This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจรา จวนฺตานํ อฆานกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจร-*ภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามา-*วจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ กามาวจรํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชติ กามาวจเร ปรินิพฺพนฺตานํ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ แต่ฆานายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และฆานายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวการา จวนฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภนิกานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ
รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากปัญจโวการภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อรูปกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชติ ปญฺจโวกาเร ปรินิพฺพนฺตานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ
รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีรูปที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ แต่รูปายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชติ ปรินิพฺพนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชติ ฯ ---------
มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้น และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่.
ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และโสตายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งเข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็จักขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะ ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เย จ อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ และสัตว์ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น? ถูกแล้ว.
ยสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ เตสํ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ? มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสตายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและโสตายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า โสตายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ ฯเปฯ อามนฺตา ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามา-*วจรภูมิซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และฆานายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์นอกนี้. หรือว่า ฆานายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด. ถูกแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้นและจักขายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโว-*การภูมิ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์แต่จักขายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และจักขายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักเกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ แต่รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและรูปายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้. หรือว่า รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักเกิดขึ้น และฆานายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ ฯเปฯ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมา-*ยตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วและธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์แต่ฆานายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นและฆานายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นกามาวจรสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการา จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕นอกนี้. หรือว่า มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่จากปัญจโวการภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโวการภูมิ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และรูปายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้. หรือว่า ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่มนายตนะเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักเกิดขึ้น และมนายตนะก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕.
ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.
ยสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะมนายตนะ ธัมมายตนะ จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.
ยสฺส ฆานายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ? ไม่มี. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น. เคยเกิดขึ้นแล้ว.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ โสตายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโว-*การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ถูกแล้ว. หรือว่า ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ฆานายตนะจักไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามา-*วจรภูมิ ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ฆานายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการภูมิแต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโว-*การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจโว-*การภูมิ แต่จักขายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และจักขายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ แต่รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์. หรือว่า รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในกามาวจรภูมิแต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะจักไม่เกิดขึ้นและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิซึ่งเป็นอรูปสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่เหล่าสัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจร-*ภูมิ แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
ยสฺส ยตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: กามาจวเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจร-*สัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในกามาวจรภูมิแต่ฆานายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นและฆานายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิอรูปาวจรภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
รูปายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมนายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจ-*โวการภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่มนายตนะจักไม่เกิดขึ้นและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ รูปายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ รูปายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? รูปายตนะไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจ-*โวการภูมิ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาสซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
ยสฺส ยตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถาติ: ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนํ นุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนายตนํ นุปฺปชฺชิตฺถ สุทฺธาวาสานํ เตสํ ตตฺถ ธมฺมายตนญฺจ นุปฺปชฺชิสฺสติ มนายตนญฺจ นุปฺปชฺชิตฺถ ฯ อุปฺปาทวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ
มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ? มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส. หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น. ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส. อุปาทวาร จบ.
Mahachula edition, §18–119 of this unit
Shown as one range for the whole unit, not placed under Royal items — reason code from the index builder: external-evidence-crosses-order
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติโสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้ กำลังอุบัติ@เชิงอรรถ : @ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้เป็นโอปปาติกะ ในอบายภูมิที่มีหูหนวกแต่กำเนิด@เพราะเกิดมามีแต่จักขุไม่มีโสตะ เช่น พวกเปรต อสุรกาย เป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)@ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิ ทุคติภูมิ และพวก@รูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ เพราะเกิดมามีจักขุและโสตะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม @เชิงอรรถ : @ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อฆานกานํ ท่านหมายถึงพรหมปาริสัชชา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)@ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้หูหนวกโดยกำเนิดและมีอายตนะบริบูรณ์@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ คำบาลีว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกมาแต่กำเนิด@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ คำบาลีว่า สฆานกานํ สจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔) @ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์และโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกโดยกำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติรูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ @เชิงอรรถ : @ หมายถึงอรูปพรหมและโอปปาติกสัตว์ ๓ จำพวกผู้บอดโดยกำเนิดเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)@ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ อสัญญสัตว์ และรูปพรหมที่เหลือ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด@เชิงอรรถ : @ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ รูปพรหม และอรูปพรหม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง เกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด (พึงทราบว่า ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะและธัมมายตนะในภูมินั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อแตกต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป) อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่ ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่ กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด (อายตนะที่ท่านย่อไว้แล้วเป็นเช่นเดียวกันกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด)จักขายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด มนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะ มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่ กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๒. อตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคย เกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ (คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด พึงเพิ่มชื่อที่เกินเข้ามาว่า กำลังเกิด เคยเกิดทั้งในปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคต อดีตกับ อนาคตเหมือนกันทุกแห่ง)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการ-ภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิดจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิดมนายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี (ย่อ) จักขายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกกนัย
มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ฯลฯ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจักขายตนะก็ไม่เคยเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร สุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดแต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิมนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๓. อนาคตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด (มนายตนะและธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้ง ๒ วาระ) อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิดจักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด ฆานายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิดรูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิดมนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๖๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-บุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ปัจจนีกโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและ มนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลจักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลในปัญจโวการภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจภูมิ ฆานายตนะของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่มนายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ รูปายตนมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ มนายตนมูลกนัย จบ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต อนุโลมบุคคล จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะ ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด จักขายตนมูลนัย จบ ฆานายตนมูลกนัย
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมา-ยตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิดฆานายตนมูลกนัย จบ รูปายตนมูลกนัย
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด รูปายตนมูลกนัย จบ มนายตนมูลกนัย
อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติและบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิดมนายตนมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขายตนมูลกนัย
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า : ๑๗๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมปุคคโลกาส จักขายตนมูลกนัย
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎกThe collection has no commentary tied to this unit yet
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
reason code from the index builder: external-evidence-crosses-order