This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
กมฺมกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กัมมกถา
๒. กัมมกถา (๑๑๗) ว่าด้วยกรรม
สพฺพํ กมฺมํ สวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปากาพฺยากตา เจตนา สวิปากาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ กิริยาพฺยากตา เจตนา สวิปากาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรา วิปากาพฺยากตา เจตนา สวิปากาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา วิปากาพฺยากตา เจตนา สวิปากาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรา กิริยาพฺยากตา เจตนา สวิปากาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรา อรูปาวจรา กิริยาพฺยากตา เจตนา สวิปากาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที กรรมทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ก็มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ก็มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายกามาพจร ก็มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ฝ่ายโลกุตตระก็มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ก็มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ก็มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. กรรมทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบากมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.มู. (แปล) ๑๒/๓๔๙/๓๘๑-๓๘๒, องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๑๔/๒๕@ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๓-๖๓๕/๒๖๒) @ เพราะมีความเห็นว่า กรรมทุกอย่างต้องให้ผล ไม่มีอโหสิกรรม ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า@เจตนาทุกอย่างเป็นกรรม เจตนาที่เป็นกุศลและอกุศลให้ผล ส่วนเจตนาที่เป็นอัพยากฤตไม่ให้ผล@(เป็นอโหสิกรรม) (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๓๓-๖๓๕/๒๖๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๙๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๒. ทวาทสมวรรค] ๒. กัมมกถา (๑๑๗) สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยามีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบากที่เป็นกามาวจรมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบากที่เป็นรูปาวจร ที่เป็นอรูปาวจร ที่เป็นโลกุตตระมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยาที่เป็นกามาวจรมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เจตนาทั้งปวงมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยาที่เป็นรูปาวจร ที่เป็นอรูปาวจร มีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิปากาพฺยากตา เจตนา อวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิปากาพฺยากตา เจตนา อวิปากา โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ
ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบากไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบากไม่มีวิบาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เจตนาทั้งปวงมีวิบาก”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๙๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๒. ทวาทสมวรรค] ๒. กัมมกถา (๑๑๗) สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยาไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยาไม่มีวิบาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เจตนาทั้งปวงมีวิบาก” สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก ที่เป็นกามาวจร ที่เป็นรูปาวจร ที่เป็นอรูปาวจร ที่เป็นโลกุตตระ ไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก ที่เป็นโลกุตตระ ไม่มีวิบาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เจตนาทั้งปวงมีวิบาก” สก. เจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยาที่เป็นกามาวจร ที่เป็นรูปาวจร ที่เป็นอรูปาวจร ไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเจตนาที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยา ที่เป็นอรูปาวจร ไม่มีวิบาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เจตนาทั้งปวงมีวิบาก”
กิริยาพฺยากตา เจตนา อวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กิริยาพฺยากตา เจตนา อวิปากา โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ
ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
Mahachula: this item falls within its §634, which began at an earlier item
กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา อปริยาปนฺนา วิปากาพฺยากตา เจตนา อวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อปริยาปนฺนา วิปากาพฺยากตา เจตนา อวิปากา โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ
ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจรฝ่ายโลกุตตระ ไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายโลกุตตระ ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
Mahachula: this item falls within its §634, which began at an earlier item
กามาวจรา รูปาวจรา อรูปาวจรา กิริยาพฺยากตา เจตนา อวิปากาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรูปาวจรา กิริยาพฺยากตา เจตนา อวิปากา โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพา เจตนา สวิปากาติ ฯ
ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายกามาวจร ฝ่ายรูปาวจร ฝ่ายอรูปาวจร ไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ฝ่ายอรูปาวจร ไม่มีวิบาก ก็ต้องไม่กล่าวว่า เจตนาทั้งปวงมีวิบาก
Mahachula: this item falls within its §634, which began at an earlier item
น วตฺตพฺพํ สพฺพํ กมฺมํ สวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา นาหํ ภิกฺขเว สญฺเจตนิกานํ กมฺมานํ กตานํ อุปจิตานํ อปฺปฏิสํวิทิตฺวา พฺยนฺตีภาวํ วทามิ ตญฺจ โข ทิฏฺเฐว ธมฺเม อุปปชฺเช วา อปเร วา ปริยาเยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ สพฺพํ กมฺมํ สวิปากนฺติ ฯ กมฺมกถา ฯ ---------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า กรรมทั้งปวงมีวิบาก หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวว่า กรรมทั้งหลายที่ทำด้วยความจงใจ อันบุคคลกระทำแล้ว สั่งสมแล้ว จะสิ้นสุดได้โดยมิได้เสวยวิบาก ก็กรรมนั้นแล ย่อมให้ผลในปัจจุบัน หรือในอัตภาพถัดไป หรือในอัตภาพสืบๆ ไป ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น กรรมทั้งปวงก็มีวิบาก น่ะสิ กัมมกถา จบ. -----------------------------------------------------@ อํ. ทสก. ข้อ ๑๙๔ หน้า ๓๑๓
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “กรรมทั้งปวงมีวิบาก” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวกรรมที่สัตว์มีเจตนาทำไว้ สั่งสมไว้ว่า สิ้นสุด เพราะยังไม่เสวยผล ก็ผลนั้นแลสัตว์ต้องเสวยในอัตภาพนี้ ในอัตภาพถัดไปหรือในอัตภาพต่อๆ ไป” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น กรรมทั้งปวงจึงมีวิบาก กัมมกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๑๗/๓๕๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๙๔}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 10 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๒ กัมมกถาThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 3 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet