This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส ฉฏฺฐํ ธมฺมจริยสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ธรรมจริยสูตรที่ ๖
๖. ธัมมจริยสูตร ว่าด้วยการประพฤติธรรม (พระผู้มีพระภาคตรัสแก่คฤหัสถ์และบรรพชิตทั้งหลายดังนี้)
|๓๒๑.๗๐๐| ๖ ธมฺมจริยํ พฺรหฺมจริยํ เอตทาหุ วสุตฺตมํ ปพฺพชิโตปิ เจ โหติ อคารสฺมา อนคาริยํ ฯ |๓๒๑.๗๐๑| โส เจ มุขรชาติโก วิเหสาภิรโต มิโค ชีวิตํ ตสฺส ปาปิโย รชํ วฑฺเฒติ อตฺตโน ฯ |๓๒๑.๗๐๒| กลหาภิรโต ภิกฺขุ โมหธมฺเมน อาวุโต อกฺขาตมฺปิ น ชานาติ ธมฺมํ พุทฺเธน เทสิตํ ฯ |๓๒๑.๗๐๓| วิเหสํ ภาวิตตฺตานํ อวิชฺชาย ปุรกฺขโต สงฺกิเลสํ น ชานาติ มคฺคํ นิรยคามินํ |๓๒๑.๗๐๔| วินิปาตํ สมาปนฺโน คพฺภา คพฺภํ ตมา ตมํ ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ เปจฺจ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ ฯ |๓๒๑.๗๐๕| คูธกูโป ยถา อสฺส สมฺปุณฺโณ คณวสฺสิโก โย จ เอวรูโป อสฺส ทุพฺพิโสโธ หิ สงฺคโณ ฯ |๓๒๑.๗๐๖| ยํ เอวรูปํ ชานาถ ภิกฺขโว เคหนิสฺสิตํ ปาปิจฺฉํ ปาปสงฺกปฺปํ ปาปอาจารโคจรํ ฯ |๓๒๑.๗๐๗| สพฺเพ สมคฺคา หุตฺวาน อภินิพฺพิชฺชิยาถ นํ กรณฺฑํ ว นิทฺธมถ กสมฺพุํ อวกสฺสถ |๓๒๑.๗๐๘| ตโต ปลาเส วาเหถ อสฺสมเณ สมณมานิเน ฯ นิทฺธมิตฺวาน ปาปิจฺเฉ ปาปอาจารโคจเร |๓๒๑.๗๐๙| สุทฺธา สุทฺเธหิ สํวาสํ กปฺปยโวฺห ปติสฺสตา ตโต สมคฺคา นิปกา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถาติ ฯ ธมฺมจริยสุตฺตํ ฉฏฺฐํ ฯ
พระอริยเจ้าทั้งหลายกล่าวความประพฤติทั้งที่เป็นโลกิยและ โลกุตระทั้งสองนี้ คือ ความประพฤติธรรม พรหมจรรย์ ว่าเป็น (แก้วอันสูงสุด) ธรรมเครื่องอยู่อันสูงสุด ถึงแม้ บุคคลออกบวชเป็นบรรพชิต ถ้าบุคคลนั้นเป็นชาติปากกล้า ยินดีแล้วในความเบียดเบียนดุจเนื้อไซร้ ความเป็นอยู่ของ บุคคลนั้นเลวทราม ย่อมยังกิเลสธุลีมีราคะเป็นต้นของตนให้ เจริญ ภิกษุผู้ยินดีแล้วในความทะเลาะ ถูกธรรมคือโมหะ หุ้มห่อแล้ว ย่อมไม่รู้ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว แม้ อันเหล่าภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักบอกแล้ว ภิกษุผู้ถูกอวิชชา หุ้มห่อแล้ว ทำตนที่อบรมแล้วให้ลำบากอยู่ ย่อมไม่รู้ความ เศร้าหมอง ย่อมไม่รู้ทางอันให้ถึงนรก เมื่อไม่รู้ก็เข้าถึง วินิบาต เข้าถึงครรภ์จากครรภ์ เข้าถึงที่มืดจากที่มืด ภิกษุผู้ เช่นนั้นแล ละไปแล้ว ย่อมเข้าถึงความทุกข์ ก็บุคคลใดผู้ มีการงานเศร้าหมองเห็นปานนี้ตลอดกาลนาน พึงเป็นผู้เต็ม แล้วด้วยบาป เหมือนหลุมคูถที่เต็มอยู่นานปี พึงเป็นหลุม เต็มด้วยคูถ ฉะนั้น บุคคลนั้นเป็นผู้มีกิเลสเครื่องยียวน หมดจดได้โดยยาก ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงรู้จัก บุคคลผู้อาศัยเรือน ผู้มีความปรารถนาลามก ผู้มีความดำริ ลามก ผู้มีอาจาระและโคจรลามกเห็นปานนี้ เธอทั้งปวงพึง เป็นผู้พร้อมเพรียงกันเว้นบุคคลนั้นเสีย จงกำจัดบุคคลผู้เป็น เพียงดังแกลบ จงคร่าบุคคลผู้เป็นเพียงดังหยากเยื่อออกเสีย แต่นั้นจงขับบุคคลลีบผู้ไม่ใช่สมณะแต่มีความสำคัญว่าเป็น สมณะไปเสีย ครั้นกำจัดบุคคลผู้มีความปรารถนาลามก มี อาจาระและโคจรลามกออกไปแล้ว เธอทั้งหลายผู้บริสุทธิ์ แล้ว มีความเคารพกันและกัน จงสำเร็จการอยู่ร่วมด้วย บุคคลผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย แต่นั้น เธอทั้งหลายผู้พร้อมเพรียง กัน มีปัญญาเครื่องรักษาตน จักกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ฯ จบธรรมจริยสูตรที่ ๖
พระอริยะทั้งหลายกล่าวการประพฤติธรรม และการประพฤติพรหมจรรย์ ทั้ง ๒ นี้ว่า เป็นรัตนะอันสูงสุด ถ้าบุคคลออกจากเรือนมาบวชเป็นบรรพชิต
หากผู้ที่บวชแล้วนั้นเป็นคนปากร้าย ชอบเบียดเบียนผู้อื่นดุจสัตว์ป่า ชีวิตของเขาชื่อว่าต่ำทรามที่สุด เพราะมีแต่จะทำให้ธุลีคือกิเลสพอกพูนในใจของตน
ภิกษุผู้ชอบทะเลาะ ถูกโมหะปิดบัง แม้เพื่อนพรหมจารีผู้มีศีลตักเตือนแล้ว ก็ไม่ยอมรับรู้ธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
ภิกษุผู้ถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว ชอบเบียดเบียนพระอริยะผู้อบรมตนแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นความเศร้าหมองและเป็นหนทางให้ตกนรก @เชิงอรรถ : @ การประพฤติธรรม หมายถึงการประพฤติสุจริต มีกายสุจริต เป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๒๗๗/๑๒๑)@ พรหมจรรย์ หมายถึงมัคคพรหมจรรย์ (ขุ.สุ.อ. ๒/๒๗๗/๑๒๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๖๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๖. ธัมมจริยสูตร
ภิกษุเมื่อไม่รู้เช่นนั้น ก็ต้องเกิดในอบาย ออกจากครรภ์สู่ครรภ์ ออกจากที่มืดสู่ที่มืด ภิกษุผู้เช่นนั้นเมื่อตายไปย่อมได้รับทุกข์
บุคคลใดมีความประพฤติเสียหายเช่นนี้ตลอดกาลนาน พึงเป็นผู้เต็มด้วยบาป เหมือนหลุมคูถที่เต็มอยู่นานปี บุคคลนั้นเป็นผู้มีกิเลสเพียงดังเนิน ชำระให้หมดจดได้ยาก
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงรู้จักบุคคลผู้อาศัยเรือน มีความปรารถนาชั่ว มีความดำริชั่ว มีอาจาระและโคจรชั่ว เช่นนี้
เธอทั้งหลายพึงเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน เลิกคบบุคคลนั้น จงกำจัดผู้ที่ไม่มีคุณธรรมในใจเหมือนแกลบออกเสีย จงคร่าผู้ทุศีลออกจากหมู่ เหมือนคนกำจัดหยากเยื่อออกจากบ้าน ฉะนั้น
ต่อจากนั้น เธอทั้งหลายจงขับไล่ผู้ที่มิใช่สมณะ แต่แต่งกายเลียนแบบสมณะออกไปจากสงฆ์ เหมือนคนคัดข้าวลีบทิ้ง ฉะนั้น ครั้นกำจัดพวกปรารถนาชั่ว มีอาจาระและโคจรชั่วออกได้แล้ว
เธอทั้งหลายผู้มีศีลบริสุทธิ์ จงเคารพยำเกรงกันอยู่ร่วมกับท่านผู้บริสุทธิ์ หลังจากนั้น เธอทั้งหลายจงเป็นผู้สามัคคีกัน มีปัญญารักษาตน จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ธัมมจริยสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ อาศัยเรือน ในที่นี้หมายถึงอาศัยกามคุณ ๕ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๒/๒๘๓/๑๒๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๖๖}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 80 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย สุตตนิบาต จูฬวรรค ธรรมจริยสูตรThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 0 by SuttaCentral references · 10 by inference — no pair has been checked by a person yet