This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
ผลญาณกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ผลญาณกถา
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๑๐. ผลญาณกถา (๕๒) ๑๐. ผลญาณกถา (๕๒) ว่าด้วยผลญาณ
This unit’s Mahachula text is shown as one range after the Royal items (§443–444 in Mahachula numbering) Go to the Mahachula text
สาวกสฺส ผเล ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวโก ผลสฺสกตํ ปญฺญาเปตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาวกสฺส ผเล ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ สาวกสฺส ผลปโรปริยตฺตํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ปุคฺคลปโรปริยตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาวกสฺส ผเล ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ สาวกสฺส ขนฺธปญฺญตฺติ อายตนปญฺญตฺติ ธาตุปญฺญตฺติ สจฺจปญฺญตฺติ อินฺทฺริยปญฺญตฺติ ปุคฺคลปญฺญตฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาวกสฺส ผเล ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวโก ชิโน สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี ธมฺมสามี ธมฺมปฏิสรโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาวกสฺส ผเล ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวโก อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตา อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตา มคฺคญฺญู มคฺควิทู มคฺคโกวิโทติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที พระสาวกมีความรู้ในผล หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. พระสาวกประกาศคุณสมบัติแห่งผลได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสาวกมีความรู้ในผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การรู้ความยิ่งความหย่อนแห่งผล การรู้ความยิ่งความหย่อนแห่งอินทรีย์การรู้ความยิ่งความหย่อนแห่งบุคคล ของพระสาวกมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสาวกมีความรู้ในผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การบัญญัติขันธ์ การบัญญัติอายตนะ การบัญญัติธาตุ การบัญญัติสัจจะการบัญญัติอินทรีย์ การบัญญัติบุคคล ของพระสาวกมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสาวกมีความรู้ในผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสาวก เป็นพระชินะ เป็นพระศาสดา เป็นพระสัมมาสัมพุทธะเป็นพระสัพพัญญู เป็นผู้เห็นธรรมทั้งปวง เป็นเจ้าแห่งธรรม เป็นที่อาศัย เป็นไปแห่งธรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระสาวกมีความรู้ในผล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสาวกเป็นผู้ยังมรรคที่ยังไม่เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้น เป็นผู้ยังมรรคที่ยังไม่เกิดพร้อมให้เกิดพร้อม เป็นผู้กล่าวมรรคที่ใครๆ ยังไม่กล่าว เป็นผู้รู้มรรค เป็นผู้รู้แจ้งมรรค เป็นผู้ฉลาดในมรรค หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ สาวกสฺส ผเล ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวโก อญฺญาณีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ สาวกสฺส ผเล ญาณํ อตฺถีติ ฯ ผลญาณกถา ฯ ปญฺจโม วคฺโค ฯ ตสฺส อุทฺทานํ วิมุตฺติญาณํ วิมุตฺตํ เสกฺขสฺส อเสกฺขํ ญาณํ วิปรีเตญาณํ อนิยตสฺส นิยามคมนาย อตฺถิ ญาณํ สพฺพํ ญาณํ ปฏิสมฺภิทาติ สมฺมติญาณํ เจโตปริยาเย ญาณํ อนาคเต ญาณํ ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ สาวกสฺส ผเล ญาณนฺติ ฯ มหาปณฺณาสโก ฯ สตฺตูปลทฺธิ อุปหาโร พลํ คิหิสฺส อรหา จ วิมุตฺติปญฺจมํ ฯ ---------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระสาวกมีความรู้ในผล หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระสาวกเป็นผู้ไม่มีความรู้ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น พระสาวกก็มีความรู้ในผลน่ะสิผลญาณกถา จบ วรรคที่ ๕ จบ มหาปัณณาสก์ จบ -----------------------------------------------------
Mahachula edition, §443–444 of this unit
Shown as one range for the whole unit, not placed under Royal items — the alignment of the two translations drifted outside the accepted band
สก. พระสาวกมีผลญาณ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสาวกกำหนดผลอันเป็นคุณสมบัติของตนได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระสาวกมีผลญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การรู้ความยิ่งและหย่อนแห่งผล การรู้ความยิ่งและหย่อนแห่งอินทรีย์การรู้ความยิ่งและหย่อนแห่งบุคคล ของพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระสาวกมีผลญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การบัญญัติขันธ์ อายตนะ ธาตุ สัจจะ อินทรีย์ บุคคล ของพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระสาวกมีผลญาณใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสาวกเป็นพระชินเจ้า เป็นพระศาสดา เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี เป็นพระธัมมัสสามี เป็นพระธัมมปฏิสรณะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระสาวกมีผลญาณใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ผลญาณ หมายถึงญาณหยั่งรู้ผลแห่งกรรมของสัตว์ทั้งหลาย ปรวาทีเห็นว่า พระสาวกก็สามารถมี@ผลญาณเหมือนกับพระพุทธเจ้า ส่วนสกวาทีเห็นว่าไม่เหมือนกัน @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๔๓/๒๑๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] รวมกถาที่มีในวรรค สก. พระสาวกเป็นผู้ยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ให้กำเนิดแก่มรรคที่ยังไม่มีผู้ให้กำเนิด เป็นผู้บอกมรรคที่ยังไม่มีผู้บอก เป็นผู้รู้มรรค เข้าใจมรรค ฉลาดในมรรคใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระสาวกมีผลญาณ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสาวกเป็นผู้ไม่มีญาณใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น พระสาวกจึงมีผลญาณ ฯลฯ ผลญาณกถา จบ ปัญจมวรรค จบ รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. วิมุตติกถา ๒. อเสกขญาณกถา ๓. วิปรีตกถา ๔. นิยามกถา ๕. ปฏิสัมภิทากถา ๖. สมมติญาณกถา ๗. จิตตารัมมณกถา ๘. อนาคตญาณกถา ๙. ปัจจุปปันนญาณกถา ๑๐. ผลญาณกถา มหาปัณณาสก์ จบ รวมวรรคที่มีในมหาปัณณาสก์นี้ คือ วรรคที่ ๑ เริ่มด้วยปุคคลกถา วรรคที่ ๒ เริ่มด้วยปรูปหารกถา วรรคที่ ๓ เริ่มด้วยพลกถา วรรคที่ ๔ เริ่มด้วยคิหิสสอรหาติกถา วรรคที่ ๕ เริ่มด้วยวิมุตติกถา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๗๒}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 12 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๕ ผลญาณกถาThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
the alignment of the two translations drifted outside the accepted band