This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
อุปปตฺติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อุปปัตติกถา
๒. อุปปัตติกถา (๓๔) ว่าด้วยการปฏิสนธิ
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สห อุปปตฺติยา โสตาปนฺโน โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. บุคคลเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๘๗/๒๐๑) @ เพราะมุ่งหมายเอาผู้ไปเกิดในชั้นสุทธาวาส (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๘๘/๒๐๑) @ เพราะมีความเห็นว่า จิตขณะปฏิสนธิของผู้จะบรรลุโสดาบันยังเป็นโลกิยจิตอยู่ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๘๘/๒๐๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๒. อุปปัตติกถา (๓๔) สก. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเป็นพระโสดาบันพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเป็นพระอนาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้”
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สห อุปปตฺติยา สกทาคามี โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีพร้อมกับการผุดก็เกิดได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §388, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สห อุปปตฺติยา อนาคามี โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §388, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา โสตาปนฺโน น โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สห อุปปตฺติยา โสตาปนฺโน น โหติ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
Mahachula: this item falls within its §388, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา สกทาคามี น โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สห อุปปตฺติยา สกทาคามี น โหติ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
Mahachula: this item falls within its §388, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อนาคามี น โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สห อุปปตฺติยา อนาคามี น โหติ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
Mahachula: this item falls within its §388, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สารีปุตฺโต เถโร สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร ฯเปฯ มหากสฺสโป เถโร ฯเปฯ มหากจฺจายโน เถโร ฯเปฯ มหาโกฏฺฐิโก เถโร ฯเปฯ มหาปณฺฐโก เถโร สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสารีบุตรเถระ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ ฯลฯ พระมหากัจจายน-เถระ ฯลฯ พระมหาโกฏฐิตเถระ ฯลฯ พระมหาปัณฐกเถระ เป็น พระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสารีบุตรเถระเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ ฯลฯ พระมหา-กัจจายนเถระ ฯลฯ พระมหาโกฏฐิกเถระ ฯลฯ พระมหาปันถกเถระ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๒. อุปปัตติกถา (๓๔) สก. พระสารีบุตรเถระไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระสารีบุตรเถระไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ ฯลฯ พระมหา-กัจจายนเถระ ฯลฯ พระมหาโกฏฐิกเถระ ฯลฯ พระมหาปันถกเถระ ไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระมหาปันถกเถระไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้”
สารีปุตฺโต เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สารีปุตฺโต เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหา โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
Mahachula: this item falls within its §389, which began at an earlier item
มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร ฯเปฯ มหากสฺสโป เถโร มหากจฺจายโน เถโร มหาโกฏฺฐิโก เถโร ฯเปฯ
ส. พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ มหากัจจายนเถระ พระมหาโกฏฐิตเถระ ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §389, which began at an earlier item
มหาปณฺฐโก เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มหาปณฺฐโก เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหา โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับผุดเกิด ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
Mahachula: this item falls within its §389, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัตได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด อันเป็นโลกิยะมีอาสวะ ฯลฯ ประกอบด้วยสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลทำให้แจ้งอรหัตตผลได้ด้วยปฏิสนธิจิตที่เป็นโลกิยะ ยังมีอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิสนธิจิตเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ให้ถึงความสิ้นกิเลส ให้ถึง ความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิสนธิจิตไม่เป็นเหตุนำสัตว์ออกจากวัฏฏทุกข์ ไม่ให้ถึงความสิ้นกิเลสไม่ให้ถึงความตรัสรู้ ไม่ให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสมิใช่หรือ ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๒. อุปปัตติกถา (๓๔) สก. หากปฏิสนธิจิตไม่เป็นเหตุนำสัตว์ออกจากวัฏฏทุกข์ ไม่ให้ถึงความสิ้นกิเลสไม่ให้ถึงความตรัสรู้ ไม่ให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลละราคะ โทสะ โมหะ อโนตตัปปะได้ด้วยปฏิสนธิจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิสนธิจิตเป็นมรรค ฯลฯ เป็นสติปัฏฐาน ... เป็นสัมมัปปธาน ... เป็นอิทธิบาท ... เป็นอินทรีย์ ... เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ เจริญมรรคด้วย ปฏิสนธิจิตได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จุติจิตเป็นมรรคจิต ปฏิสนธิจิตเป็นผลจิตได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อุปปัตติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๔}
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ นิยฺยานิกํ ขยคามิ โพธคามิ อปจยคามิ อนาสวํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้นไปให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §390, which began at an earlier item
นนุ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ อนิยฺยานิกํ น ขยคามิ น โพธคามิ น อปจยคามิ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ อนิยฺยานิกํ น ขยคามิ น โพธคามิ น อปจยคามิ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
Mahachula: this item falls within its §390, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ราคํ ปชหติ โทสํ ปชหติ โมหํ ปชหติ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว @ คำบาลีว่า อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน, นี้หมายถึง ปฏิสนธิจิต ส. ละราคะได้ ละโทสะได้ ละโมหะได้ ฯลฯ ละอโนตตัปปะ ได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §390, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ มคฺโค ฯเปฯ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นมรรค ฯลฯ เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §390, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
Mahachula: this item falls within its §390, which began at an earlier item
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ จุติจิตฺตํ มคฺคจิตฺตํ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ ผลจิตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปปตฺติกถา ฯ ----------
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จุติจิตเป็นมัคคจิต จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นผลจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อุปปัตติกถา จบ -----------------------------------------------------
Mahachula: this item falls within its §390, which began at an earlier item
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 10 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๔ อุปปัตติกถาThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 3 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet