This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
ฌานนฺตริกกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ฌานันตริกกถา
๗. ฌานันตริกกถา (๑๘๓) ว่าด้วยสมาธิที่เกิดในระหว่างฌาน
This unit’s Mahachula text is shown as one range after the Royal items (§817–822 in Mahachula numbering) Go to the Mahachula text
อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ผสฺสนฺตริกา ฯเปฯ อตฺถิ ปญฺญนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที ฌานคั่นมีอยู่ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ผัสสะคั่นมีอยู่ หรือ? ฯลฯ ปัญญาคั่นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ
ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน ก็ต้องไม่กล่าวว่าฌานคั่นมีอยู่ ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติยฌาน และจตุตถฌาน ก็ต้องไม่กล่าวว่าฌานคั่นมีอยู่
ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร อตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นมีอยู่ในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทุติยสฺส จ ฌานสฺส ตติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตติยสฺส จ ฌานสฺส จตุตฺถสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐมสฺส จ ฌานสฺส ทุติยสฺส จ ฌานสฺส อนฺตเร นตฺถิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างทุติยฌานและตติยฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างตติยฌานและจตุตถฌาน หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ฌานคั่นไม่มีในระหว่างปฐมฌานและทุติยฌาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สมาธิไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิมีวิตกมีวิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สมาธิที่ไม่มีวิตก มีแต่วิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สมาธิที่มีวิตกมีวิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทฺวินฺนํ ฌานานํ ปฏุปฺปนฺนานํ อนฺตเร อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อวิตกฺเก วิจารมตฺเต สมาธิมฺหิ วตฺตมาเน ปฐมํ ฌานํ นิรุทฺธํ ทุติยํ ฌานํ อนุปฺปนฺนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อวิตกฺเก วิจารมตฺเต สมาธิมฺหิ วตฺตมาเน ปฐมํ ฌานํ นิรุทฺธํ ทุติยํ ฌานํ อนุปฺปนฺนํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ทวินฺนํ ฌานานํ ปฏุปฺปนฺนานํ อนฺตเร อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฯ ฌานนฺตริกาติ ฯ
ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร มีในระหว่างฌานทั้งสองที่บังเกิดเป็นแผ่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อสมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นไปอยู่ ปฐมฌานดับไปแล้ว ทุติยฌานก็ยังไม่บังเกิดขึ้น มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เมื่อสมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นไปอยู่ ปฐมฌานดับไปแล้วทุติยฌานก็ยังไม่บังเกิดขึ้น ก็ต้องไม่กล่าวว่า สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นฌานคั่น มีอยู่ในระหว่างฌานทั้งสองที่บังเกิดเป็นแผ่น
อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ น ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ปฐมํ ฌานํ ฯเปฯ ทุติยํ ฌานํ ฯเปฯ ตติยํ ฌานํ ฯเปฯ จตุตฺถํ ฌานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ
ป. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารไม่เป็นฌานคั่น หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นปฐมฌาน ฯลฯ เป็นทุติยฌาน ฯลฯ เป็นตติยฌาน ฯลฯ เป็นจตุตถฌาน หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร ก็เป็นฌานคั่น น่ะสิ
อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตโย สมาธิ วุตฺตา ภควตา สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตโย สมาธี วุตฺตา ภควตา สวิตกฺโก สวิจาโร สมาธิ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ อวิตกฺโก อวิจาโร สมาธิ โน วต เร วตฺตพฺเพ อวิตกฺโก วิจารมตฺโต สมาธิ ฌานนฺตริกาติ ฯ ฌานนฺตริกกถา ฯ ---------
ส. สมาธิไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นฌานคั่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสมาธิไว้ ๓ อย่าง คือ สมาธิที่มีวิตกมีวิจาร สมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่วิจาร มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสมาธิไว้ ๓ อย่าง คือสมาธิที่มีวิตกมีวิจารสมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจาร สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ก็ต้องไม่กล่าวว่าสมาธิที่ไม่มีวิตกมีแต่วิจารเป็นฌานคั่น ฌานันตริกกถา จบ -----------------------------------------------------
Mahachula edition, §817–822 of this unit
Shown as one range for the whole unit, not placed under Royal items — at least one paragraph pairing fell below the threshold, so none is placed item by item rather than risk a wrong item
สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างผัสสะ ฯลฯ สมาธิที่เกิดในระหว่างปัญญามีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌาน มีอยู่ในระหว่างทุติยฌานกับตติยฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดู ม.อุ. (แปล) ๑๔/๑๖/๒๓-๒๔ @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายสมิติยะและนิกายอันธกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๗/๓๐๑)@ เพราะมีความเห็นว่า ทุติยฌานในปัญจกนัย เป็นฌานในระหว่างแห่งฌานที่ ๑ กับฌานที่ ๒ ในจตุกกนัย@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๑๗/๓๐๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๗. ฌานันตริกกถา (๑๘๓) สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ในระหว่างตติยฌานกับจตุตถฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างทุติยฌานกับตติยฌานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างทุติยฌานกับตติยฌานท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่” สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างตติยฌานกับจตุตถฌานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างตติยฌานกับจตุตถฌานท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่”
สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ในระหว่างปฐมฌานกับทุติยฌาน ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ในระหว่างทุติยฌานกับตติยฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ในระหว่างปฐมฌานกับทุติยฌานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ในระหว่างตติยฌานกับจตุตถฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างทุติยฌานกับตติยฌานใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๗. ฌานันตริกกถา (๑๘๓) สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างปฐมฌานกับทุติยฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างตติยฌานกับจตุตถฌานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่เกิดในระหว่างฌานไม่มีในระหว่างปฐมฌานกับทุติยฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌาน ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่มีวิตกมีวิจาร ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่มีวิตกมีวิจาร ไม่ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ไม่ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ไม่ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๗. ฌานันตริกกถา (๑๘๓) สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ไม่ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร มีอยู่ในระหว่างฌานทั้ง ๒ ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เมื่อสมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นไปอยู่ ปฐมฌานดับไป ทุติยฌานเกิดขึ้นเฉพาะหน้าใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเมื่อสมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเป็นไปอยู่ ปฐมฌานดับไป ทุติยฌานเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานมีอยู่ในระหว่างฌานทั้ง ๒ ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า”
ปร. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ไม่ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌานใช่ไหม สก. ใช่ ปร. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร เป็นปฐมฌาน ฯลฯ ทุติยฌาน ฯลฯ ตติยฌาน ฯลฯ จตุตถฌานใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ปร. ดังนั้น สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร จึงชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌาน
สก. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌาน ใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๘๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๘. อัฏฐารสมวรรค] ๘. สมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา (๑๘๔) สก. สมาธิ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๓ อย่าง คือ (๑) สมาธิที่มีวิตกมีวิจาร(๒) สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร (๓) สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจารมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากสมาธิพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๓ อย่าง คือ (๑) สมาธิที่มีวิตกมีวิจาร(๒) สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร (๓) สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สมาธิไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร ชื่อว่าสมาธิที่เกิดในระหว่างฌาน”ฌานันตริกกถา จบ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 14 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๘ ฌานันตริกกถาThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
at least one paragraph pairing fell below the threshold, so none is placed item by item rather than risk a wrong item