This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
ธมฺมกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ธรรมกถา
๗. ธัมมกถา (๒๐๖) ว่าด้วยสภาวธรรม
สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ
สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ (แน่นอน) หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ (แน่นอนโดยความผิด) หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ (แน่นอนโดยความถูก) หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กองอันเป็นอนิยตะ (ไม่แน่นอน) ไม่มีหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ
สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอนใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นสภาวะที่ผิดและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นสภาวะที่ถูกและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนไม่มีใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายอุตตราปถกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๗/๓๑๗)@ เพราะมีความเห็นว่า เนื่องจากรูป มีสภาวะเป็นรูปแน่นอน ไม่มีสภาวะเป็นเวทนา เป็นต้น ฉะนั้น ธรรม@ทั้งหลายจึงเป็นสิ่งที่แน่นอนตามสภาวะ ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ธรรมกับสภาวะของ@ธรรมเป็นอย่างเดียวกัน เมื่อธรรมไม่แน่นอน สภาวะของธรรมก็ไม่แน่นอน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๗/๓๑๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๗. ธัมมกถา (๒๐๖) สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากกอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอน” สก. สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอนใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๓ อย่าง คือ (๑) กองที่ผิดและแน่นอน (๒) กองที่ถูกและแน่นอน (๓) กองที่ไม่แน่นอน มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากกอง(แห่งสภาวธรรม)พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๓ อย่าง คือ (๑)กองที่ผิดและแน่นอน (๒) กองที่ถูกและแน่นอน (๓) กองที่ไม่แน่นอน ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สภาวธรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอน” สก. รูปเป็นสภาวะที่แน่นอน เพราะมีสภาวะเป็นรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นสภาวะที่ผิดและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นสภาวะที่ถูกและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ เป็นสภาวะที่แน่นอนเพราะมีสภาวะเป็นวิญญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นสภาวะที่ผิดและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นสภาวะที่ถูกและแน่นอนใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๘. กัมมกถา (๒๐๗)
สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ
ส. ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ คือ กองอันเป็นมิจฉัตตนิยตะ ๑ กองอันเป็นสัมมัตตนิยตะ ๑ กองอันเป็นอนิยตะ ๑ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ อย่าง คือ กองอันเป็นมิจฉัตต-นิยตะ ๑ กองอันเป็นสัมมัตตนิยตะ ๑ กองอันเป็นอนิยตะ ๑ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ
Mahachula: this item falls within its §887, which began at an earlier item
รูปํ รูปฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ วิญฺญาณฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูป เป็นนิยตะ โดยอรรถว่ารูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะ โดยอรรถว่าวิญญาณ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §887, which began at an earlier item
น วตฺตพฺพํ รูปํ รูปฏฺเฐน นิยตํ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ วิญฺญาณฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ โหติ เวทนา โหติ สญฺญา โหติ สงฺขารา โหนฺติ วิญฺญาณํ โหติ เวทนา สญฺญา โหติ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ รูปํ โหติ เวทนา โหติ สญฺญา โหติ สงฺขารา โหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ เตน หิ รูปํ รูปฏฺเฐน นิยตํ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ วิญฺญาณฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ ธมฺมกถา ฯ --------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นนิยตะโดยอรรถว่ารูป ฯลฯ เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะโดยอรรถว่า วิญญาณหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปเป็นเวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขาร เป็นวิญญาณ เวทนา สัญญาสังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นรูป เป็นเวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขารหรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น รูปก็เป็นนิยตะโดยอรรถว่ารูป เวทนา ฯลฯ สัญญาฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะโดยอรรถว่าวิญญาณ น่ะสิ ธรรมกถา จบ -----------------------------------------------------
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “รูปเป็นสภาวะที่แน่นอน เพราะมีสภาวะเป็นรูปฯลฯ เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นสภาวะที่แน่นอนเพราะมีสภาวะเป็นวิญญาณ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปเป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ เป็นวิญญาณฯลฯ เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นรูป ฯลฯ เป็นเวทนาฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขารใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น รูปจึงเป็นสภาวะที่แน่นอนโดยอรรถว่าแปรผันไป เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณ เป็นสภาวะที่แน่นอน เพราะมีสภาวะเป็นวิญญาณ ธัมมกถา จบ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 17 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๒๑ ธรรมกถาThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 2 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet