This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๙. กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตผู้พิพากษาโกง พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๙. กูฏวินิจฉยิกเปตวัตถุ ๙. กูฏวินิจฉยิกเปตวัตถุ เรื่องเปรตอดีตผู้พิพากษาโกง (พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า)
|๑๑๙.๔๘๒| ๙ มาลี กิรีฏี กายูรี คตฺตา เต จนฺทนุสฺสทา ปสนฺนมุขวณฺโณสิ สุริยวณฺโณว โสภสิ ฯ |๑๑๙.๔๘๓| อมานุสา ปริสชฺชา เย เต เม ปริวาริกา ทส กญฺญาสหสฺสานิ ยา เตมา ปริจาริกา ฯ |๑๑๙.๔๘๔| ตา กมฺพุกายูรธรา กญฺจนเจลภูสิตา มหานุภาโวสิ ตุวํ โลมหํสนรูปวา ฯ |๑๑๙.๔๘๕| ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโน สามํ อุกฺกจฺจ ขาทสิ กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโน สามํ อุกฺกจฺจ ขาทสิ ฯ |๑๑๙.๔๘๖| อตฺตโนหํ อนตฺถาย ชีวโลเก อจริสฺสํ เปสุญฺญมุสาวาเทน นิกติวญฺจนาย จ ฯ |๑๑๙.๔๘๗| ตตฺถาหํ ปริสํ คนฺตฺวา สจฺจกาเล อุปฏฺฐิเต อตฺถํ ธมฺมํ นิรกตฺวา อธมฺมมนุวตฺติสฺสํ ฯ |๑๑๙.๔๘๘| เอวํ โส ขาทตตฺตานํ โย โหติ ปิฏฺฐิมํสิโก ยถาหํ อชฺช ขาทามิ ปิฏฺฐิมํสานิ อตฺตโน ฯ |๑๑๙.๔๘๙| ตยิทํ ตยา นารท สามํ ทิฏฺฐํ อนุกมฺปกา เย กุสลา วเทยฺยุํ มา เปสุณํ มา จ มุสา ภณิ มา โขสิ ปิฏฺฐิมํสิโก ตุวนฺติ ฯ กูฏวินิจฺฉยกเปตวตฺถุ นวมํ ฯ
ตัวท่านทัดทรงดอกไม้ ใส่ชฎา สวมกำไลทอง ลูบไล้ด้วยจุรณจันทร์ มีสีหน้าผ่องใส งดงามดุจสีพระอาทิตย์อุทัยขึ้นมาบนอากาศ มีนางฟ้า หมื่นหนึ่งเป็นบริวารบำรุงบำเรอท่าน นางฟ้าเหล่านั้นล้วนสวมกำไลทอง นุ่งห่มผ้าอันขลิบด้วยทองคำ ท่านเป็นผู้มีอานุภาพมาก มีรูปเป็นที่ให้ เกิดขนชูชันแก่ผู้พบเห็น แต่ท่านจิกเนื้อที่หลังของตนกินเป็นอาหาร ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือเพราะวิบากแห่งกรรม อะไร ท่านจึงจิกเนื้อหลังของตนเองกินเป็นอาหาร? เปรตนั้นตอบว่า กระผมได้ประพฤติทุจริตด้วยการส่อเสียด พูดเท็จและหลอกลวง เพื่อ ความฉิบหายแก่ตนในมนุษยโลก กระผมไปแล้วสู่บริษัทในมนุษยโลกนั้น เมื่อเวลาควรจะพูดความจริงปรากฏแล้ว ละเหตุละผลเสีย ประพฤติ คล้อยตามอธรรม ผู้ใดประพฤติทุจริตมีคำส่อเสียดเป็นต้น ผู้นั้นต้อง จิกเนื้อหลังของตนกิน เหมือนกระผมจิกเนื้อหลังของตนกินในวันนี้ ฉะนั้น ข้าแต่พระนารทะ ทุกข์ที่กระผมได้รับอยู่นี้ท่านได้เห็นเอง แล้ว ชนใดเป็นคนฉลาด มีความอนุเคราะห์ ชนเหล่านั้นพึงกล่าว ตักเตือนว่า ท่านอย่าพูดส่อเสียด อย่าพูดเท็จ อย่าเป็นผู้มีเนื้อหลัง ของตนเป็นอาหารเลย. จบ กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุที่ ๙.
ตัวท่านทัดทรงดอกไม้ ใส่ชฎา สวมกำไลทอง ลูบไล้ด้วยจุรณแก่นจันทน์ ท่านมีสีหน้าผ่องใส งดงาม ดุจแสงดวงอาทิตย์อ่อนๆ
ท่านมีเทพบุตรและเทพธิดา พวกละ ๑๐,๐๐๐ สวมกำไลทอง นุ่งห่มผ้าขลิบด้วยทอง พวกละ ๑๐,๐๐๐ คอยบำรุงบำเรอ
ท่านมีอานุภาพมาก มีรูปชวนให้เกิดขนลุกแก่ผู้พบเห็น แต่ท่านจิกเนื้อหลังของตนเองกินเป็นอาหาร
เมื่อก่อนท่านได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไร ท่านจึงจิกเนื้อหลังของตนเองกินเป็นอาหาร (เปรตนั้นตอบว่า)
ข้าพเจ้าได้ประพฤติทุจริตด้วยการพูดส่อเสียด พูดเท็จ และ ด้วยการอำพรางหลอกลวงเพื่อความฉิบหายแก่ตนเองในมนุษยโลก
ในมนุษยโลกนั้น ข้าพเจ้าไปยังชุมชนแล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะพูดความจริง ละเหตุผลเสีย ประพฤติคล้อยตามอธรรม
ผู้ประพฤติทุจริตมีพูดส่อเสียดเป็นต้น ย่อมจิกเนื้อหลังตนเองกิน เหมือนข้าพเจ้าจิกเนื้อหลังตนเองกินอยู่ในวันนี้
ข้าแต่พระนารทะ ทุกข์ที่ข้าพเจ้าได้รับอยู่นี้ ท่านได้เห็นเองแล้ว เหล่าชนผู้ฉลาด มีความอนุเคราะห์ พึงกล่าวสอนว่า ท่านอย่าได้พูดส่อเสียด และอย่าได้พูดเท็จ อย่าได้กินเนื้อหลังของตนเป็นอาหารเลย กูฏวินิจฉยิกเปตวัตถุที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๗}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 36 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย เปตวัตถุ จูฬวรรคที่ ๓ ๙. กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 8 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet