This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรียมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
Mahachula: this item falls within its §223, which began at an earlier item
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §223, which began at an earlier item
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปก-*ขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §223, which began at an earlier item
ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §223, which began at an earlier item
ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯเปฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ ปุริสินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่ เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ย่อมเกิดขึ้น หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อม-*ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นปุริสินทรีย์ไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อม- *ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ อรูปภูมิ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์-*ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §225, which began at an earlier item
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อม- *ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §225, which began at an earlier item
ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คือรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนิน-*ทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่-*เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §225, which began at an earlier item
ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น
อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นตฺถิ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ไม่มี หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น
Mahachula: this item falls within its §226, which began at an earlier item
ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้น ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อุเปกขินทรียมูลกนัย
ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §227, which began at an earlier item
ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่-*เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มนินทรีย์ย่อม ไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่ กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปัจจนีกปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อโสตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อโสตกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อโสตกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุมีแต่โสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีโสตะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติ ซึ่งไม่มีโสตะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีปุริสะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขุนทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขุนทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุมีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุ ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถิน- *ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่เป็นอิตถี ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสิน- *ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุเป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ไม่เป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ แต่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ มีแต่อุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจักขุเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออเหตุกสัตว์มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีจักขุที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
จักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดจักขุนทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา มีแต่จักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่จักขุนทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และจักขุนทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจกฺขุกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจักขุ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จักขุนทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขุน-*ทรีย์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §231, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีแต่ฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้อิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีอิตถีและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้ปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีฆานะและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและฆานินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อิตถินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ สัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะ มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §232, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §232, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสม- *นัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์เว้นโสมนัส มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §232, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §232, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ นอุปปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ไม่มีฆานะเป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ เป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออเหตุกสัตว์มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่มีฆานะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §232, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อฆานกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ สฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อฆานกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งไม่มีฆานะประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นและปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีฆานะ ปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศ-*จากปัญญา มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ฆานินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และฆานินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญา ไม่มีฆานะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §232, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อฆานกานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีฆานะ มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ฆานินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ฆานิน-*ทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §232, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นปุริสะที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะ ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีและปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด และปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะและอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีอิตถีเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อิตถินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีอิตถีเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอิตถินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีอิตถีเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อิตถินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปุริสินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §233, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัสไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §233, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถี เว้นอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §233, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถีเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออเหตุกสัตว์เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นอิตถีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §233, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นอิตฺถีนํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตีนํ ตาสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นอิตฺถีนํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นอิตถีปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อิตถินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอิตถินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญาไม่เป็นอิตถี ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §233, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นอิตฺถีนํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นอิตถี มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §233, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ หรือว่า ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นใน ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ โสมนัส- สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่มีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดได้แต่มีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นสเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้เป็นอเหตุกะและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้แต่เป็นญาณสัมปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้และเป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีปุริสะเกิดได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปุริสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตและมีปุริสะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปุริสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีปุริสะเกิดไม่ได้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติบุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา โสมนสฺเสน นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีโสมนัสที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นโสมนัส ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §234, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ วินา อุเปกฺขาย นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่อุเบกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เว้นอุเบกขา ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §234, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อเหตุกานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ เป็นสเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่สัทธินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และสัทธินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะเป็นอเหตุกสัตว์ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอเหตุก-*สัตว์ เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ เป็นอเหตุกสัตว์ ไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §234, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ นปุริสานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ นปุริสานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ ประกอบด้วยปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปัญญินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปัญญินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่เป็นปุริสะปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ปุริสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และปุริสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ปราศจากปัญญาไม่เป็นปุริสะ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
Mahachula: this item falls within its §234, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: นปุริสานํ สจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ
ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่เป็นปุริสะ มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่มนินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และมนินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ไม่มีจิต ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
Mahachula: this item falls within its §234, which began at an earlier item
ยสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากโสมนัส ในปวัตติกาลแต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติ-กาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตปราศจากอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิป- ปยุตจากอุเบกขา ในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นอเหตุกะกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจาก สัทธาในปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากญาณในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น ไม่ใช่กำลังเกิด แต่ชีวิตินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและชีวิตินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: วินา อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งเว้นอุเบกขา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากอุเบกขา ในปวัตติ-*กาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
Mahachula: this item falls within its §235, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อเหตุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต สทฺธาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอเหตุกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากศรัทธา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ สัทธินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
Mahachula: this item falls within its §235, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: ญาณวิปฺปยุตฺตานํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งปราศจากปัญญา ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่ปราศจากปัญญา ในปวัตติกาล แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ปัญญินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
Mahachula: this item falls within its §235, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อจิตฺตกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
ชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดชีวิตินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ชีวิตินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่มนินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และชีวิตินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล
Mahachula: this item falls within its §235, which began at an earlier item
ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: อุเปกฺขาย อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตอุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ {๗๑๐.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชตีติ: โสมนสฺเสน อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต โสมนสฺสสมฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ น อุปฺปชฺชติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อุเปกฺขาวิปฺปยุตฺตโสมนสฺส- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ น อุปฺปชฺชติ ฯ
โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งมีอุเบกขาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาสัมปยุตจิต ในปวัตติกาล แต่อุเปกขินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ โสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และอุเปกขินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสวิปปยุตจิต อุเบกขา-*วิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ หรือว่า อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใดโสมนัสสินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งไม่มีโสมนัส ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งโสมนัสสัมปยุตจิต ในปวัตติกาลแต่โสมนัสสินทรีย์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ อุเปกขินทรีย์ย่อมไม่เกิดขึ้น และโสมนัสสินทรีย์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอุเบกขาวิปปยุตจิตโสมนัสวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด อุเปกขินทรีย์ ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นอุเบกขากำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยอุเบกขาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่อุเปกขินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและอุเบกขา บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิโสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลมีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่สัมปยุต ด้วยโสมนัสในปวัตติกาล อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาท-
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอุเบกขาและโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สัทธินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นสเหตุกะแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยสัทธาในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สัทธินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและสัทธาบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสัทธินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสใน ปวัตติกาล สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากสัทธาและโสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ปัญญินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณสัมปยุตแต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและที่สัมปยุตด้วยญาณในปวัตติกาล โสมนัส-สินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ปัญญินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสและญาณ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและปัญญินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้เป็นญาณวิปปยุตแต่มีจิตเป็นโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและที่สัมปยุตด้วยโสมนัสในปวัตติกาล ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังค-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากญาณและ โสมนัส บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ปัญญินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้แต่มีจิตปราศจากโสมนัสกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะ แห่งจิตที่วิปปยุตจากโสมนัสในปวัตติกาล โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนินทรีย์มิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมดบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนินทรีย์ก็ไม่ใช่กำลังเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎกThe collection has no commentary tied to this unit yet
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 27 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet