านยอมรับว่า “ปราศจากราคะ”ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอริยบุคคลเมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่วิปปยุตจากญาณเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีญาณ” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระอริยบุคคลเมื่อโทสะปราศไปแล้ว เมื่อโมหะปราศไปแล้ว เมื่อกิเลสปราศไปแล้ว ท่านยอมรับว่า “หมดกิเลส” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอริยบุคคลเมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่วิปปยุตจากญาณเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีญาณ” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ราเค วิคเต วตฺตพฺพํ วีตราโคติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญาเณ วิคเต ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺเต วตฺตมาเน วตฺตพฺพํ ญาณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โทเส วิคเต ฯเปฯ โมเห วิคเต ฯเปฯ กิเลเส วิคเต วตฺตพฺพํ นิกฺกิเลโสติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญาเณ วิคเต ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺเต วตฺตมาเน วตฺตพฺพํ ญาณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อญฺญาเณ วิคเต ญาณวิปฺปยุตฺเต จิตฺเต วตฺตมาเน วตฺตพฺพํ ญาณีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตน ญาเณน ญาณี นิรุทฺเธน วิคเตน ปฏิปฺปสฺสทฺเธน ญาเณน ญาณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ญาณกถา ฯ --------
ส. เมื่อราคะปราศไปแล้ว พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุต จะเป็นไปอยู่ ก็พึงกล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เมื่อโทสะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อโมหะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อกิเลสปราศไปแล้ว พึงกล่าวว่า ผู้หมดกิเลส หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุตจะเป็นไปอยู่ ก็พึงกล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุตจะเป็นไปอยู่ ก็พึงกล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชื่อว่า ผู้มีความรู้ ด้วยความรู้ที่เป็นอดีต ชื่อว่าผู้มีความรู้ ด้วยความรู้ที่ดับแล้ว ที่ปราศไปแล้ว ที่สงบระงับแล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ญาณกถา จบ -----------------------------------------------------
ปร. พระอริยบุคคลเมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่วิปปยุตจากญาณ เป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีญาณ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ชื่อว่ามีญาณ ด้วยญาณที่เป็นอดีต ชื่อว่ามีญาณ ด้วยญาณที่ดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว ระงับไปแล้วใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ญาณกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๗๑}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 7 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ ญาณกถาThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 2 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet