This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Front matter of the printed edition

Pali

๘ มหานารทกสฺสปชาตกํ

Royal Thai

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ ๘. มหานารทกัสสปชาดก พระมหานารทกัสสปะ ทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี

Mahachula Thai

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕) ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕) ว่าด้วยพระมหานารทกัสสปะทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

This unit’s Mahachula text is shown as one range after the Royal items (§1153–1345 in Mahachula numbering) Go to the Mahachula text

Pali

|๘๓๔.๑| อหุ ราชา วิเทหานํ องฺคติ นาม ขตฺติโย ปหุตโยคฺโค ธนิมา อนนฺตพลโปริโส ฯ |๘๓๔.๒| โส จ ปณฺณรเส รตฺตึ ปุริเม ยาเม อนาคเต จาตุมาสา โกมุทิยา อมจฺเจ สนฺนิปาตยิ ฯ |๘๓๔.๓| ปณฺฑิเต สุตสมฺปนฺเน มิตปุพฺเพ วิจกฺขเณ วิชยญฺจ สุนามญฺจ เสนาปตึ อลาตกํ ฯ |๘๓๔.๔| ตมนุปุจฺฉิ เวเทโห ปจฺเจกํ พฺรูถ สํ รุจึ จาตุมาสา โกมุทชฺช ชุณฺหํ พฺยปหตํ ตมํ กายชฺช รติยา รตฺตึ วิหเรมุ อิมํ อุตุํ ฯ

Royal Thai

พระมหากษัตริย์ทรงพระนามว่าอังคต เป็นพระราชาของชนชาววิเทหรัฐ ทรงมีพระราชยาน พระราชทรัพย์มากมาย ทรงมีพลนิกายเหลือที่จะนับ ก็คืนหนึ่งในวันเพ็ญกลางเดือน ๑๒ ขณะปฐมยาม พระองค์ประชุมเหล่า อำมาตย์ราชบัณฑิต ผู้ถึงพร้อมด้วยการศึกษาเล่าเรียน เฉลียวฉลาด ผู้ที่ทรงเคยรู้จัก ทั้งอำมาตย์ผู้ใหญ่อีก ๓ นาย คือ วิชยอำมาตย์ ๑ สุนามอำมาตย์ ๑ อลาตอำมาตย์ ๑ แล้วตรัสถามตามลำดับว่า ท่าน ทั้งหลายจงกล่าวไปตามความพอใจของตนๆ ว่า ในวันเพ็ญเดือน ๑๒ เช่นนี้ พระจันทร์แจ่มกระจ่าง กลางคืนวันนี้ เราทั้งหลายพึงยังฤดูเช่นนี้ ให้เป็นไปด้วยความยินดีอะไร.

Pali

|๘๓๕.๑| ตโต เสนาปติ รญฺโญ อลาโต เอตทพฺรวิ หฏฺฐํ โยคฺคํ พลํ สพฺพํ เสนํ สนฺนาหยามเส ฯ |๘๓๕.๒| นิยฺยาม เทว ยุทฺธาย อนนฺตพลโปริสา เย เต วสํ น อายนฺติ วสํ อุปนียามเส ฯ เอสา มยฺหํ สกา ทิฏฺฐิ อชิตํ โอชิยามเส รมสฺสุ เทว ยุทฺธาย เอตํ จิตฺตมตํ มม

Royal Thai

ลำดับนั้น อลาตเสนาบดีได้กราบทูลแด่พระราชาว่า ขอเดชะ ข้าพระ- พุทธเจ้าทั้งหลาย พึงจัดพลช้าง พลม้า พลเสนา จะนำชายฉกรรจ์ ออกรบ พวกใดยังไม่มาสู่อำนาจ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายก็จะนำมาสู่ อำนาจ นี่เป็นความเห็นของข้าพระพุทธเจ้า เราทั้งหลายจะได้ชัยชนะ ผู้ที่เรายังไม่ชนะ (ขอเดชะ ขอพระองค์จงทรงรื่นรมย์ด้วยการรบ นี้เป็น เพียงความคิดของข้าพระพุทธเจ้า).

Pali

|๘๓๖.๑| อลาตสฺส วโจ สุตฺวา สุนาโม เอตทพฺรวิ สพฺเพ ตุยฺหํ มหาราช อมิตฺตา วสมาคตา ฯ |๘๓๖.๒| นิกฺขิตฺตสตฺถา ปจฺจตฺตา นิวาตมนุวตฺตเร อุตฺตโม อุสฺสโว อชฺช น ยุทฺธํ มม รุจฺจติ ฯ |๘๓๖.๓| อนฺนปานญฺจ ขชฺชญฺจ ขิปฺปํ อภิหรนฺตุ เต รมสฺสุ เทว กาเมหิ นจฺจคีเตสุ วาทิเต ฯ

Royal Thai

สุนามอำมาตย์ได้ฟังคำของอลาตเสนาบดีแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้าแต่ พระมหาราชา พวกศัตรูของพระองค์มาสู่พระราชอำนาจหมดแล้ว ต่าง พากันวางศาตรา ยอมสวามิภักดิ์แล้วทั้งหมด วันนี้เป็นวันมหรสพ สนุกสนานยิ่ง การรบข้าพระพุทธเจ้าไม่ชอบใจ ชนทั้งหลายจงรีบนำ ข้าวน้ำ และของควรเคี้ยวมาเพื่อพระองค์เถิด ขอเดชะ ขอพระองค์จง ทรงรื่นรมย์ ด้วยกามคุณ และในการฟ้อนรำขับร้องการประโคมเถิด พระเจ้าข้า.

Pali

|๘๓๗.๑| สุนามสฺส วโจ สุตฺวา วิชโย เอตทพฺรวิ สพฺเพ กามา มหาราช นิจฺจํ ตว อุปฏฺฐิตา ฯ |๘๓๗.๒| น เหเต ทุลฺลภา เทว ตว กาเมหิ โมทิตุํ สทาปิ กามา ลพฺภนฺติ เนตํ จิตฺตมตํ มม ฯ |๘๓๗.๓| สมณํ พฺราหฺมณํ วาปิ อุปาเสมุ พหุสฺสุตํ โย นชฺช วินเย กงฺขํ อตฺถธมฺมวิทู อิเส ฯ

Royal Thai

วิชัยอำมาตย์ได้ฟังคำของสุนามอำมาตย์แล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระ- มหาราชา กามคุณทุกอย่างบำเรอพระองค์อยู่เป็นนิตย์แล้ว การทรง เพลิดเพลินด้วยกามคุณทั้งหลาย พระองค์ทรงหาได้โดยไม่ยากเลย ทรง ปรารถนาก็ได้ทุกเมื่อ การรื่นรมย์กามคุณทั้งหลายนี้ ไม่ใช่เป็นความคิด ของข้าพระบาท วันนี้ เราทั้งหลายควรพากันไปหาสมณะหรือพราหมณ์ ผู้เป็นพหูสูต รู้แจ้งอรรถธรรม ผู้แสวงหาคุณ ซึ่งท่านจะพึงกำจัดความ สงสัยของพวกเราดีกว่า.

Pali

|๘๓๘.๑| วิชยสฺส วโจ สุตฺวา ราชา องฺคติมพฺรวิ ยถา วิชโย ภณติ มยฺหํ เปตํว รุจฺจติ ฯ |๘๓๘.๒| สมณํ พฺราหฺมณํ วาปิ อุปาเสมุ พหุสฺสุตํ โย นชฺช วินเย กงฺขํ อตฺถธมฺมวิทู อิเส ฯ |๘๓๘.๓| สพฺเพว สนฺตา กโรถ มตึ กํ อุปาเสมุ ปณฺฑิตํ โย นชฺช วินเย กงฺขํ อตฺถธมฺมวิทู อิเส ฯ

Royal Thai

พระเจ้าอังคติราชได้ทรงสดับคำของวิชัยอำมาตย์แล้ว ได้ตรัสว่า ตามที่ วิชัยอำมาตย์พูดว่า วันนี้ เราทั้งหลายควรพากันเข้าไปหาสมณะหรือ พราหมณ์ผู้เป็นพหูสูต รู้แจ้งอรรถธรรม ผู้แสวงหาคุณ ซึ่งท่านจะพึง กำจัดความสงสัยของพวกเราดีกว่านั้น แม้เราก็ชอบใจ ท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ทุกท่านจงลงมติว่า วันนี้ เราทั้งหลายควรจะเข้าไปหาใครผู้เป็นบัณฑิต รู้แจ้งอรรถธรรม ผู้แสวงหาคุณซึ่งท่านพึงกำจัดความสงสัยของพวกเรา ได้.

Pali

|๘๓๙.๑| เวเทหสฺส วโจ สุตฺวา อลาโต เอตทพฺรวิ อตฺถายํ มิคทายสฺมึ อเจโล ธีรสมฺมโต ฯ |๘๓๙.๒| คุโณ กสฺสปโคตฺตายํ สุโต จิตฺรกถี คณี ตํ เทว ปยิรุปาเสมุ โส โน กงฺขํ วิเนสฺสติ ฯ

Royal Thai

อลาตเสนาบดี ได้ฟังพระราชดำรัสของพระเจ้าวิเทหราชแล้ว ได้ กราบทูลว่า มีอเจลกที่โลกสมมติว่าเป็นนักปราชญ์อยู่ในมฤคทายวัน อเจลกผู้นี้ชื่อว่าคุณะ ผู้กัสสปโคตรเป็นพหูสูตร พูดจาไพเราะ เป็นเจ้า- หมู่เจ้าคณะ ขอเดชะ เราทั้งหลายควรเข้าไปหาเธอ เธอจักกำจัดความ สงสัยของเราทั้งหลายได้.

Pali

อลาตสฺส วโจ สุตฺวา ราชา โจเทสิ สารถึ มิคทายํ คมิสฺสาม ยุตฺตํ ยานํ อิธานย ฯ

Royal Thai

พระราชาได้ทรงสดับคำของอลาตเสนาบดีแล้ว ได้ตรัสสั่งสารถีว่า เรา จะไปยังมฤคทายวัน ท่านจงนำยานเทียมม้ามาที่นี่.

Pali

|๘๔๑.๑| ตสฺส ยานํ อโยเชสุํ ทนฺตํ รูปิยปกฺขรํ ฯ สุกฺกมฏฺฐปริวารํ ปณฺฑรํ โทสินา มุขํ ฯ |๘๔๑.๒| ตตฺราสุํ กุมุทายุตฺตา จตฺตาโร สินฺธวา หยา อนิลูปมสมุปฺปาตา สุทนฺตา สุวณฺณมาลิโน ฯ |๘๔๑.๓| เสตจฺฉตฺตํ เสตรโถ เสตสฺสา เสตวีชนี เวเทโห สหมจฺเจหิ นียํ จนฺโทว โสภติ ฯ |๘๔๑.๔| ตมนุยายึสุ พหโว อินฺทิขคฺคธรา พลี อสฺสปิฏฺฐิคตา วีรา นรา นรวราธิปํ ฯ |๘๔๑.๕| โส มุหุตฺตํว ยายิตฺวา ยานา โอรุยฺห ขตฺติโย เวเทโห สหมจฺเจหิ ปตฺติ คุณมุปาคมิ ฯ |๘๔๑.๖| เยปิ ตตฺถ ตทา อาสุํ พฺราหฺมณิพฺภา สมาคตา น เต อปนยิ ราชา อกตํ ภูมิมาคเต ฯ

Royal Thai

พวกนายสารถีได้จัดพระราชยาน อันล้วนแล้วไปด้วยงา มีกระพองเป็น เงิน และจัดรถพระที่นั่งรองอันขาวผุดผ่อง ดังพระจันทร์ในราตรีที่ ปราศจากมลทินโทษ มาถวายแก่พระราชา รถนั้นเทียมด้วยม้าสินธพ สี่ตัว ล้วนมีสีดังดอกโกมุท เป็นม้ามีฝีเท้าเร็วดังลมพัด วิ่งเรียบ ประดับ ด้วยดอกไม้ทอง พระกลด ราชรถม้า และวีชนี ล้วนมีสีขาว พระ- เจ้าวิเทหราชพร้อมด้วยหมู่อำมาตย์ เสด็จออกย่อมงดงามดังพระจันทร์ หมู่พลราชบริพารผู้กล้าหาญขี่บนหลังม้าถือหอกดาบตามเสด็จ พระเจ้า วิเทหราชมหากษัตริย์พระองค์นั้น เสด็จถึงมฤคทายวันโดยครู่เดียว เสด็จ ลงจากราชยานแล้วทรงดำเนินเข้าไปหาคุณาชีวก พร้อมด้วยหมู่อำมาตย์ ก็ในกาลนั้น มีพราหมณ์และคฤหบดีมาประชุมกันอยู่ในพระราชอุทยาน นั้น พราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้น พระราชามิให้ลุกหนีไป.

Pali

|๘๔๒.๑| ตโต โส มุทุกา ภิสิยา มุทุจิตฺตกสนฺถเต มุทุปจฺจตฺถเต ราชา เอกมนฺตํ อุปาวิสิ ฯ |๘๔๒.๒| นิสชฺช ราชา สมฺโมทิ กถํ สาราณิยํ ตโต กจฺจิ ยาปนียํ ภนฺเต วาตานมวิยตฺตตา ฯ |๘๔๒.๓| กจฺจิ อกสิรา วุตฺติ ลภสิ ปิณฺฑิยาปนํ อปฺปาพาโธ จสิ กจฺจิ จกฺขุ น ปริหายติ ฯ

Royal Thai

ลำดับนั้น พระราชาเสด็จเข้าไปประทับนั่งเหนืออาสนะ อันปูลาดด้วย พระยี่ภู่มีสัมผัสอ่อนนิ่ม ณ ส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้ทรงปราศรัยไต่ถาม ทุกข์สุขว่า ผู้เป็นเจ้าสบายดีอยู่หรือ ลมมิได้กำเริบเสียดแทงหรือ ผู้ เป็นเจ้าเลี้ยงชีวิตโดยไม่ฝืดเคืองหรือ ได้บิณฑบาตพอเยียวยาชีวิตให้เป็น ไปอยู่หรือ ผู้เป็นเจ้ามีอาพาธน้อยหรือ จักษุมิได้เสื่อมไปจากปกติหรือ.

Pali

|๘๔๓.๑| ตํ คุโณ ปฏิสมฺโมทิ เวเทหํ วินเย รตํ ยาปนียํ มหาราช สพฺพเมตํ ตทูภยํ ฯ |๘๔๓.๒| กจฺจิ ตุยฺหํปิ เวเทห ปจฺจนฺตา น พลียเร กจฺจิ อโรคํ โยคฺคนฺเต กจฺจิ วหติ วาหนํ กจฺจิ เต พฺยาธิโย นตฺถิ สรีรสฺสุปตาปิยา ฯ

Royal Thai

คุณาชีวกทูลปราศรัยกับพระเจ้าวิเทหราชผู้ทรงยินดีในวินัยว่า ข้าแต่ พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าสบายดีอยู่ทุกประการ บ้านเมืองของ พระองค์ไม่กำเริบหรือ ช้างม้าของพระองค์หาโรคมิได้หรือ พาหนะยัง พอเป็นไปแหละหรือ พยาธิไม่มีมาเบียดเบียนพระสรีระของพระองค์ แลหรือ.

Pali

|๘๔๔.๑| ปฏิสมฺโมทิโต ราชา ตโต ปุจฺฉิ อนนฺตรา อตฺถํ ธมฺมญฺจ ญายญฺจ ธมฺมกาโม รเถสโภ ฯ |๘๔๔.๒| กถํ ธมฺมญฺจเร มจฺโจ มาตาปิตูสุ กสฺสป กถญฺจเร อาจริเย ปุตฺตทาเร กถญฺจเร ฯ |๘๔๔.๓| กถญฺจเรยฺย วุฑฺเฒสุ กถํ สมณพฺราหฺมเณ กถญฺจ พลกายสฺมึ กถํ ชนปเท จเร ฯ |๘๔๔.๔| กถํ ธมฺมญฺจริตฺวาน เปจฺจ คจฺฉนฺติ สุคฺคตึ กถญฺเจเก อธมฺมฏฺฐา ปตนฺติ นิรยํ อโธ ฯ

Royal Thai

เมื่อคุณาชีวกทูลปราศรัยแล้ว ทันทีนั้น พระราชาผู้เป็นจอมทัพทรงใคร่ ธรรมได้ตรัสถามอรรถธรรมและเหตุว่า ท่านกัสสปะ นรชนพึงประพฤติ ธรรมในมารดาและบิดาอย่างไร พึงประพฤติธรรมในอาจารย์อย่างไร พึง ประพฤติธรรมในบุตรและภรรยาอย่างไร พึงประพฤติธรรมในวุฒบุคคล อย่างไร พึงประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์อย่างไร พึงประพฤติ ธรรมในพลนิกายอย่างไร และพึงประพฤติธรรมในชนบทอย่างไร ชน ทั้งหลายประพฤติธรรมอย่างไร ละโลกนี้ไปแล้วจึงไปสู่สุคติ ส่วนคน บางพวกผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ไฉนจึงตกลงไปในนรก.

Pali

|๘๔๕.๑| เวเทหสฺส วโจ สุตฺวา กสฺสโป เอตทพฺรวิ สุโณหิ เม มหาราช สจฺจํ อวิตถํ ปทํ ฯ |๘๔๕.๒| นตฺถิ ธมฺมจริตสฺส ผลํ กลฺยาณปาปกํ นตฺถิ เทว ปรโลโก โก ตโต หิ อิธาคโต ฯ |๘๔๕.๓| นตฺถิ เทว ปิตโร วา กุโต มาตา กุโต ปิตา นตฺถิ อาจริโย นาม อทนฺตํ โก ทเมสฺสติ ฯ |๘๔๕.๔| สมตุลฺยานิ ภูตานิ นตฺถิ เชฏฺฐาปจายิกา นตฺถิ พลํ วิริยํ วา กุโต อุฏฺฐานโปริโส ฯ |๘๔๕.๕| นิยตานิ หิ ภูตานิ ยถา โคฏวิโส ตถา ลทฺเธยฺยํ ลภเต มจฺโจ ตตฺถ ทานผลํ กุโต ฯ |๘๔๕.๖| นตฺถิ ทานผลํ เทว อวโส เทววีริโย พาเลหิ ทานํ ปญฺญตฺตํ ปณฺฑิเตหิ ปฏิจฺฉิตํ อวสา เทนฺติ ธีรานํ พาลา ปณฺฑิตมานิโน ฯ

Royal Thai

คุณาชีวกกัสสปโคตร ได้ฟังพระดำรัสของพระเจ้าวิเทหราชแล้ว ได้ กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์ทรงสดับทางที่จริงแท้ของ พระองค์ ผลแห่งธรรมที่ประพฤติแล้วเป็นบุญเป็นบาปไม่มี ขอเดชะ ปรโลกไม่มี ใครเล่าจากปรโลกนั้นมาในโลกนี้ ปู่ย่าตายายไม่มี มารดา บิดาจักมีที่ไหน ขึ้นชื่อว่าอาจารย์ไม่มี ใครจักฝึกผู้ที่ฝึกไม่ได้ สัตว์เสมอ กันหมด ผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อท่านผู้เจริญไม่มี กำลังหรือความเพียร ไม่มี บุรุษผู้มีความหมั่นจักได้รับผลแต่ที่ไหน สัตว์ที่เกิดตามกันมา เหมือนเรือน้อยห้อยท้ายเรือใหญ่ สัตว์ย่อมได้สิ่งที่ควรได้ ในข้อนั้น ผลทานจักมีแต่ที่ไหน ผลทานไม่มี ความเพียรไม่มีอำนาจ ทานคนโง่ บัญญัติไว้ คนฉลาดรับทาน คนโง่สำคัญตัวว่าฉลาด เป็นผู้ไม่มีอำนาจ ย่อมให้ทานแก่นักปราชญ์ทั้งหลาย.

Pali

|๘๔๖.๑| สตฺติเม สสฺสตา กายา อจฺเฉชฺชา อวิโกปิโน เตโช ปฐวี อาโป จ วาโย สุขทุกฺขญฺจิเม ฯ |๘๔๖.๒| ชีเว จ สตฺติเม กายา เยสํ เฉตฺตา น วิชฺชติ นตฺถิ หนฺตา ว เฉตฺตา วา หญฺญเร วาปิ โกจินํ ฯ |๘๔๖.๓| อนฺตเรเยว กายานํ สตฺถานิ วีติวตฺตเร โย จายํ สิรมาทาย ปเรสํ นิสิตาสินา น โส ฉินฺทติ เต กาเย ตตฺถ ปาปผลํ กุโต ฯ |๘๔๖.๔| จุลฺลาสีติมหากปฺเป สพฺเพ สุชฺฌนฺติ สํสรํ อนาคเต ตมฺหิ กาเล สญฺญโตปิ น สุชฺฌติ ฯ |๘๔๖.๕| จริตฺวาปิ พหุํ ภทฺรํ เนว สุชฺฌนฺติ นาคเต ปาปญฺเจปิ พหุํ กตฺวา ตํ ขณํ นาติวตฺตเร ฯ |๘๔๖.๖| อนุปุพฺเพน โน สุทฺธิ กปฺปานํ จุลฺลาสีติยา นิยตึ นาติวตฺตาม เวลนฺตมิว สาคโร ฯ

Royal Thai

รูปกายอันเป็นที่รวม ดิน น้ำ ลม ไฟ สุข ทุกข์และชีวิต ๗ ประการนี้ เป็นของเที่ยง ไม่ขาดสูญ ไม่กำเริบ รูปกาย ๗ ประการนี้ ของสัตว์ เหล่าใด ชื่อว่าขาดไม่มี ผู้ที่ถูกฆ่าหรือถูกตัด หรือเบียดเบียนใครๆ ไม่มี ศาตราทั้งหลายพึงเป็นไปในระหว่างรูปกาย ๗ ประการนี้ ผู้ใด ตัดศีรษะของผู้อื่นด้วยดาบอันคม ผู้นั้นไม่ชื่อว่าตัดร่างกายเหล่านั้น ใน การทำเช่นนั้น ผลบาปจะมีแต่ที่ไหน สัตว์ทุกจำพวกท่องเที่ยวอยู่ใน วัฏสงสาร ๘๔ มหากัป ย่อมบริสุทธิ์ได้เอง เมื่อยังไม่ถึงกาลนั้น แม้จะ สำรวมด้วยดีก็บริสุทธิ์ไม่ได้ เมื่อยังไม่ถึงกาลนั้น แม้จะประพฤติความดี มากมาย ก็บริสุทธิ์ไม่ได้ ถ้าแม้กระทำบาปมากมาย ก็ไม่ล่วงขณะนั้น ไป ในวาทะของเราทั้งหลาย ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้โดยลำดับเมื่อถึง ๘๔ กัป พวกเราไม่ล่วงเลยเขตอันแน่นอนนั้น เหมือนคลื่นไม่ล่วงเลย ฝั่งไป ฉะนั้น.

Pali

|๘๔๗.๑| กสฺสปสฺส วโจ สุตฺวา อลาโต เอตทพฺรวิ ยถา ภทนฺโต ภณติ มยฺหเมตํว รุจฺจติ ฯ |๘๔๗.๒| อหํปิ ปุริมํ ชาตึ สเร สํสริตตฺตโน ปิงฺคโล นามหํ อาสึ ลุทฺโท โคฆาตโก ปุเร ฯ |๘๔๗.๓| พาราณสิยํ ผีตายํ พหุํ ปาปํ กตํ มยา พหู มยา หตา ปาณา มหึสา สูกรา อชา ฯ |๘๔๗.๔| ตโต จุตาหํ อิธ ชาโต อิทฺเธ เสนาปติกุเล นตฺถิ นูน ผลํ ปาเป โยหํ น นิรยํ คโต ฯ

Royal Thai

อลาตเสนาบดีได้ฟังคำของคุณาชีวกกัสสปโคตรแล้ว ได้กล่าวขึ้นว่า ท่าน ผู้เจริญกล่าว ฉันใด คำนั้นข้าพเจ้าชอบใจ ฉันนั้น แม้ข้าพเจ้าก็ระลึกชาติ หนหลังของตนได้ชาติหนึ่ง คือในชาติก่อน ข้าพเจ้าเกิดในเมืองพาราณสี อันเป็นเมืองมั่งคั่ง เป็นนายพรานฆ่าโค ชื่อปิงคละ ข้าพเจ้าได้ทำบาป- กรรมไว้มาก ได้ฆ่าสัตว์ที่มีชีวิต คือ กระบือ สุกร แพะ เป็นอันมาก ข้าพเจ้าจุติจากชาตินั้นแล้ว มาเกิดในตระกูลเสนาบดีอันบริบูรณ์นี้ บาปไม่มีผลแน่ ข้าพเจ้าจึงไม่ต้องไปนรก.

Pali

|๘๔๘.๑| อเถตฺถ วีชโก นาม ทาโส อาสิ ปฏชฺชรี ฯ อุโปสถํ อุปวสนฺโต คุณสนฺติกุปาคมิ ฯ |๘๔๘.๒| กสฺสปสฺส วโจ สุตฺวา อลาตสฺส จ ภาสิตํ ปสฺสสนฺโต มุหุํ อุณฺหํ รุทํ อสฺสูนิ วตฺตยิ ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น ในมิถิลานครนี้ มีคนเข็ญใจเป็นทาสเขาผู้หนึ่ง ชื่อวีชกะ รักษาอุโบสถศีล ได้เข้าไปยังสำนักของคุณาชีวก ได้ฟังคำของกัสสป- คุณาชีวก และอลาตเสนาบดีกล่าวกันอยู่ ถอนหายใจฮึดฮัด ร้องไห้ น้ำตาไหล.

Pali

ตมนุปุจฺฉิ เวเทโห กิมตฺถํ สมฺม โรทสิ กินฺเต สุตํ วา ทิฏฺฐํ วา กึ มํ เวเทสิ เวทนํ ฯ

Royal Thai

พระเจ้าวิเทหราช ได้ตรัสถามนายวีชกะนั้นว่า สหายเอ๋ย เจ้าร้องไห้ ทำไม เจ้าได้ฟังได้เห็นอะไรมาหรือ เจ้าได้รับทุกขเวทนาอะไร จงบอก ให้เราทราบ.

Pali

|๘๕๐.๑| เวเทหสฺส วโจ สุตฺวา วีชโก เอตทพฺรวิ นตฺถิ เม เวทนา ทุกฺขา มหาราช สุโณหิ เม ฯ |๘๕๐.๒| อหํปิ ปุริมํ ชาตึ สรามิ สุขมตฺตโน สาเกตาหํ ปุเร อาสึ ภาวเสฏฺฐี คุเณ รโต ฯ |๘๕๐.๓| สมฺมโต พฺราหฺมณิพฺภานํ สํวิภาครโต สุจิ น จาปิ ปาปกํ กมฺมํ สรามิ กตมตฺตโน ฯ |๘๕๐.๔| ตโต จุตาหํ เวเทห อิธ ชาโต ทุริตฺถิยา คพฺภมฺหิ กุมฺภทาสิยา ยโต ชาโต สุทุคฺคโต ฯ |๘๕๐.๕| เอวมฺปิ ทุคฺคโต สนฺโต สมจริยมธิฏฺฐิโต อุปฑฺฒภาคํ ภตฺตสฺส ททามิ โย เม อิจฺฉติ ฯ |๘๕๐.๖| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ สทา อุปวสามหํ น จาปิ ปาเณ หึสามิ เถยฺยญฺจาปิ วิวชฺชยึ ฯ |๘๕๐.๗| สพฺพเมว หิ นูเนตํ สุจิณฺณํ ภวติ นิปฺผลํ นิรตฺถํ มญฺญิทํ สีลํ อลาโต ภาสตี ยถา ฯ |๘๕๐.๘| กลิเมว นูน คณฺหามิ อสิปฺโป ธุตฺตโก ยถา กฏํ อลาโต คณฺหาติ กิตโว สิกฺขิโต ยถา ฯ |๘๕๐.๙| ทฺวารํ นปฺปฏิปสฺสามิ เยน คจฺฉามิ สุคฺคตึ ตสฺมา ราช ปโรทามิ สุตฺวา กสฺสปภาสิตํ ฯ

Royal Thai

นายวีชกะได้ฟังพระดำรัสของพระเจ้าวิเทหราชแล้ว ได้กราบทูลว่า ข้า พระองค์ไม่มีทุกขเวทนาเลย ข้าแต่พระมหาราชา ขอได้ทรงพระกรุณา ฟังข้าพระพุทธเจ้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ยังระลึกถึงความสุขสบายของตน ในชาติก่อนได้ คือ ในชาติก่อน ข้าพระพุทธเจ้าเกิดเป็นภาวเศรษฐี ยินดีในคุณธรรม อยู่ในเมืองสาเกต ข้าพระพุทธเจ้านั้นอบรมตนดีแล้ว ยินดีในการบริจาคทานแก่พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย มีการงานอัน สะอาด ข้าพระพุทธเจ้าระลึกถึงบาปกรรมที่ตนกระทำแล้วไม่ได้เลย ข้า- แต่พระเจ้าวิเทหราช ข้าพระพุทธเจ้าจุติจากชาตินั้นแล้ว มาเกิดในครรภ์ ของนางกุมภทาสีหญิงขัดสนในมิถิลามหานครนี้ จำเดิมแต่เวลาที่เกิด แล้ว ข้าพระพุทธเจ้าก็ยากจนเรื่อยมา แม้ข้าพระพุทธเจ้าจะเป็นคนยาก จนอย่างนี้ ก็ตั้งมั่นอยู่ในความประพฤติชอบ ได้ให้อาหารกึ่งหนึ่งแก่ ท่านที่ปรารถนา ได้รักษาอุโบสถศีลในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ทุกเมื่อ ไม่ ได้เบียดเบียนสัตว์และไม่ได้ลักทรัพย์เลย กรรมทั้งปวงที่ข้าพระพุทธเจ้า ประพฤติดีแล้วนั้น ไร้ผลเป็นแน่ ศีลนี้เห็นจะไร้ประโยชน์ เหมือน อลาตเสนาบดีกล่าว ข้าพระพุทธเจ้ากำเอาแต่ความปราชัยไว้ เหมือน นักเลงผู้มิได้ฝึกหัดฉะนั้นเป็นแน่ ส่วนอลาตเสนาบดีย่อมกำเอาแต่ชัย ชนะไว้ ดังนักเลงผู้ชำนาญการพนัน ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าไม่เห็น ประตูอันเป็นเหตุไปสู่สุคติเลย ข้าแต่พระราชา เพราะเหตุนั้น ข้า- พระพุทธเจ้าได้ฟังคำของกัสสปคุณาชีวกแล้ว จึงร้องไห้.

Pali

|๘๕๑.๑| วีชกสฺส วโจ สุตฺวา ราชา องฺคติมพฺรวิ นตฺถิ ทฺวารํ สุคติยา นิยตํ กงฺข วีชก ฯ |๘๕๑.๒| สุขํ วา ยทิ วา ทุกฺขํ นิยตํ กิร ลพฺภติ สํสารสุทฺธิ สพฺเพสํ มา ตุริโต อนาคเต ฯ |๘๕๑.๓| อหมฺปิ ปุพฺเพ กลฺยาโณ พฺราหฺมณิพฺเภสุ ปาวโฏ โวหารมนุสาสนฺโต รติหีโน ตทนฺตรา ฯ

Royal Thai

พระเจ้าอังคติราชทรงสดับคำของนายวีชกะแล้ว ได้ตรัสว่า ประตูสุคติ ไม่มี ยังสงสัยอยู่อีกหรือวีชกะ ได้ยินว่า สุขหรือทุกข์สัตว์ย่อมได้เอง แน่นอน สัตว์ทั้งปวงหมดจดได้ด้วยการเวียนเกิดเวียนตาย เมื่อยังไม่ ถึงเวลาอย่ารีบด่วนไปเลย เมื่อก่อนแม้เราก็เป็นผู้กระทำความดี ขวน- ขวายในพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย อนุศาสน์ราชกิจอยู่เนืองๆ งด เว้นจากความยินดีในกามคุณตลอดกาลประมาณเท่านี้.

Pali

ปุนปิ ภนฺเต ทกฺเขมุ สงฺคติ เจ ภวิสฺสติ ฯ อิทํ วตฺวาน เวเทโห ปจฺจคา สนฺนิเวสนํ ฯ

Royal Thai

ท่านผู้เจริญ เราทั้งหลายจะได้พบกันอีก ถ้าเราทั้งหลายจักมีการสมาคม กัน (เมื่อผลบุญไม่มี จะมีประโยชน์อะไรด้วยการพบท่าน) พระเจ้า- วิเทหราชครั้นตรัสดังนี้แล้ว ก็เสด็จกลับไปยังพระราชนิเวศน์ของ พระองค์.

Pali

|๘๕๓.๑| ตโต รตฺยา วิวสเน อุปฏฺฐานมฺปิ องฺคติ อมจฺเจ สนฺนิปาเตตฺวา อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๘๕๓.๒| จนฺทเก เม วิมานสฺมึ สทา กาเม วิเธนฺตุ เม มา มุปคจฺฉุํ อตฺเถสุ คุยฺหปฺปกาสิเยสุ จ ฯ |๘๕๓.๓| วิชโย จ สุนาโม จ เสนาปติ อลาตโก เอเต อตฺเถ นิสีทนฺตุ โวหารกุสลา ตโย ฯ |๘๕๓.๔| อิทํ วตฺวาน เวเทโห กาเมว พหุ มญฺญถ น จาปิ พฺราหฺมณิพฺเภสุ อตฺเถ กิสฺมิญฺจิ ปาวโฏ ฯ

Royal Thai

ตั้งแต่รุ่งสว่าง พระเจ้าอังคติราชรับสั่งให้ประชุมเหล่าอำมาตย์ ในที่ ประทับสำราญพระองค์ แล้วตรัสว่า จงจัดกามคุณทั้งหลายเพื่อเราไว้ใน จันทกปราสาทของเราทุกเมื่อ เมื่อข้อราชการลับและเปิดเผยเกิดขึ้น ใครๆ อย่าเข้ามาหาเรา อำมาตย์ผู้ฉลาดในราชกิจ ๓ นาย คือ วิชย- อำมาตย์ ๑ สุนามอำมาตย์ ๑ อลาตเสนาบดี ๑ จงนั่งพิจารณาข้อ ราชการเหล่านั้น พระเจ้าวิเทหราชครั้นตรัสดังนี้แล้ว จึงตรัสว่า ท่าน ทั้งหลายจงใส่ใจกามคุณให้มาก ไม่ต้องขวนขวายในพราหมณ์ คฤหบดี และกิจการอะไรเลย.

Pali

|๘๕๔.๑| ตโต เทฺวสตฺตรตฺตสฺส เวเทหสฺสตฺรชา ปิยา ราชกญฺญา รุจา นาม ธาติมาตรมพฺรวิ ฯ |๘๕๔.๒| อลงฺกโรถ มํ อมฺม สขิโย จ อลงฺกโรนฺตุ เม สุเว ปณฺณรโส ทิโพฺย คจฺฉํ ปิตุสฺส สนฺติเก ฯ |๘๕๔.๓| ตสฺสา มาลฺยํ อภิหรึสุ จนฺทนญฺจ มหารหํ มณิสงฺขมุตฺตารตนํ นานารตฺเต จ อมฺพเร ฯ |๘๕๔.๔| ตญฺจ โสวณฺณมเย ปีเฐ นิสินฺนํ พหุกิตฺถิโย ปริกีริย อโสภึสุ รุจํ รุจิรวณฺณินึ ฯ

Royal Thai

ตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันที่ ๑๔ ราชกัญญาพระนามว่ารุจา ผู้เป็นพระธิดาที่ โปรดปรานของพระเจ้าวิเทหราช ได้ตรัสกะพระพี่เลี้ยงว่า ขอท่าน ทั้งหลายช่วยประดับให้ฉันด้วย และหญิงสหายทั้งหลายของเราก็จง ประดับ พรุ่งนี้ ๑๕ ค่ำ เป็นวันทิพย์ ฉันจะไปเฝ้าพระชนกนาถ พระ- พี่เลี้ยงทั้งหลายได้จัดมาลัย แก่นจันทน์ แก้วมณี สังข์ แก้วมุกดา และผ้าต่างๆ สี อันมีค่ามาก มาถวายแก่พระนางรุจาราชกัญญา หญิง บริวารเป็นอันมาก ห้อมล้อมพระนางรุจาราชธิดาผู้มีพระฉวีวรรณงาม ผุดผ่อง ประทับนั่งอยู่บนตั่งทอง งามโสภาราวกะนางเทพกัญญา.

Pali

|๘๕๕.๑| สา จ สขีมชฺฌคตา สพฺพาภรณภูสิตา สเตริตา อพฺภมิว จนฺทกํ ปาวิสี รุจา ฯ |๘๕๕.๒| อุปสงฺกมิตฺวา เวเทหํ วนฺทิตฺวา วินเย รตํ สุวณฺณขจิเต ปีเฐ เอกมนฺตํ อุปาวิสิ ฯ

Royal Thai

ก็พระนางรุจาราชธิดานั้น ประดับด้วยเครื่องสรรพาภรณ์ เสด็จไป ณ ท่ามกลางหญิงสหาย เพียงดังสายฟ้าแลบออกจากเมฆ เสด็จเข้าสู่ จันทกปราสาท พระราชธิดาเสด็จเข้าไปเฝ้าพระเจ้าวิเทหราช ถวาย บังคมพระชนกนาถ ผู้ทรงยินดีในวินัย แล้วประทับอยู่ ณ ตั่งอันวิจิตร ด้วยทองคำส่วนหนึ่ง.

Pali

|๘๕๖.๑| ตญฺจ ทิสฺวาน เวเทโห อจฺฉรานํว สงฺคมํ รุจํ สขิมชฺฌคตํ อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๘๕๖.๒| กจฺจิ รมสิ ปาสาเท อนฺโต โปกฺขรณึ ปติ กจฺจิ พหุวิธํ ขชฺชํ สทา อภิหรนฺติ เต ฯ |๘๕๖.๓| กจฺจิ พหุวิธํ มาลฺยํ โอจินิตฺวา กุมาริโย ฆรเก กโรถ ปจฺเจกํ ขิฑฺฑา รติรตา อหุ ฯ |๘๕๖.๔| เกน วา วิกลํ ตุยฺหํ กึ ขิปฺปํ อาหรนฺตุ เต มโน กรสฺสุ กุฏฺฏมุขี อปิ จนฺทสมํ หิ เต ฯ

Royal Thai

ก็พระเจ้าวิเทหราช ทอดพระเนตรเห็นพระนางรุจาราชธิดาผู้ประทับอยู่ ท่ามกลางหญิงสหาย ซึ่งเป็นดังสมาคมแห่งนางเทพอัปสร จึงตรัสถาม ว่า ลูกหญิงยังรื่นรมย์อยู่ในปราสาทและยังประพาสอยู่ในอุทยาน เล่นน้ำ ในสระโบกขรณีเพลิดเพลินอยู่หรือ เขายังนำของเสวยมากอย่างมาให้ ลูกหญิงเสมอหรือ ลูกหญิงและเพื่อนหญิงของลูก ยังเก็บดอกไม้ต่างๆ ชนิดมาร้อยพวงมาลัย และยังช่วยกันทำเรือนหลังเล็กๆ เล่นเพลิด- เพลินอยู่หรือ ลูกหญิงขาดแคลนอะไรบ้าง เขารีบนำสิ่งของมาให้ทันใจ ลูกอยู่หรือ ลูกรักผู้มีพักตร์อันผ่องใส จงบอกความชอบใจแก่พ่อเถิด แม้สิ่งนั้นจะเสมอดวงจันทร์ พ่อก็จักให้เกิดแก่ลูกจนได้.

Pali

|๘๕๗.๑| เวเทหสฺส วโจ สุตฺวา รุจา ปิตรมพฺรวิ สพฺพเมตํ มหาราช ลพฺภติสฺสรสนฺติเก ฯ |๘๕๗.๒| สุเว ปณฺณรโส ทิโพฺย สหสฺสํ อาหรนฺตุ เม ยถา ทินฺนญฺจ ทสฺสามิ ทานํ สพฺพวณีสฺวหํ ฯ

Royal Thai

พระนางรุจาราชธิดา ได้สดับพระดำรัสของพระเจ้าวิเทหราชแล้ว กราบ- ทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชา กระหม่อมฉันย่อมได้สิ่งของทุกๆ อย่างใน สำนักของทูลกระหม่อม พรุ่งนี้ ๑๕ ค่ำ เป็นวันทิพย์ ขอราชบุรุษ ทั้งหลายจงนำพระราชทรัพย์พันหนึ่งมาให้ กระหม่อมฉันจักให้ทานแก่ วณิพกทั้งปวงตามที่ให้มาแล้ว.

Pali

|๘๕๘.๑| รุจาย วจนํ สุตฺวา ราชา องฺคติมพฺรวิ พหุํ วินาสิตํ วิตฺตํ นิรตฺถํ อผลํ ตยา ฯ |๘๕๘.๒| อุโปสเถ วสํ นิจฺจํ อนฺนปานํ น ภุญฺชสิ นิยเตตํ อภุตฺตพฺพํ นตฺถิ ปุญฺญํ อภุญฺชโต |๘๕๘.๓| วิชโกปิ หิ สุตฺวาน ตทา กสฺสปภาสิตํ ปสฺสสนฺโต มุหุํ อุณฺหํ รุทํ อสฺสูนิ วตฺตยิ ฯ |๘๕๘.๔| ยาว รุเจ ชีวมานา มา ภตฺตมปนามยิ นตฺถิ ภทฺเท ปโร โลโก กึ นิรตฺถํ วิหญฺญสิ ฯ

Royal Thai

พระเจ้าอังคติราชได้สดับพระดำรัสของพระนางรุจาราชธิดา แล้วตรัสว่า ลูกหญิงทำทรัพย์ให้พินาศเสียเป็นอันมาก หาผลประโยชน์มิได้ ลูกหญิง ยังรักษาอุโบสถศีล ไม่บริโภคข้าวน้ำเป็นนิตย์อยู่ ลูกหญิงไม่บริโภค ข้าวน้ำเป็นนิตย์ บุญไม่มี แม้วีชกบุรุษได้ฟังคำของคุณาชีวกกัสสปโคตร ในกาลนั้น แล้วถอนหายใจฮึดฮัด ร้องไห้น้ำตาไหล ลูกหญิงรุจาเอ๋ย ตราบเท่าที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ อย่าอดอาหารเลย ปรโลกไม่มี ลูกหญิงจะ ลำบากไปทำไม ไร้ประโยชน์.

Pali

|๘๕๙.๑| เวเทหสฺส วโจ สุตฺวา รุจา รุจิรวณฺณินี ชานํ ปุพฺพาปรํ ธมฺมํ ปิตรํ เอตทพฺรวิ ฯ |๘๕๙.๒| สุตเมว ปุเร อาสิ ปจฺจกฺขํ ทิฏฺฐมิทํ มยา พาลูปเสวี โย โหติ พาโลว สมปชฺชถ ฯ |๘๕๙.๓| มุโฬฺห หิ มุฬฺหมาคมฺม ภิยฺโย โมหํ นิคจฺฉติ ปฏิรูปํ อลาเตน วีชเกน จ มุยฺหิตุํ ฯ

Royal Thai

พระนางรุจาราชธิดาผู้มีพระฉวีวรรณงดงาม ทรงทราบกฎธรรมดาในอดีต ๗ ชาติ ในอนาคต ๗ ชาติ ได้สดับพระดำรัสของพระเจ้าวิเทหราชแล้ว กราบทูลพระชนกนาถว่า แต่ก่อนกระหม่อมฉันได้ฟังมาเท่านั้น กระ- หม่อมฉันเห็นประจักษ์เองข้อนี้ว่า ผู้ใดเข้าไปเสพคนพาล ผู้นั้นก็เป็น พาลไปด้วย ผู้หลงอาศัยคนหลง ย่อมถึงความหลงยิ่งขึ้น อลาตเสนาบดี และนายวีชกะสมควรจะหลง.

Pali

|๘๖๐.๑| ตฺวญฺจ เทวาสิ สปฺปญฺโญ ธีโร อตฺถสฺส โกวิโท กถํ พาเลหิ สทิโส หีนทิฏฺฐิมุปาคมิ ฯ |๘๖๐.๒| สเจ หิ สํสารปเถน สุชฺฌติ นิรตฺถิยา ปพฺพชฺชา คุณสฺส กีโฏว อคฺคึ ชลิตํ อปาปตํ อาปชฺชติ โมหมุโฬฺห นคฺคภาวํ ฯ |๘๖๐.๓| สํสารสุทฺธีติ ปุเร นิวิฏฺฐา กมฺมํ วิทูเสนฺติ พหู อชานํ ปุพฺเพ กลิ ทุคฺคหิโตว อตฺโถ ทุมฺโมจโย พลิสา อมฺพุโชว ฯ

Royal Thai

ขอเดชะ ส่วนพระองค์มีพระปรีชา ทรงเป็นนักปราชญ์ ทรงฉลาดรู้ซึ่ง อรรถ จะทรงเป็นเช่นกับพวกคนพาล เข้าถึงซึ่งทิฏฐิอันเลวได้อย่างไร ก็ถ้าสัตว์จะบริสุทธิ์ได้ด้วยการท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ การบวชของ คุณาชีวกก็ไม่มีประโยชน์ คุณาชีวกเป็นคนหลงงมงาย ย่อมถึงความ เป็นคนเปลือย เหมือนตั๊กแตนหลงบินเข้ากองไฟ ฉะนั้น คนเป็นอัน มากผู้ไม่รู้อะไร ได้ฟังคำของกัสสปคุณาชีวกว่า ความหมดจดย่อมไม่มี ได้ด้วยสังสารวัฏ ก็เชื่อมั่นเสียก่อนทีเดียว จึงพากันปฏิเสธกรรมและ ผลของกรรม โทษคือความฉิบหายที่ยึดไว้ผิดในเบื้องต้น ก็อยากที่จะ เปลื้องได้เหมือนปลาติดเบ็ด ยากที่จะเปลื้องตนออกจากเบ็ดได้ ฉะนั้น.

Pali

|๘๖๑.๑| อุปมนฺเต กริสฺสามิ มหาราช ตวตฺถิยา อุปมายปิเธกจฺเจ อตฺถํ ชานนฺติ ปณฺฑิตา ฯ |๘๖๑.๒| วาณิชานํ ยถา นาวา อปฺปมาณภารา ครุ อติภารํ สมาทาย อณฺณเว อวสีทติ ฯ |๘๖๑.๓| เอวเมว นโร ปาปํ โถกํ โถกมฺปิ อาจินํ อติภารํ สมาทาย นิรเย อวสีทติ ฯ |๘๖๑.๔| น ตาว ภาโร ปริปูโร อลาตสฺส มหีปติ อาจินาติ จ ตํ ปาปํ เยน คจฺฉติ ทุคฺคตึ ฯ |๘๖๑.๕| ปุพฺเพวสฺส กตํ ปุญฺญํ อลาตสฺส มหีปติ ตสฺเสว เทว นิสฺสนฺโท ยญฺเจโส ลภเต สุขํ ฯ |๘๖๑.๖| ขียเตวสฺส ตํ ปุญฺญํ ตถาหิ อคุเณ รโต อุชุมคฺคํ อวหาย กุมฺมคฺคํ อนุธาวติ ฯ |๘๖๑.๗| ตุลา ยถา ปคฺคหิตา โอหิเต ตุลมณฺฑเล อุนฺนเมติ ตุลาสีสํ ภาเร โอโรปิเต สติ ฯ |๘๖๑.๘| เอวเมว นโร ปุญฺญํ โถกํ โถกมฺปิ อาจินํ สคฺคาติมาโน ทาโสว วีชโก สาตเว รโต ฯ |๘๖๑.๙| ยมชฺช วีชโก ทาโส ทุกฺขํ ปสฺสติ อตฺตนิ ปุพฺเพวสฺส กตํ ปาปํ ตเมโส ปฏิเสวติ ฯ |๘๖๑.๑๐| ขียเตวสฺส ตํ ปาปํ ตถาหิ วินเย รโต กสฺสปญฺจ สมาปชฺช มาเหวุปฺปถมาคมา ฯ

Royal Thai

ข้าแต่พระราชา กระหม่อมฉันจักยกตัวอย่างมาเปรียบถวายเพื่อประโยชน์ แก่ทูลกระหม่อม บัณฑิตทั้งหลายในโลกนี้ บางพวกย่อมรู้เนื้อความได้ ด้วยอุปมา เปรียบเหมือนเรือของพ่อค้า บรรทุกสินค้าหนักเกินประมาณ ย่อมนำสินค้าอันหนักยิ่งจมลงในมหาสมุทร ฉันใด นรชนสั่งสมบาป- กรรมทีละน้อยๆ ก็ย่อมพาเอาบาปอันหนักยิ่งไปจมลงในนรก ฉันนั้น ทูลกระหม่อมเพคะ อกุศลอันหนักของอลาตเสนาบดียังไม่บริบูรณ์ก่อน อลาตเสนาบดียังสั่งสมบาปอันเป็นเหตุให้ไปสู่ทุคติอยู่ ขอเดชะ การที่ อลาตเสนาบดีได้รับความสุขอยู่ในบัดนี้ เป็นผลบุญที่ตนได้ทำไว้แล้ว ในปางก่อนนั่นเอง บุญของอลาตเสนาบดีนั้นจะหมดสิ้น อลาตเสนาบดี จึงมายินดีในอกุศลกรรมอันไม่ใช่คุณ หลีกละทางตรงเดินไปตามทาง อ้อม นรชนสั่งสมบุญไว้แม้ทีละน้อยๆ ย่อมไปสู่เทวโลก เหมือน วีชกบุรุษผู้เป็นทาสยินดีในกรรมอันงาม ย่อมมุ่งไปสู่สวรรค์ได้ เปรียบ เหมือนตาชั่งที่กำลังชั่งของ ย่อมต่ำลงข้างหนึ่ง เมื่อเอาของหนักออกเสีย ข้างที่ต่ำก็จะสูงขึ้น ฉะนั้น นายวีชกะผู้เป็นทาส เห็นทุกข์ในตนวันนี้ เพราะได้เสพบาปกรรมที่ตนกระทำไว้ในปางก่อน บาปของเขาจะหมด สิ้น เขาจึงมายินดีในวินัยอย่างนั้น ทูลกระหม่อมอย่าคบหากัสสป- คุณาชีวก ทรงดำเนินทางผิดเลย เพคะ.

Pali

|๘๖๒.๑| ยํ ยํ หิ ราช ภชติ สนฺตํ วา ยทิวา อสํ สีลวนฺตํ วิสีลํ วา วสํ ตสฺเสว คจฺฉติ ฯ |๘๖๒.๒| ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ ยาทิสญฺจูปเสวติ โสปิ ตาทิสโก โหติ สหวาโส หิ ตาทิโส ฯ |๘๖๒.๓| เสวมาโน เสวมานํ สํผุฏฺโฐ สํผุสํ ปรํ สโร ทุฏฺโฐ กลาปํว อลิตฺตมุปลิมฺปติ อุปเลปภยา ธีโร เนว ปาปสขา สิยา ฯ |๘๖๒.๔| ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ กุสาปิ ปูตี วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา ฯ |๘๖๒.๕| ตครญฺจ ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา ฯ |๘๖๒.๖| ตสฺมา ปตฺตปุฏสฺเสว ญตฺวา สมฺปากมตฺตโน อสนฺเต นูปเสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ สนฺโต ปาเปนฺติ สุคตึ ฯ

Royal Thai

ข้าแต่พระราชบิดา บุคคลคบคนเช่นใดๆ เป็นบุรุษผู้มีศีลหรืออสัตบุรุษ ผู้ไม่มีศีล เขาย่อมตกอยู่ในอำนาจของผู้นั้น บุคคลกระทำคนเช่นใดให้ เป็นมิตร และเข้าไปคบหาคนเช่นใด แม้เขาก็ย่อมเป็นเช่นคนนั้น เพราะ การอยู่ร่วมกันย่อมเป็นเช่นนั้นได้ ผู้เสพย่อมติดนิสัยผู้ที่ตนเสพ ผู้ ติดต่อย่อมติดนิสัยผู้ที่ตนติดต่อ เหมือนลูกศรอาบยาพิษย่อมเปื้อนแล่ง ฉะนั้น นักปราชญ์ไม่ควรเป็นผู้มีคนลามกเป็นสหาย เพราะกลัวจะแปด เปื้อน การเสพคนพาล ย่อมเป็นเหมือนบุคคลเอาใบไม้ห่อปลาเน่า แม้ใบไม้ก็มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป ฉะนั้น ส่วนการคบหาสมาคมกับนักปราชญ์ ย่อมเป็นเหมือนบุคคลเอาใบไม้ห่อของหอม แม้ใบไม้ก็มีกลิ่นหอมฟุ้งไป ฉะนั้น เพราะฉะนั้น บัณฑิตรู้ความเป็นบัณฑิตของตนดังใบไม้สำหรับ ห่อ จึงไม่คบหาสมาคมอสัตบุรุษ คบหาสมาคมสัตบุรุษ อสัตบุรุษย่อม นำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมให้ถึงสุคติ.

Pali

|๘๖๓.๑| อหมฺปิ ชาติโย สตฺต สเร สํสริตตฺตโน อนาคเตปิ สตฺเตว ยา คมิสฺสํ อิโต จุตา ฯ |๘๖๓.๒| ยา เม สา สตฺตมี ชาติ อหุ ปุพฺเพ ชนาธิป กมฺมารปุตฺโต มคเธสุ อหุ ราชคเห ปุเร ฯ |๘๖๓.๓| ปาปํ สหายมาคมฺม พหุ ปาปํ กตํ มยา ปรทารสฺส เหเฐนฺตา จริมฺหา อมรา วิย ฯ |๘๖๓.๔| ตํ กมฺมํ นิหิตํ อฏฺฐา ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก อถ อญฺเญหิ กมฺเมหิ อชายึ วํสภูมิยํ ฯ |๘๖๓.๕| โกสมฺพิยํ เสฏฺฐิกุเล อิทฺเธ ผีเต มหทฺธเน เอกปุตฺโต มหาราช นิจฺจํ สกฺกตปูชิโต ฯ |๘๖๓.๖| ตตฺถ มิตฺตํ อเสวิสฺสํ สหายํ สาตเว รตํ ปณฺฑิตํ สุตสมฺปนฺนํ โส มํ อตฺเถ นิเวสยิ ฯ |๘๖๓.๗| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ พหุํ รตฺติมุปาวิสึ ตํ กมฺมํ นิหิตํ อฏฺฐา นิธีว อุทกนฺติเก ฯ |๘๖๓.๘| อถ ปาปานํ กมฺมานํ ยเมตํ มคเธ กตํ ผลํ ปริยาคตํ ปจฺฉา ภุตฺวา ทุฏฺฐวิสํ ยถา ฯ |๘๖๓.๙| ตโต จุตาหํ เวเทห โรรุเว นิรเย จิรํ สกมฺมุนา อปจิสฺสํ ตํ สรํ น สุขํ ลเภ ฯ |๘๖๓.๑๐| พหุวสฺสคเณ ตตฺถ เขปยิตฺวา พหุํ ทุกฺขํ ภินฺนาคเต อหุ ราช ฉกโล อุทฺธตปฺผโล ฯ

Royal Thai

แม้กระหม่อมฉันก็ระลึกชาติที่ตนได้ท่องเที่ยวมาแล้วได้ ๗ ชาติ และ ระลึกชาติที่ตนจุติจากชาตินี้แล้วจักไปเกิดในอนาคตอีก ๗ ชาติ ข้าแต่ พระจอมประชาชน ชาติที่ ๗ ของกระหม่อมฉันในอดีต กระหม่อมฉัน เกิดเป็นบุตรนายช่างทองในแคว้นมคธราชคฤห์มหานคร กระหม่อมฉัน ได้คบหาสหายผู้ลามก ทำบาปกรรมไว้มาก เที่ยวคบชู้ภรรยาของชายอื่น เหมือนจะไม่ตาย กรรมนั้นยังไม่ให้ผล เหมือนไฟอันเถ้าปกปิดไว้ ใน กาลต่อมาด้วยกรรมอื่นๆ กระหม่อมฉันนั้น ได้เกิดในวังสรัฐเมือง โกสัมพี เป็นบุตรเดียวในสกุลเศรษฐีผู้สมบูรณ์ มั่งคั่ง มีทรัพย์มากมาย คนทั้งหลายสักการะบูชาอยู่เป็นนิตย์ ในชาตินั้น กระหม่อมฉันได้คบหา สมาคมมิตรสหายผู้ยินดีในกรรมอันงาม ผู้เป็นบัณฑิต เป็นพหูสูต เขา ได้แนะนำให้กระหม่อมฉันรักษาอุโบสถศีลในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ตลอด ราตรีเป็นอันมาก กรรมนั้นยังไม่ให้ผล ดังขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ใต้น้ำ ครั้น ภายหลังบรรดาบาปกรรมทั้งหลาย ปรทารกกรรมอันใดที่กระหม่อมฉัน ได้กระทำไว้ในมคธรัฐ ผลแห่งกรรมนั้นมาถึงกระหม่อมฉันแล้ว เหมือน ดื่มยาพิษอันร้ายแรง ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉัน จุติจากตระกูลเศรษฐีนั้นแล้ว ต้องหมกไหม้อยู่ในโรรุวนรกสิ้นกาลนาน เพราะกรรมของตน กระหม่อมฉันระลึกถึงทุกข์ที่ได้เสวยในนรกนั้น ไม่ได้ความสุขเลย กระหม่อมฉันยังทุกข์เป็นอันมากให้สิ้นไปในนรกนั้น นานปี แล้วเกิดเป็นลาถูกเขาตอนอยู่ในภินนาคตมหานคร.

Pali

|๘๖๔.๑| สาตปุตฺตา มยา วุฬฺหา ปิฏฺฐิยา จ รเถน จ ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท ปรทารคมนสฺส เม ฯ |๘๖๔.๒| ตโต จุตาหํ เวเทห กปิ อาสึ พฺรหาวเน นิลุญฺจิตผโลเยว ยูถเปน ปคพฺภินา ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท ปรทารคมนสฺส เม ฯ |๘๖๔.๓| ตโต จุตาหํ เวเทห ทสนฺเนสุ ปสุ อหุํ นิลุญฺจิโต ชโว ภโทฺร โยคฺคํ วุฬฺหํ จิรํ มยา ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท ปรทารคมนสฺส เม ฯ |๘๖๔.๔| ตโต จุตาหํ เวเทห วชฺชีสุ กุลมาคมา เนวิตฺถี น ปุมา อาสึ มนุสฺสตฺเต สุทุลฺลเภ ตสฺส กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท ปรทารคมนสฺส เม ฯ |๘๖๔.๕| ตโต จุตาหํ เวเทห อชายึ นนฺทเน วเน ภวเน ตาวตึสาหํ อจฺฉรา กามวณฺณินี ฯ |๘๖๔.๖| วิจิตฺรวตฺถาภรณา อามุตฺตมณิกุณฺฑลา กุสลา นจฺจคีตสฺส สกฺกสฺส ปริจาริกา ฯ |๘๖๔.๗| ตตฺถ ฐิตาหํ เวเทห สรามิ ชาติโย อิมา อนาคเตปิ สตฺเตว ยา คมิสฺสํ อิโต จุตา ฯ |๘๖๔.๘| ปริยาคตนฺตํ กุสลํ ยํ เม โกสมฺพิยํ กตํ เทเว เจว มนุสฺเส จ สนฺธาวิสฺสํ อิโต จุตา ฯ |๘๖๔.๙| สตฺต ชจฺจา มหาราช นิจฺจํ สกฺกตปูชิตา อิตฺถีภาวา น มุจฺจิสฺสํ ฉฏฺฐาว คติโย อิมา ฯ |๘๖๔.๑๐| สตฺตมี จ คติ เทว เทวปุตฺโต มหิทฺธิโก ปุมา เทโว ภวิสฺสามิ เทวกายสฺมิมุตฺตโม ฯ |๘๖๔.๑๑| อชฺชาปิ สนฺตานมยํ มาลํ คนฺเถนฺติ นนฺทเน เทวปุตฺโต ชโว นาม โย เม มาลํ ปฏิจฺฉติ ฯ |๘๖๔.๑๒| มุหุตฺโต วิย โส ทิโพฺย อิธ วสฺสานิ โสฬส รตฺตินฺทิโว จ โส ทิโพฺย มานุสึ สรโทสตํ ฯ |๘๖๔.๑๓| อิติ กมฺมานิ อเนฺวนฺติ อสงฺเขยฺยาปิ ชาติโย กลฺยาณํ ยทิ วา ปาปํ น หิ กมฺมํ วินสฺสติ ฯ

Royal Thai

กระหม่อมฉัน (เมื่อเกิดเป็นลา) ต้องพาลูกผู้ดีทั้งหลายไปด้วยหลังบ้าง ด้วยรถบ้าง นั่นเป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยา ของผู้อื่น ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็น ลานั้นแล้ว ไปบังเกิดเป็นลิงในป่าใหญ่ ถูกนายฝูงผู้คะนองขบกัดลูก อัณฑะ นั่นเป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาของ ผู้อื่น ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นลิง นั้นแล้ว ได้เกิดเป็นโคในทสันนรัฐ ถูกเขาตอน มีกำลังแข็งแรง กระหม่อมฉันต้องเทียมยานอยู่สิ้นกาลนาน นั่นเป็นผลของกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาของผู้อื่น ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นโคนั้นแล้ว มาบังเกิดเป็นกะเทยในตระกูล ที่มีโภคสมบัติมากในแคว้นวัชชี จะได้เกิดเป็นมนุษย์ยากจริงๆ นั่น เป็นผลแห่งกรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาผู้อื่น ข้าแต่พระ- องค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นกะเทยนั้นแล้ว ได้ ไปบังเกิดเป็นนางอัปสรในนันทวัน ณ ดาวดึงส์พิภพ มีวรรณน่าใคร่ มี ผ้าและอาภรณ์อันวิจิตร สวมกุณฑลแก้วมณี เป็นผู้ฉลาดในการฟ้อนรำ ขับร้อง เป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะ ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ เมื่อกระหม่อมฉันอยู่ในดาวดึงส์พิภพนั้น ระลึกชาติแม้ในอนาคตได้อีก ๗ ชาติ ที่กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว จักไปเกิดต่อไป กุศลที่กระหม่อมฉันกระทำไว้ในเมืองโกสัมพีตามมาให้ผล กระหม่อมฉัน จุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ข้าแต่ พระมหาราชา กระหม่อมฉันเป็นผู้อันชนทั้งหลายสักการบูชาแล้วเป็น นิตย์ตลอด ๗ ชาติ กระหม่อมฉันไม่พ้นจากความเป็นหญิงตลอด ๖ ชาติ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ชาติที่ ๗ กระหม่อมฉันจักได้เกิดเป็นเทวดา ผู้ชาย เป็นเทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้สูงสุดในหมู่เทวดา แม้วันนี้ นางอัปสรทั้งหลายก็ยังร้อยดอกไม้เป็นพวงมาลัยอยู่ในนันทวัน เทพบุตร พระนามว่าชวะสามีของกระหม่อมฉัน ยังรับพวงมาลัยอยู่ ๑๖ ปี ใน มนุษย์นี้ราวครู่หนึ่งของเทวดา ๑๐๐ ปีในมนุษย์เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของ เทวดาดังที่ได้กราบทูลให้ทรงทราบมานี้ กรรมทั้งหลายย่อมติดตามไป ทุกๆ ชาติ แม้ตั้งอสงไขย ด้วยว่ากรรมจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม (ยังไม่ให้ผลแล้ว) ย่อมไม่พินาศไป.

Pali

|๘๖๕.๑| โย อิจฺเฉ ปุริโส โหตุํ ชาตึ ชาตึ ปุนปฺปุนํ ปรทารํ วิวชฺเชยฺย โธตปาโทว กทฺทมํ ฯ |๘๖๕.๒| ยา อิจฺเฉ ปุริโส โหตุํ ชาตึ ชาตึ ปุนปฺปุนํ สามิกํ อปจาเยยฺย อินฺทํว ปริจาริกา ฯ |๘๖๕.๓| โย อิจฺเฉ ทิพฺพโภคญฺจ ทิพฺพมายุํ ยสํ สุขํ ปาปานิ ปริวชฺเชตฺวา ติวิธํ ธมฺมมาจเร ฯ |๘๖๕.๔| กาเยน วาจา มนสา อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ อตฺตโน โหติ อตฺถาย อิตฺถี วา ยทิวา ปุมา ฯ |๘๖๕.๕| เยเกจิเม มนุชา ชีวโลเก ยสสฺสิโน สพฺพสมนฺตโภคา อสํสยํ เตหิ ปุเร สุจิณฺณํ กมฺมสฺสกาเส ปุถุ สพฺพสตฺตา ฯ |๘๖๕.๖| อิงฺฆานุจินฺเตสิ สยมฺปิ เทว กุโตนิทานา เต อิมา ชนินฺท ยา เต อิมา อจฺฉรสนฺนิกาสา อลงฺกตา กาญฺจนชาลฉนฺนา ฯ อิจฺเจวํ ปิตรํ กญฺญา รุจา โตเสสิ องฺคตึ มุฬฺหสฺส มคฺคมาจิกฺขิ ธมฺมมกฺขาสิ สุพฺพตา ฯ

Royal Thai

ชายใดปรารถนาเป็นบุรุษทุกๆ ชาติไป ก็พึงเว้นภรรยาผู้อื่นเสีย เหมือน บุคคลล้างเท้าสะอาดแล้วเว้นเปือกตม ฉะนั้น หญิงใดปรารถนาเป็นบุรุษ ทุกๆ ชาติไป ก็พึงยำเกรงสามี เหมือนนางเทพอัปสรผู้เป็นบาทบริจาริกา ยำเกรงพระอินทร์ ฉะนั้น ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุยศและสุขอัน เป็นทิพย์ ก็พึงเว้นบาปทั้งหลายประพฤติแต่สุจริตธรรม ๓ อย่าง สตรี ก็ตาม บุรุษก็ตาม ควรเป็นผู้ไม่ประมาทด้วยกาย วาจา ใจ มีปัญญา เครื่องพิจารณาเพื่อประโยชน์ของตน นรชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้ ที่เป็นคนมียศ มีโภคทรัพย์บริบูรณ์ทุกอย่าง นรชนเหล่านั้นได้สั่งสม กรรมดีไว้ในปางก่อนแล้วโดยไม่ต้องสงสัย สัตว์ทั้งปวงล้วนมีกรรมเป็น ของตัว ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์ทรงพระราชดำริด้วย พระองค์เถิด ข้าแต่พระจอมชน พระสนม (ผู้ทรงโฉมงดงาม) ปาน ดังนางเทพอัปสรผู้ประดับประดาคลุมกายด้วยร่างแหทองเหล่านี้ พระ- องค์ทรงได้มาเพราะผลแห่งกรรมอะไร พระนางรุจาราชกัญญา ทรงยัง พระเจ้าอังคติราชพระชนกนาถให้ทรงยินดี พระราชกุมารีผู้มีวัตรอันดีงาม ทรงกราบทูลทางสุคติแก่พระชนกนาถ ดังหนึ่งบอกทางให้แก่คนหลงทาง และได้ทรงกราบทูลข้อธรรมถวายโดยนัยต่างๆ ดังนี้แล ฯ

Pali

|๘๖๖.๑| อถาคมา พฺรหฺมโลกา นารโท มานุสึ ปถํ ชมฺพูทีปํ อเวกฺขนฺโต อทฺทส ราชานมงฺคตึ ฯ |๘๖๖.๒| ตโต ปติฏฺฐ ปาสาเท เวเทหสฺส ปุรกฺขโต ตญฺจ ทิสฺวา อนุปฺปตฺตํ รุจา อิสิมวนฺทถ ฯ

Royal Thai

ในกาลนั้น นารทมหาพรหมตรวจดูชมพูทวีป ได้เห็นพระเจ้า อังคติราชผู้ทรงมีความเห็นผิด จึงมาจากพรหมโลกถึงถิ่น มนุษย์ ลำดับนั้น นารทมหาพรหมได้ยืนอยู่ที่ปราสาทเบื้อง พระพักตร์แห่งพระเจ้าวิเทหราช ก็พระนางรุจาราชธิดาเห็น นารทฤาษีนั้นมาถึง จึงนมัสการ ฯ

Pali

|๘๖๗.๑| อถาสนมฺหา โอรุยฺห ราชา พฺยมฺหิตมานโส นารทํ ปริปุจฺฉนฺโต อิทํ วจนมพฺรวิ ฯ |๘๖๗.๒| กุโต นุ อาคจฺฉสิ เทววณฺณี โอภาสยํ สพฺพทิสา จนฺทิมา ว อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต นามโคตฺตํ กถนฺนุ ชานนฺติ มนุสฺสโลเก ฯ

Royal Thai

ครั้งนั้น พระราชาทรงหวาดพระทัย เสด็จลงจากราชอาสน์ เมื่อจะตรัสถามนารทฤาษี ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ท่านมี ผิวพรรณงามดังเทวดา ส่องรัศมีสว่างจ้าไปทั่วทิศดังพระจันทร์ ท่านมาจากไหนหนอ ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกนามและ โคตรแก่ข้าพเจ้า คนในมนุษยโลกย่อมรู้จักท่านอย่างไรหนอ ฯ

Pali

อหญฺหิ เทวโต อิทานิ เอมิ โอภาสยํ สพฺพทิสา จนฺทิมา ว อกฺขามิ เต ปุจฺฉิโต นามโคตฺตํ ชานนฺติ มํ นารโท กสฺสโป จาติ ฯ

Royal Thai

อาตมภาพมาจากเทวโลกเดี๋ยวนี้เอง ส่องรัศมีสว่างจ้าไป ทั่วทิศดังพระจันทร์ มหาบพิตรตรัสถามแล้ว อาตมภาพ ขอถวายพระพรนามและโคตรให้ทรงทราบ คนทั้งหลายเขา รู้จักอาตมภาพโดยนามว่านารทะ และโดยโคตรว่ากัสสปะ ฯ

Pali

อจฺฉริยรูปํ ตว ยาทิสญฺจ เวหายสํ คจฺฉสิ ติฏฺฐสิ จ ปุจฺฉามิ ตํ นารท เอตมตฺถํ อถ เกน วณฺเณน ตวายมิทฺธิ ฯ

Royal Thai

สัณฐาณของท่านและการที่ท่านเหาะไปและยืนอยู่บนอากาศได้ น่าอัศจรรย์ ดูกรท่านนารทะ ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้ กะท่าน เออเพราะเหตุอะไรท่านจึงมีฤทธิ์เช่นนี้ ฯ

Pali

สจฺจญฺจ ธมฺโม จ ทโม จ จาโค คุณา มเมเต ปกตา ปุราณา เตเหว ธมฺเมหิ สุเสวิเตหิ มโนชโว เยนกามํ คโตสฺมิ ฯ

Royal Thai

คุณธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ๑ ธรรม ๑ ทมะ ๑ จาคะ ๑ อาตมภาพได้ทำไว้แล้วในภพก่อน เพราะคุณธรรม ที่อาตมภาพเสพมาดีแล้วนั้นแล อาตมภาพจึงไปไหนๆ ได้ ตามความปรารถนา เร็วทันใจ ฯ

Pali

อจฺฉริยมาจิกฺขสิ ปุญฺญสิทฺธึ สเจ หิ เอวํ ยถา ตฺวํ วเทสิ ปุจฺฉามิ ตํ นารท เอตมตฺถํ ปุฏฺโฐ จ เม สาธุ วิยากโรหิ ฯ

Royal Thai

เมื่อท่านบอกความสำเร็จแห่งบุญ ชื่อว่าท่านบอกความ อัศจรรย์ ถ้าแลเป็นจริงอย่างท่านกล่าว ดูกรท่านนารทะ ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กะท่าน ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่าน จงพยากรณ์ให้ดี ฯ

Pali

ปุจฺฉสฺสุ มํ ราช ตเวส อตฺโถ ยํ สํสยํ กุรุเต ภูมิปาล อหนฺตํ นิสฺสํสยตํ คเมมิ นเยหิ ญาเยหิ จ เหตุภิ จ ฯ

Royal Thai

ขอถวายพระพร ข้อใดพระองค์ทรงสงสัย เชิญมหาบพิตร ตรัสถามข้อนั้นกะอาตมภาพเถิด อาตมภาพจะถวายวิสัชนา ให้มหาบพิตรทรงสิ้นสงสัย ด้วยนัย ด้วยญายธรรม และ ด้วยเหตุทั้งหลาย ฯ

Pali

ปุจฺฉามิ ตํ นารท เอตมตฺถํ ปุฏฺโฐ จ เม นารท มา มุสา ภณิ อตฺถิ นุ เทวา ปิตโร นุ อตฺถิ โลโก ปโร อตฺถิ ชโน ยมาห ฯ

Royal Thai

ดูกรท่านนารทะ ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กะท่าน ท่านถูก ถามแล้ว อย่าได้กล่าวมุสาแก่ข้าพเจ้า ที่คนเขาพูดกันว่า เทวดามี มารดาบิดามี ปรโลกมีนั้น เป็นจริงหรือ ฯ

Pali

อตฺเถว เทวา ปิตโร จ อตฺถิ โลโก ปโร อตฺถิ ชโน ยมาห กาเมสุ คิทฺธา จ นรา ปมุฬฺหา โลกํ ปรํ น วิทู โมหยุตฺตา ฯ

Royal Thai

ที่คนเขาพูดกันว่าเทวดามี มารดาบิดามี และปรโลกมีนั้น เป็นจริงทั้งนั้น แต่นรชนผู้หลงงมงายใคร่ในกามทั้งหลาย จึงไม่รู้ปรโลก ฯ

Pali

อตฺถีติ เจ นารท สทฺทหาสิ นิเวสนํ ปรโลเก มตานํ อิเธว เม ปญฺจสตานิ เทหิ ทสฺสามิ เต ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ดูกรท่านนารทะ ถ้าท่านเชื่อว่าปรโลกมีจริง สถานที่อยู่ ในปรโลกของเหล่าสัตว์ผู้ตายไปแล้วก็ต้องมี ขอท่านจงให้ ทรัพย์ ๕๐๐ กหาปณะแก่ข้าพเจ้าในโลกนี้ ข้าพเจ้าจะใช้ให้ ท่านพันหนึ่งในปรโลก ฯ

Pali

|๘๗๖.๑| ทชฺเชมุ โข ปญฺจสตานิ โภโต ชญฺญามุ เจ สีลวนฺตํ วทญฺญุํ ลุทฺทนฺตํ โภนฺตํ นิรเย วสนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ |๘๗๖.๒| อิเธว โย โหติ อธมฺมสีโล ปาปาจาโร อลโส ลุทฺทกมฺโม น ปณฺฑิตา ตสฺมึ อิณํ ททนฺติ น หิ อาคโม โหติ ตถาวิธมฺหา ฯ |๘๗๖.๓| ทกฺขญฺจ โปสํ มนุชา วิทิตฺวา อุฏฺฐานกํ สีลวนฺตํ วทญฺญุํ สยเมว โภเคหิ นิมนฺตยนฺติ กมฺมํ กริตฺวา ปุนมาหเรสิ ฯ

Royal Thai

ถ้าอาตมภาพรู้ว่ามหาบพิตรทรงมีศีล ทรงรู้ความประสงค์ ของสมณพราหมณ์ อาตมภาพก็จะให้มหาบพิตรทรงยืมสัก ห้าร้อย แต่มหาบพิตรหยาบช้า ทรงจุติจากโลกนี้แล้ว จะ ต้องไปอยู่ในนรก ใครจะไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลกเล่า ผู้ใดในโลกนี้เป็นผู้ไม่มีศีลธรรม ประพฤติชั่ว เกียจคร้าน มีกรรมอันหยาบช้า บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ให้หนี้ในผู้นั้น เพราะจะไม่ได้ทรัพย์คืนจากคนเช่นนั้น ส่วนบุคคลผู้ขยัน หมั่นเพียร มีศีล รู้ความประสงค์ คนทั้งหลายรู้แล้ว ย่อม เอาโภคทรัพย์มาเชื้อเชิญเอง ด้วยคิดว่า ผู้นี้ทำการงานเสร็จ แล้ว พึงนำมาใช้ให้ ฯ

Pali

อิโต จุโต ทกฺขสิ ตตฺถ ราช กาโกลสงฺเฆหิ วิกสฺสมานํ ตํ ขชฺชมานํ นิรเย วสนฺตํ กาเกหิ คิชฺเฌหิ จ โสณเกหิ สญฺฉินฺนคตฺตํ รุหิรํ สวนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ขอถวายพระพร มหาบพิตรเสด็จไปจากที่นี่แล้ว จักทอด พระเนตรเห็นพระองค์เองอยู่ในนรกนั้น ซึ่งถูกฝูงการุม ยื้อแย่งฉุดคร่าอยู่ ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรผู้ตกอยู่ในนรก ถูกฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงสุนัข รุมกัดกิน ตัวขาดกระจัดกระจาย เลือดไหลโทรม ฯ

Pali

อนฺธตมํ ตตฺถ น จนฺทสุริยา นิรโย สทา ตุมุโล โฆรรูโป สา เนว รตฺติ น ทิวา ปญฺญายติ ตถาวิเธ โก วิจเร ธนตฺถิโก ฯ

Royal Thai

ในโลกันตนรกนั้นมืดที่สุด ไม่มีพระจันทร์และพระอาทิตย์ โลกันตนรกมืดตื้ออยู่ทุกเมื่อ น่ากลัว กลางคืนกลางวันไม่ ปรากฏ ผู้ต้องการทรัพย์คนไรเล่า จะพึงเที่ยวไปในสถานที่ เช่นนั้นได้ ฯ

Pali

|๘๗๙.๑| สวโล จ สาโม จ ทุเว สุวาณา ปวฑฺฒกายา พลิโน มหนฺตา ขาทนฺติ ทนฺเตหิ อโยมเยหิ อิโต ปนุณฺณํ ปรโลเก ปตนฺตํ ฯ |๘๗๙.๒| ตํ ขชฺชมานํ นิรเย วสนฺตํ ลุทฺเทหิ วาเฬหิ อฆมฺมิเคหิ สญฺฉินฺนคตฺตํ รุหิรํ สวนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ในโลกันตนรกนั้นมีสุนัข ๒ เหล่า คือ ด่างเหล่า ๑ ดำ เหล่า ๑ ล้วนมีร่างกายกำยำล่ำสันแข็งแรง ย่อมพากันมา กัดกินผู้ที่จุติจากมนุษยโลกนี้ ไปตกอยู่ในโลกันตนรก ด้วย เขี้ยวเหล็ก ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์พันหนึ่ง ในปรโลก กะมหาบพิตรผู้ตกอยู่ในนรก ถูกสุนัขอันทารุณร้ายกาจ นำ ทุกข์มาให้ รุมกัดกินตัวขาดกระจัดกระจายเลือดไหลโทรมได้.

Pali

|๘๘๐.๑| อุสูหิ สตฺตีหิ สุนิสฺสิตาหิ หนนฺติ วิชฺฌนฺติ จ ปจฺจามิตฺตา กาลูปกาลา นิรยมฺหิ โฆเร ปุพฺเพ นรํ ทุกฺกฏกมฺมการึ ฯ |๘๘๐.๒| ตํ หญฺญมานํ นิรเย วชนฺตํ กุจฺฉิสฺมึ ปสฺสสฺมึ วิปฺผาลิตูทรํ สญฺฉินฺนคตฺตํ รุหิรํ สวนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

และในนรกอันร้ายกาจ พวกนายนิรยบาลชื่อกาลูปกาละ ผู้เป็นข้าศึก พากันเอาดาบและหอกอันคมกริบมาทิ่มแทงนรชนผู้กระทำกรรมชั่วไว้ใน ภพก่อน ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรผู้ถูก ทิ่มแทงที่ท้อง ที่สีข้าง พระอุทรพรุนวิ่งวุ่นอยู่ในนรก ตัวขาดกระจัด- กระจายเลือดไหลโทรมได้.

Pali

|๘๘๑.๑| สตฺตี อุสู โตมรภิณฺฑิวาลา วิวิธาวุธํ วสฺสติ ตตฺถ เทโว ปตนฺติ องฺคารมิวจฺจิมนฺโต สีลาสนี วสฺสติ ลุทฺทกมฺเม ฯ |๘๘๑.๒| อุโณฺห จ วาโต นิรยมฺหิ ทุสฺสโห น ตมฺหิ สุขํ ลภติ อิตฺตรํปิ ตนฺตํ วิธาวนฺตมเลนมาตุรํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ในโลกันตนรกนั้น มีห่าฝนต่างๆ ชนิด คือ หอก ดาบ แหลม หลาว มีประกายวาวดังถ่านเพลิง ตกลงบนศีรษะ สายอัสนีศิลาอันแดงโชน ตกต้องสัตว์นรกผู้มีกรรมหยาบช้า และในนรกนั้นมีลมร้อนยากที่จะทน ได้ สัตว์ในนรกนั้น ย่อมไม่ได้รับความสุขแม้แต่น้อย ใครเล่าจะพึงไป ทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรซึ่งทรงกระสับกระส่ายวิ่งไป มาหาที่ซ่อนเร้นมิได้.

Pali

สนฺธาวมานํปิ รเถสุ ยุตฺตํ สญฺโชติภูตํ ปฐวึ กมนฺตํ ปโตทลฏฺฐีหิ สุโจทยนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ใครเล่า จะไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรผู้ถูกเทียมใน รถวิ่งไปวิ่งมา ต้องเหยียบแผ่นดินอันลุกโพลง ถูกแทงด้วยประตักอยู่ได้.

Pali

ตมารุหนฺตํ ขุรสญฺจิตํ คิรึ วิภึสนํ ปชฺชลิตํ ภยานกํ สญฺฉินฺนคตฺตํ รุหิรํ สวนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ใครเล่า จะไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรซึ่งทนไม่ได้ วิ่งไปขึ้นภูเขาอันดาดไปด้วยขวากกรด ลุกโชนน่าสยดสยองอย่างยิ่ง ตัว ขาดกระจัดกระจายเลือดไหลโทรมได้.

Pali

ตมารุหนฺตํ ปพฺพตสนฺนิกาสํ องฺคารราสึ ชลิตํ ภยานกํ สนฺทฑฺฒคตฺตํ กปณํ รุทนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ใครเล่า จะไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรซึ่งต้องวิ่งขึ้น เหยียบถ่านเพลิงกองเท่าภูเขา ลุกโพลงน่ากลัว มีตัวถูกไฟไหม้ทนไม่ ไหว ร้องครวญครางอยู่ได้.

Pali

|๘๘๕.๑| อพฺภกูฏสมา อุจฺจา กณฺฏกาหิ จิตา ทุมา อโยมเยหิ ติกฺเขหิ นรโลหิตปายิภิ ฯ |๘๘๕.๒| ตมารุหนฺติ นาริโย นรา จ ปรทารคู โจทิตา สตฺติหตฺเถหิ ยมนิทฺเทสการิภิ ฯ |๘๘๕.๓| ตมารุหนฺตํ นิรเย สิมฺพลึ รุหิรมกฺขิตํ วิททฺธกายํ วิตจํ อาตุรํ คาฬฺหเวทนํ ฯ |๘๘๕.๔| ปสฺสสนฺตํ มุหุํ อุณฺหํ ปุพฺพกมฺมาปราธิกํ ทุมฺมคฺเค วิตจํ คตฺตํ โก ตํ ยาเจยฺย ตํ ธนํ ฯ

Royal Thai

ต้นงิ้วสูงเทียมเมฆ เต็มไปด้วยหนามเหล็กคมกริบ กระหายเลือดคน หญิงผู้ประพฤติล่วงสามี และชายผู้หากระทำชู้ภรรยาผู้อื่น ถูกนาย นิรยบาลผู้ทำตามสั่งของพระยายม ถือหอกไล่ทิ่มแทงให้ขึ้นต้นงิ้วนั้น ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์จำนวนนั้น กะมหาบพิตร ซึ่งต้องขึ้นต้นงิ้วใน นรกเลือดไหลเปรอะเปื้อน มีกายเหี้ยมเกรียมหนังปอกเปิก กระสับ- กระส่าย เสวยเวทนาอย่างหนัก ใครเล่าจะไปขอทรัพย์จำนวนเท่านั้น กะพระองค์ผู้หอบแล้วหอบอีก อันเป็นโทษของบุรพกรรม หนังปอกเปิก เดินทางผิดได้.

Pali

|๘๘๖.๑| อพฺภกูฏสมา อุจฺจา อสิปตฺตจิตา ทุมา อโยมเยหิ ติกฺเขหิ นรโลหิตปายิภิ ฯ |๘๘๖.๒| ตมารุหนฺตํ อสิปตฺตปาทปํ อสีหิ ติกฺเขหิ จ ฉิชฺชมานํ สญฺฉินฺนคตฺตํ รุหิรํ สวนฺตํ โก โจทเย ปรโลเก สหสฺสํ ฯ

Royal Thai

ต้นงิ้วสูงเทียมเมฆ เต็มไปด้วยใบเหล็กคมกริบดังดาบ กระหายเลือดคน ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์พันหนึ่งในปรโลก กะมหาบพิตรซึ่งขึ้นอยู่บน ต้นงิ้วนั้น ก้าวไปเหยียบใบเหล็กอันคมดังดาบ ก็ถูกใบงิ้วอันคมนั้น บาด มีตัวขาดกระจัดกระจายเลือดไหลโทรมได้.

Pali

ตโต นิกฺขนฺตมตฺตนฺตํ อสิปตฺตนิรยา ทุมา สมฺปติตํ เวตรณึ โก ตํ ยาเจยฺย ตํ ธนํ ฯ

Royal Thai

ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์จำนวนนั้น กะมหาบพิตรซึ่งเดินหนีออกจากขุม นรกไม้งิ้ว มีใบเป็นดาบ ไปพลัดตกลงในแม่น้ำเวตรณีได้.

Pali

|๘๘๘.๑| ขรา ขาโรทกา ตตฺตา ทุคฺคา เวตรณี นที อโยโปกฺขรสญฺฉนฺนา ติกฺขปตฺเตหิ สนฺทติ ฯ |๘๘๘.๒| ตตฺถ สญฺฉินฺนคตฺตนฺตํ วุยฺหนฺตํ รุหิรมกฺขิตํ เวตรญฺเญ อนาลมฺเพ โก ตํ ยาเจยฺย ตํ ธนํ ฯ

Royal Thai

แม่น้ำเวตรณี น้ำเป็นกรด เผ็ดร้อน ยากที่จะข้ามได้ ดาดาษไปด้วย บัวเหล็ก มีใบคมกริบไหลอยู่ ใครเล่าจะไปทวงทรัพย์นั้นกะมหาบพิตร ซึ่งมีตัวขาดกระจัดกระจาย เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต ลอยอยู่ใน เวตรณีนทีนั้น หาที่เกาะมิได้.

Pali

|๘๘๙.๑| เวธามิ รุกฺโข วิย ฉิชฺชมาโน ทิสํ น ชานามิ ปมุฬฺหสญฺโญ ภยานุตปฺปามิ มหาว เม ภยา สุตฺวาน คาถา ตว ภาสิตา อิเส ฯ |๘๘๙.๒| อาทิตฺเต วาริมชฺฌํ ว ทีปํโวเฆริวณฺณเว อนฺธกาเรว ปชฺโชโต ตฺวนฺโนสิ สรณํ อิเส ฯ |๘๘๙.๓| อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุสาส มํ อิเส อตีตมทฺธา อปราธิตํ มยา อาจิกฺข เม นารท สุทฺธิมคฺคํ ยถา อหํ โน นิรยํ ปเตยฺยํ ฯ

Royal Thai

ข้าพเจ้าแทบจะล้มเหมือนต้นไม้ที่ถูกตัด ข้าพเจ้าหลงสำคัญผิดจึงไม่รู้จัก ทิศ ท่านฤาษี ข้าพเจ้าได้ฟังคาถาภาษิตของท่านแล้วย่อมร้อนใจ เพราะ กลัวมหาภัย ท่านฤาษี ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า ดังหนึ่งน้ำสำหรับ แก้กระหายในเวลาร้อน เกาะเป็นที่อาศัยในห้วงมหาสมุทร และประทีป สำหรับส่องสว่างในที่มืดฉะนั้นเถิด ท่านฤาษี ขอท่านจงสอนอรรถและ ธรรมแก่ข้าพเจ้า ในกาลก่อนข้าพเจ้าได้กระทำความผิดไว้ส่วนเดียว ข้าแต่ท่านนารทะ ขอท่านจงบอกทางบริสุทธิ์แก่ข้าพเจ้า โดยที่ข้าพเจ้า จะไม่พึงตกไปในนรกด้วยเถิด.

Pali

|๘๙๐.๑| ยถา อหุ ธตรฏฺโฐ เวสฺสามิตฺโต จ อฏฺฐโก ยมทตฺติ อุสินฺนโร(สิวิราชา ) ปริจาริกา สมณพฺราหฺมณานํ |๘๙๐.๒| เอเต จญฺเญ จ ราชาโน เย สคฺควิสยํ คตา ฯ อธมฺมํ ปริวชฺเชตฺวา ธมฺมญฺจร มหีปติ |๘๙๐.๓| อนฺนหตฺถา จ เต พฺยเมฺห โฆสยนฺตุ ปุเร ตว ฯ โก ฉาโต โก จ ตสิโต โก มาลํ โก วิเลปนํ นานารตฺตานํ วตฺถานํ โก นคฺโค ปริทหิสฺสติ ฯ |๘๙๐.๔| โก ปนฺเถ ฉตฺตมาเทติ ปาทุกา จ มุทู สุภา อิติ สายญฺจ ปาโต จ โฆสยนฺตุ ปุเร ตว ฯ |๘๙๐.๕| ชิณฺณํ โปสํ ควสฺสญฺจ มาสฺสุ ยุญฺช ยถา ปุเร ปริหารญฺจ ทชฺชาสิ อธิการกโต พลี ฯ

Royal Thai

พระราชา ๖ พระองค์นี้ คือ ท้าวธตรฐ ท้าวเวสสามิตระ ท้าวอัฏฐกะ ท้าวยมทัตติ ท้าวอุสสินนระ ท้าวสีวิราชและพระราชาพระองค์อื่นๆ ได้ทรงบำรุงสมณพราหมณ์ทั้งหลายแล้วเสด็จไปยังสวรรค์ ฉันใด ดูกร มหาบพิตรผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน แม้มหาบพิตรก็ฉันนั้น จงทรงเว้น อธรรม แล้วทรงประพฤติธรรม ราชบุรุษทั้งหลายจงถืออาหารไปประกาศ ภายในพระราชนิเวศน์ และภายในพระนครว่า ใครหิว ใครกระหาย ใครปรารถนามาลา ใครปรารถนาเครื่องลูบไล้ ใครไม่มีผ้านุ่งห่ม จักนุ่งห่มผ้าสีต่างๆ ตามปรารถนา ใครต้องการร่ม ใครต้อง การรองเท้า อย่างเนื้ออ่อนอย่างดี ราชบุรุษทั้งหลายจงประกาศ ดังนี้ในพระนครของพระองค์ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า มหา บพิตรอย่าได้ใช้คนแก่เฒ่า และโคม้าอันแก่ชราเหมือนดังก่อน และจงทรงพระราชทานเครื่องบริหาร แก่บุคคล ที่เป็นกำลังเคย กระทำความดีไว้เท่าเดิมเถิด ฯ

Pali

|๘๙๑.๑| กาโย เต รถสญฺญาโต มโนสารถิโก ลหุ อวิหึสาสาริตกฺโข สํวิภาคปฏิจฺฉโท ฯ |๘๙๑.๒| ปาทสญฺญมเนมิโย หตฺถสญฺญมปกฺขโร กุจฺฉิสญฺญมนพฺภนฺโต วาจาสญฺญมกูชโน ฯ |๘๙๑.๓| สจฺจวากฺยสมตฺตงฺโค อเปสุญฺญสุสญฺญโต คิราสขิลเนลงฺโค มิตภาณิสิเลสิโต ฯ |๘๙๑.๔| สทฺธาโลภสุสงฺขาโร นิวาตญฺชลิกุพฺพโร อถทฺธตานตีสาโก สีลสํวรนทฺธโน ฯ |๘๙๑.๕| อกฺโกธนมนุคฺฆาฏี ธมฺมปณฺฑรฉตฺตโก พาหุสจฺจมุปาลมฺโพ ฐิติจิตฺตมุปาธิโย ฯ |๘๙๑.๖| กาลญฺญุตาจิตฺตสาโร เวสารชฺชติทณฺฑโก นิวาตวุตฺติโยตฺตงฺโค อนติมานยุโค ลหุ ฯ |๘๙๑.๗| อลีนจิตฺตสนฺถาโร วุฑฺฒิเสวิรโชหโต สติ ปโตโท ธีรสฺส ธิติ โยโค จ รสฺมิโย ฯ |๘๙๑.๘| มโน ทนฺตํ ปถํ เนติ สมทนฺเตหิ วาชิภิ อิจฺฉา โลโภ จ กุมฺมคฺโค อุชุมคฺโค จ สญฺญโม ฯ |๘๙๑.๙| รูเป สทฺเท รเส คนฺเธ วาหนสฺส ปธาวโต ปญฺญา อาโกฏนี ราช ตตฺถ อตฺตาว สารถิ ฯ |๘๙๑.๑๐| สเจ เอเตน ยาเนน สมจริยา ทฬฺหา ธิติ สพฺพกามทุโห ราช น ชาตุ นิรยํ วเชติ ฯ

Royal Thai

มหาบพิตรจงทรงสำคัญพระวรกายของพระองค์ว่าเป็นดังรถ อัน มีใจเป็นนายสารถี กระปรี้กระเปร่า (เพราะปราศจากถีนมิทธะ) อันมีอวิหิงสาเป็นเพลาที่เรียบร้อยดี มีการบริจาคเป็นหลังคา มีการสำรวมเท้าเป็นกง มีการสำรวมมือเป็นกระพอง มีการ สำรวมท้องเป็นน้ำมันหยอด มีการสำรวมวาจาเป็นความเงียบ สนิท มีการกล่าวคำสัตย์เป็นองค์รถอันบริบูรณ์ มีการไม่กล่าว- คำส่อเสียดเป็นการเข้าหน้าไม้สนิท มีการกล่าวคำอ่อนหวาน เป็นเครื่องรถอันเกลี้ยงเกลา มีการกล่าวพอประมาณเป็นเครื่อง ผูกรัด มีศรัทธาและอโลภะเป็นเครื่องประดับ มีการถ่อมตน และกราบไหว้เป็นทูบ มีความไม่กระด้างเป็นงอนรถ มีการ สำรวมศีลเป็นเชือกขันชะเนาะ มีความไม่โกรธเป็นอาการไม่ กระเทือน มีกุศลธรรมเป็นเศวตรฉัตร มีพาหุสัจจะเป็นสาย- ทาบ มีการตั้งจิตมั่นเป็นที่มั่น มีความคิดเครื่องรู้จักกาลเป็นไม้ แก่น มีความแกล้วกล้าเป็นไม้ค้ำ มีความประพฤติถ่อมตนเป็น เชือกขันแอก มีความไม่เย่อหยิ่งเป็นแอกเบา มีจิตไม่หดหู่เป็น เครื่องลาด มีการเสพบุคคลผู้เจริญเป็นเครื่องกำจัดธุลี มีสติของ นักปราชญ์เป็นปฏัก มีความเพียรเป็นสายบังเหียน มีใจที่ฝึก ฝนดีแล้วเช่นดังม้าที่หัดไว้เรียบเป็นเครื่องนำทาง ความ ปรารถนาและความโลภเป็นทางคด ส่วนความสำรวมเป็นทาง ตรง ขอถวายพระพร ปัญญาเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนม้า ในรถ คือพระวรกายของมหาบพิตรที่กำลังแล่นไปในรูป เสียง กลิ่น รส พระองค์นั้นแลเป็นสารถี ถ้าความประพฤติชอบและความ เพียรมั่นมีอยู่ด้วยยานนี้ รถนั้นจะให้สิ่งที่น่าใคร่ทุกอย่าง จะ ไม่นำไปบังเกิดในนรก ฯ

Pali

|๘๙๒.๑| อลาโต เทวทตฺโตสิ สุนาโม อาสิ ภทฺทชิ วิชโย สารีปุตฺโตสิ โมคฺคลฺลาโนสิ วีชโก ฯ |๘๙๒.๒| สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต คุโณ อาสิ อเจลโก อานนฺโท สา รุจา อาสิ ยา ราชานํ ปสาทยิ ฯ |๘๙๒.๓| อุรุเวลกสฺสโป ราชา ปาปทิฏฺฐิ ตทา อหุ มหาพฺรหฺมา โพธิสตฺโต เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ มหานารทกสฺสปชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------

Royal Thai

อลาตเสนาบดีเป็นพระเทวทัตต์ สุนามอำมาตย์เป็นพระภัททชิ วิชยอำมาตย์เป็นพระสารีบุตร วีชกบุรุษเป็นพระโมคคัลลานะ สุนักขัตตะเป็นลิจฉวีบุตร คุณาชีวกเป็นอเจลก พระนางรุจา ราชธิดาผู้ทรงยังพระราชาให้เลื่อมใส เป็นพระอานนท์ พระเจ้า อังคติราชผู้มีทิฐิชั่วในกาลนั้นเป็นพระอุรุเวลกัสสปะ มหา- พรหมโพธิสัตว์เป็นเราตถาคต ท่านทั้งหลายจงทรงชาดกไว้ ด้วยประการฉะนี้แล ฯ จบมหานารทกัสสปชาดกที่ ๘ -----------------------------------------------------

Mahachula edition, §1153–1345 of this unit

Shown as one range for the whole unit, not placed under Royal items — at least one paragraph pairing fell below the threshold, so none is placed item by item rather than risk a wrong item

Mahachula §1153

พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพระราชาของชาวแคว้นวิเทหะ ทรงพระนามว่าอังคติ ทรงมีพระราชยาน พระราชทรัพย์มากมาย ทรงมีพลนิกายเหลือที่จะคณานับ

Mahachula §1154

เมื่อปฐมยามคืนวันเพ็ญเดือน ๔ ซึ่งเป็นเวลาที่ดอกโกมุทบานยังไม่ผ่านไป พระองค์รับสั่งให้ประชุมเหล่าอำมาตย์

Mahachula §1155

ราชบัณฑิตผู้ถึงพร้อมด้วยการศึกษาเล่าเรียน มีปกติยิ้มก่อนจึงพูด เฉลียวฉลาด และอำมาตย์ผู้ใหญ่อีก ๓ นาย คือ (๑) วิชัยอำมาตย์ (๒) สุนามอำมาตย์ (๓) อลาตเสนาบดีอำมาตย์

Mahachula §1156

พระเจ้าวิเทหะตรัสถามอำมาตย์ ๓ นายนั้นทีละคนว่า ท่านทั้งหลายจงกล่าวตามความพอใจของตนๆ ว่า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๔ นี้ ดวงจันทร์แจ่มจรัส กลางคืนวันนี้ เราทั้งหลายจะพึงพักอยู่ ตลอดฤดูกาลเช่นนี้นี้ ด้วยความยินดีอะไร

Mahachula §1157

ลำดับนั้น อลาตเสนาบดีอำมาตย์ได้กราบทูล คำนี้แด่พระราชาว่า “ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายพึงจัด ราชยาน กองพลช้าง กองพลม้า กองพลเสนา ที่ยินดีร่าเริงแล้วให้พร้อมสรรพ @เชิงอรรถ : @ พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ อุทยานลัฏฐิวัน ทรงปรารภการที่ทรงทรมานอุรุเวลกัสสปะ ตรัสมหา-@นารทกัสสปชาดกซึ่งมีคำเริ่มต้นว่า ได้มีพระราชาแห่งกรุงวิเทหะ ดังนี้เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๓๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1158

ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะนำกองทัพ ที่ทรงพลังเกรียงไกรออกต่อสู้การยุทธ์ให้ได้ พวกใดยังไม่มาสู่อำนาจ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะนำมาสู่อำนาจ นี้เป็นความเห็นส่วนตัวของข้าพระพุทธเจ้า เราทั้งหลายจะได้ชัยชนะผู้ที่ยังไม่ชนะ”

Mahachula §1159

สุนามอำมาตย์ได้ฟังคำของอลาตเสนาบดีอำมาตย์แล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า “ข้าแต่มหาราช พวกศัตรูของฝ่าพระบาทมาสู่พระราชอำนาจหมดแล้ว

Mahachula §1160

ต่างพากันวางศัสตรา ยอมสวามิภักดิ์แล้วทั้งหมด วันนี้เป็นวันมหรสพสนุกสนานยิ่ง การรบข้าพระพุทธเจ้าไม่ชอบใจ

Mahachula §1161

ขอชนทั้งหลายจงรีบนำข้าวน้ำ และของควรเคี้ยวมาเพื่อพระองค์เถิด ขอเดชะ ขอฝ่าพระบาทจงทรงรื่นรมย์ด้วยกามคุณ ในการฟ้อนรำ ขับร้อง และการประโคมอันไพเราะเถิด”

Mahachula §1162

วิชัยอำมาตย์ได้ฟังคำของสุนามอำมาตย์แล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า “ข้าแต่มหาราช กามทุกอย่าง ได้ปรากฏแก่พระองค์อยู่เป็นนิตย์แล้ว

Mahachula §1163

ขอเดชะ การเพลิดเพลินด้วยกามคุณทั้งหลาย พระองค์ทรงหาได้ไม่ยากเลย ทรงปรารถนาก็ได้ทุกเมื่อ การรื่นรมย์กามคุณทั้งหลายมิใช่ความคิดเห็นของข้าพระองค์

Mahachula §1164

วันนี้ เราทั้งหลายควรพากันเข้าไปหาสมณะ หรือพราหมณ์ผู้เป็นพหูสูต รู้แจ้งอรรถธรรม ผู้แสวงหาคุณ ที่ท่านจะพึงกำจัดความสงสัยของพวกเราได้ดีกว่า”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1165

พระเจ้าอังคติได้สดับคำของวิชัยอำมาตย์แล้ว ได้ตรัสว่า แม้เราก็ชอบใจคำพูดของวิชัยอำมาตย์ตามที่พูดไว้

Mahachula §1166

วันนี้ เราทั้งหลายควรพากันเข้าไปหาสมณะ หรือพราหมณ์ผู้เป็นพหูสูต รู้แจ้งอรรถธรรม ผู้แสวงหาคุณ ที่ท่านจะพึงกำจัดความสงสัยของพวกเราได้ดีกว่า

Mahachula §1167

ท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ทุกท่านจงลงมติว่า “วันนี้ เราทั้งหลายควรพากันเข้าไปหาบัณฑิต ผู้รู้แจ้งอรรถธรรม ผู้แสวงหาคุณ ที่ท่านจะพึงกำจัดความสงสัยของพวกเราได้”

Mahachula §1168

อลาตเสนาบดีได้ฟังพระดำรัสของพระเจ้าวิเทหะแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า ได้มีชีเปลือย ที่ชาวโลกยอมรับว่าเป็นนักปราชญ์อยู่ในมฤคทายวัน

Mahachula §1169

ชีเปลือยผู้นี้ชื่อว่าคุณะ ผู้กัสสปโคตร เป็นพหูสูต พูดจาไพเราะ เป็นเจ้าหมู่คณะ ขอเดชะ เราทั้งหลายควรพากันเข้าไปหาท่าน ท่านจักกำจัดความสงสัยของพวกเราได้”

Mahachula §1170

พระราชาได้ทรงสดับคำของอลาตเสนาบดีแล้ว ได้รับสั่งสารถีว่า “เราจะไปยังมฤคทายวัน ท่านจงนำยานที่เทียมม้าแล้วมาที่นี้”

Mahachula §1171

พวกนายสารถีได้จัดเทียมพระราชยานที่ทำด้วยงา มีกระพองเป็นเงิน และจัดรถพระที่นั่งรองที่บุผ้าขาวอันผุดผ่อง ดังดวงจันทร์ในราตรีที่ปราศจากมลทินโทษ มาถวายแด่พระราชานั้น

Mahachula §1172

รถนั้นเทียมด้วยม้าสินธพ ๔ ตัวล้วนแต่มีสีดังดอกโกมุท เป็นม้ามีฝีเท้าเร็วดังลมพัด วิ่งเรียบ ประดับด้วยดอกไม้ทอง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1173

ฉัตร รถ ม้า และพัดวีชนีล้วนมีสีขาว พระเจ้าวิเทหะพร้อมด้วยหมู่อำมาตย์ เสด็จออกย่อมงดงามเหมือนดวงจันทร์

Mahachula §1174

หมู่พลราชบริพารผู้กล้าหาญอยู่บนหลังม้า ถือหอกดาบตามเสด็จจอมกษัตริย์ผู้ประเสริฐกว่านรชน

Mahachula §1175

พระเจ้าวิเทหะบรมกษัตริย์พระองค์นั้น เสด็จไปถึงมฤคทายวันโดยครู่เดียว เสด็จลงจากพระราชยานแล้ว ทรงดำเนินเข้าไปหาคุณาชีวก พร้อมด้วยหมู่อำมาตย์

Mahachula §1176

ในคราวนั้น มีพราหมณ์และคหบดีแม้เหล่าใด มาประชุมกันในพระราชอุทยานนั้น พระราชามิให้พราหมณ์และคหบดีเหล่านั้น ผู้นั่งอยู่ที่ภาคพื้นซึ่งไม่ได้เว้นที่ไว้ลุกหนีไป

Mahachula §1177

ลำดับนั้น พระราชาเสด็จเข้าไปประทับนั่งบนราชอาสน์ ที่ปูลาดด้วยพระยี่ภู่มีสัมผัสอ่อนนุ่ม ณ ที่อันสมควร

Mahachula §1178

ได้ทรงปราศรัยไต่ถามสุขทุกข์ว่า “พระคุณเจ้าสบายดีอยู่หรือ ลมมิได้กำเริบเสียดแทงหรือ

Mahachula §1179

พระคุณเจ้าเลี้ยงชีวิตโดยไม่ฝืดเคืองหรือ ได้บิณฑบาตพอประทังชีวิตให้เป็นไปอยู่หรือ พระคุณเจ้ามีอาพาธน้อยหรือ จักษุมิได้เสื่อมไปหรือ”

Mahachula §1180

คุณาชีวกทูลปราศรัยกับพระเจ้าวิเทหะผู้ทรงยินดีในวินัยว่า “ถวายพระพรมหาบพิตร อาตมภาพสบายดีทุกประการ

Mahachula §1181

บ้านเมืองของพระองค์ไม่กำเริบหรือ ช้างม้าของพระองค์มิได้มีโรคหรือ ราชพาหนะก็ยังเป็นไปหรือ พยาธิไม่มีมาเบียดเบียนพระวรกายของพระองค์บ้างหรือ”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1182

ลำดับนั้น พระราชาผู้เป็นจอมทัพทรงใคร่ธรรม อันอาชีวกทูลชมเชยแล้ว ได้ตรัสถามอรรถธรรมและเหตุในลำดับว่า

Mahachula §1183

“ท่านกัสสปะ นรชนพึงประพฤติธรรม ในบิดาและมารดาอย่างไร พึงประพฤติธรรมในอาจารย์อย่างไร พึงประพฤติธรรมในบุตรภรรยาอย่างไร

Mahachula §1184

พึงประพฤติธรรมในวุฑฒบุคคลอย่างไร พึงประพฤติธรรมในสมณะและพราหมณ์อย่างไร พึงประพฤติธรรมในพลนิกายอย่างไร พึงประพฤติธรรมในชาวชนบทอย่างไร

Mahachula §1185

ชนทั้งหลายประพฤติธรรมอย่างไร ละโลกนี้แล้วจึงไปสู่สุคติ ส่วนคนบางพวกไม่ดำรงอยู่ในธรรม ทำไมจึงตกนรก”

Mahachula §1186

คุณาชีวกกัสสปโคตรได้ฟังพระดำรัส ของพระเจ้าวิเทหะแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า “ขอถวายพระพรมหาบพิตร ขอพระองค์ทรงสดับ ทางที่จริงแท้ของพระองค์เถิด

Mahachula §1187

ผลดีผลชั่วแห่งธรรมที่ประพฤติแล้วไม่มี ข้าแต่สมมติเทพ โลกอื่นไม่มี ใครเล่าจากโลกอื่นนั้นมาสู่โลกนี้

Mahachula §1188

ข้าแต่สมมติเทพ ปู่ย่าตายายไม่มี มารดาบิดาจะมีได้ที่ไหน ชื่อว่าอาจารย์ไม่มี ใครจักฝึกคนที่ยังไม่ฝึก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1189

สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้ทัดเทียมกันหมด ผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อท่านผู้เจริญไม่มี กำลังหรือความเพียรไม่มี บุรุษผู้มีความหมั่นจะได้รับผลแต่ที่ไหน สัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดตามกันมาเหมือนเรือพ่วงตามเรือไป

Mahachula §1190

สัตว์ย่อมได้สิ่งที่ควรจะได้ ในข้อนั้น ผลทานจะมีแต่ที่ไหน ข้าแต่สมมติเทพ ผลทานไม่มี เขาไม่มีอำนาจ ไม่มีความเพียร พระเจ้าข้า

Mahachula §1191

พวกคนพาลบัญญัติทาน พวกบัณฑิตรับทาน พวกคนพาลถือตนว่าเป็นบัณฑิต เป็นผู้ไร้อำนาจ ย่อมให้ทานแก่นักปราชญ์ทั้งหลาย

Mahachula §1192

รูปกายอันเป็นที่รวม ๗ ประการนี้ คือ (๑) ดิน (๒) น้ำ (๓) ไฟ (๔) ลม (๕) สุข (๖) ทุกข์ (๗) ชีวิต เป็นของเที่ยง ไม่ขาดสูญ ไม่กำเริบ ความขาดสูญไม่มีแก่สัตว์เหล่าใด รูปกาย ๗ ประการนี้ย่อมมีแก่สัตว์เหล่านั้น

Mahachula §1193

ผู้ฆ่า ผู้ตัด หรือใครๆ ผู้ถูกฆ่า ก็ไม่มี ศัสตราทั้งหลายสอดแทรกเข้าไป ในระหว่างรูปกาย ๗ ประการนี้ @เชิงอรรถ : @ เขาไม่มีอำนาจ ไม่มีความเพียร หมายถึงเมื่อผลทานไม่มีอย่างนี้ ใครคนใดคนหนึ่งซึ่งเป็นคนโง่ก็ยังให้@ทานอยู่ แต่เขาไม่มีอำนาจ ไม่มีความเพียร โดยสรุปอาชีวกกราบทูลชี้แจงว่า คนผู้นั้นไม่เชื่อว่าให้ทาน@ด้วยอำนาจ ด้วยกำลังของตน แต่สำคัญว่า ผลทานมีจึงให้ทาน เพราะเชื่อคนโง่พวกอื่น@(ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๑๙๐/๑๕๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1194

ผู้ใดตัดศีรษะของผู้อื่นด้วยดาบที่ลับแล้ว ผู้นั้นไม่ชื่อว่าตัดรูปกายเหล่านั้น ในการทำเช่นนั้น ผลบาปจะมีแต่ที่ไหน

Mahachula §1195

สัตว์ทุกจำพวกท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสาร ๘๔ มหากัป ย่อมบริสุทธิ์ได้เอง เมื่อยังไม่ถึงกาลนั้น แม้สำรวมดีแล้วก็บริสุทธิ์ไม่ได้

Mahachula §1196

เมื่อยังไม่ถึงกาลนั้น แม้จะประพฤติความดีมากมายก็บริสุทธิ์ไม่ได้ แม้ถ้าทำบาปไว้มากมายก็ไม่ล่วงพ้นขณะนั้นไปได้

Mahachula §1197

ในวาทะของเราทั้งหลาย ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ตามลำดับ เมื่อถึง ๘๔ กัป พวกเราย่อมไม่ล่วงเลยเขตที่แน่นอนนั้น เหมือนสาครไม่ล้นฝั่งไป”

Mahachula §1198

อลาตเสนาบดีได้ฟังคำของคุณาชีวกกัสสปโคตรแล้ว ได้กล่าวดังนี้ว่า “ข้าพเจ้าชอบใจ คำของท่านผู้เจริญตามที่กล่าวไว้

Mahachula §1199

แม้ข้าพเจ้าเองก็ระลึกชาติก่อนที่ตนท่องเที่ยวไปได้ คือ ในชาติก่อน ข้าพเจ้าเกิดในกรุงพาราณสี ที่เป็นเมืองมั่งคั่ง เป็นพรานฆ่าโคชื่อปิงคละ

Mahachula §1200

ข้าพเจ้าเกิดในกรุงพาราณสีที่เป็นเมืองมั่งคั่งแล้ว ได้ทำบาปกรรมไว้เป็นอันมาก คือ ได้ฆ่าสัตว์มีชีวิต ได้แก่ กระบือ สุกร แพะเป็นจำนวนมาก

Mahachula §1201

จุติจากชาตินั้นแล้วมาเกิดในตระกูลเสนาบดีอันบริบูรณ์นี้ บาปไม่มีผลแน่นอน ข้าพเจ้าจึงไม่ต้องไปตกนรก”

Mahachula §1202

ครั้งนั้น ในกรุงมิถิลานี้ ได้มีคนเข็ญใจเป็นทาสชื่อว่าวีชกะ กำลังรักษาอุโบสถ เข้าไปยังสำนักของคุณาชีวก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๖๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1203

ได้ฟังคำของกัสสปคุณาชีวก และของอลาตเสนาบดีกล่าวกันแล้ว จึงถอนหายใจอึดอัดร้องไห้หลั่งน้ำตา

Mahachula §1204

พระเจ้าวิเทหะได้ตรัสถามนายวีชกะนั้นว่า “สหาย เจ้าร้องไห้ทำไม เจ้าได้ฟังได้เห็นอะไรมาหรือ เจ้าได้รับทุกขเวทนาอะไร จงบอกให้เราทราบเถิด”

Mahachula §1205

นายวีชกะได้ฟังพระราชดำรัสของพระเจ้าวิเทหะแล้ว ได้กราบทูลให้ทรงทราบดังนี้ว่า “ข้าแต่มหาราชข้าพระองค์ไม่มีทุกขเวทนาเลย ขอพระองค์ได้ทรงสดับคำของข้าพระพุทธเจ้าเถิด

Mahachula §1206

แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็ยังระลึกถึง ความสุขในชาติก่อนของตนเองได้ คือ ในชาติก่อน ข้าพระพุทธเจ้าได้เคยเกิดเป็นเศรษฐี ชื่อว่าภาวเศรษฐี ยินดีในคุณธรรมอยู่ในเมืองสาเกต

Mahachula §1207

ข้าพระพุทธเจ้านั้นได้รับการยกย่องจากพราหมณ์และคหบดี ยินดีในการบริจาคทาน มีการงานสะอาด ระลึกถึงบาปกรรมชั่วที่ตนเคยทำไว้ไม่ได้เลย

Mahachula §1208

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ ข้าพระพุทธเจ้าจุติจากชาตินั้นแล้ว มาเกิดในครรภ์ของนางกุมภทาสี ซึ่งเป็นหญิงขัดสนยากจนในกรุงมิถิลานี้ ตั้งแต่เวลาที่เกิดมา ข้าพระพุทธเจ้า ก็เป็นยาจกเข็ญใจตลอดมา

Mahachula §1209

แม้ข้าพระพุทธเจ้าจะเป็นคนยากจนอย่างนี้ ก็ยังตั้งมั่นอยู่ในความประพฤติชอบ ได้ให้อาหารกึ่งหนึ่งแก่ผู้ที่ปรารถนา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1210

ข้าพระพุทธเจ้านั้นได้รักษาอุโบสถศีล ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำทุกเมื่อ ไม่เบียดเบียนสัตว์และไม่ลักทรัพย์

Mahachula §1211

กรรมทั้งปวงที่ข้าพระพุทธเจ้า ได้ประพฤติมาดีแล้วนี้ไร้ผลแน่ ศีลนี้เห็นจะไร้ประโยชน์เหมือนอลาตเสนาบดีกล่าว

Mahachula §1212

ข้าพระพุทธเจ้ากำเอาแต่ความปราชัยไว้ เหมือนนักเลงผู้ไร้ศิลปะเป็นแน่ ส่วนอลาตเสนาบดีกำเอาไว้แต่ชัยชนะ เหมือนนักเลงผู้ฝึกฝนการพนัน

Mahachula §1213

ข้าแต่พระราชา ข้าพระพุทธเจ้ายังมองไม่เห็นประตู ที่จะเป็นทางไปสู่สุคติเลย ฉะนั้น ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟัง คำของกัสสปคุณาชีวกแล้ว จึงร้องไห้”

Mahachula §1214

พระเจ้าอังคติได้สดับคำพูดของนายวีชกะแล้ว ได้ตรัสว่า “ประตูสุคติไม่มี ท่านยังสงสัยอีกหรือวีชกะ”

Mahachula §1215

ได้ทราบว่า “สุขหรือทุกข์สัตว์ได้เองแน่นอน สัตว์ทั้งหลายหมดจดได้ด้วยการท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ เมื่อยังไม่ถึงเวลา ท่านอย่าได้รีบด่วนไปเลย

Mahachula §1216

เมื่อก่อน แม้เราก็เคยทำความดีมา ขวนขวายช่วยเหลือพราหมณ์และคหบดีทั้งหลาย สั่งสอนราชกิจอยู่เนืองๆ งดเว้นจากความยินดี(ในกามคุณ) ตลอดกาลมีประมาณเท่านี้

Mahachula §1217

ท่านผู้เจริญ พวกเราจะได้พบกันอีก ถ้าจักมีการคบหาสมาคมกัน” พระเจ้าวิเทหะครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว ก็ได้เสด็จกลับไปยังพระราชนิเวศน์ของพระองค์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1218

ต่อจากนั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว พระเจ้าอังคติรับสั่งให้ประชุมเหล่าอำมาตย์ ในสถานที่ประทับสำราญของพระองค์แล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

Mahachula §1219

“ขอเหล่าอำมาตย์จงจัดกามคุณทั้งหลายให้แก่เราทุกเมื่อ ในจันทกปราสาทของเรา เมื่อราชการลับถูกเปิดเผยขึ้น ใครๆ อย่าได้เข้ามาหาเรา

Mahachula §1220

อำมาตย์ฉลาดในราชกิจ ๓ นาย คือ (๑) วิชัยอำมาตย์ (๒) สุนามอำมาตย์ (๓) อลาตเสนาบดี จงนั่งพิจารณาข้อราชการเหล่านี้”

Mahachula §1221

พระเจ้าวิเทหะครั้นตรัสดังนี้แล้ว จึงตรัสพระดำรัสนี้ว่า “ขอท่านทั้งหลายจงใส่ใจในกามคุณให้มาก และอย่าได้ไปยุ่งในกิจการอะไรๆ ในพวกพราหมณ์และคหบดีเลย”

Mahachula §1222

ตั้งแต่วันนั้นมา ๒ สัปดาห์ พระราชกัญญาพระนามว่ารุจา ผู้เป็นพระธิดาเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าวิเทหะ ได้ตรัสกับพระพี่เลี้ยงว่า

Mahachula §1223

“ขอพวกท่านจงช่วยกันประดับประดาให้ฉันด้วย และขอให้เพื่อนหญิงของฉันจงช่วยกันประดับ พรุ่งนี้ ๑๕ ค่ำเป็นวันทิพย์ ฉันจะไปเฝ้าพระบิดา” @เชิงอรรถ : @ วันทิพย์ หมายถึงวันที่เทวดาประชุมกันประดับตกแต่งร่างกาย (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๒๒๓/๑๕๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1224

พระพี่เลี้ยงทั้งหลายได้จัดมาลัย แก่นจันทน์ แก้วมณี สังข์ แก้วมุกดา และผ้าสีต่างๆ ที่มีค่ามากมาถวายแด่พระนางรุจานั้น

Mahachula §1225

หญิงเป็นอันมากแวดล้อมพระนางรุจาราชธิดา ผู้มีพระฉวีวรรณงามนั้น ผู้ประทับนั่งอยู่บนพระภัทรบิฐ สวยงามยิ่งนักดังนางเทพกัญญา

Mahachula §1226

พระนางรุจาราชธิดานั้นทรงประดับสรรพาภรณ์ เสด็จไป ณ ท่ามกลางเพื่อนหญิง เหมือนสายฟ้าแลบออกจากเมฆ ได้เสด็จเข้าสู่จันทกปราสาท

Mahachula §1227

ครั้นเสด็จเข้าไปเฝ้าพระเจ้าวิเทหะ ถวายบังคมพระบิดาผู้ทรงยินดีในคำแนะนำแล้ว ประทับอยู่บนพระภัทรบิฐอันขจิตด้วยทอง ณ ที่อันสมควร

Mahachula §1228

พระเจ้าวิเทหะทอดพระเนตรเห็นพระนางรุจา ประทับอยู่ท่ามกลางพระสหายหญิง ซึ่งเป็นเหมือนสมาคมของนางเทพอัปสร จึงได้ตรัสพระดำรัสดังนี้ว่า

Mahachula §1229

“ลูกหญิงยังรื่นรมย์อยู่ในปราสาท และสระโบกขรณีในภายในอุทยานอยู่หรือ คนเหล่านั้นยังนำของเสวยเป็นอันมาก มาให้ลูกหญิงอยู่เสมอหรือ

Mahachula §1230

ลูกหญิงและเพื่อนหญิงของลูก ยังเก็บดอกไม้หลายชนิดมาร้อยเป็นพวงมาลัย ทำเรือนหลังเล็กๆ แต่ละหลังเล่นเพลิดเพลินอยู่หรือ @เชิงอรรถ : @ ภัทรบิฐ หมายถึงตั่งทอง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1231

อีกประการหนึ่ง ลูกหญิงยังขาดแคลนบกพร่องอะไรบ้าง คนเหล่านั้นรีบนำสิ่งของมาให้ทันใจลูกหรือ ลูกรักผู้มีพักตร์ผ่องใส ลูกจงทำใจของเจ้าให้ผ่องใส เช่นกับดวงจันทร์เถิด”

Mahachula §1232

พระนางรุจาราชธิดาได้สดับพระราชดำรัสของพระเจ้าวิเทหะแล้ว ได้กราบทูลพระบิดาว่า “ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันได้สิ่งนี้ทั้งหมดในสำนักของพระองค์

Mahachula §1233

พรุ่งนี้ ๑๕ ค่ำ เป็นวันทิพย์ ขอราชบุรุษทั้งหลายจงนำพระราชทรัพย์พันหนึ่งมาให้หม่อมฉัน หม่อมฉันจักให้ทานแก่วณิพกทั้งปวงตามที่เคยให้มา”

Mahachula §1234

พระเจ้าอังคติได้สดับพระดำรัส ของพระนางรุจาแล้วตรัสว่า ลูกหญิงทำลายทรัพย์ให้พินาศไปเสียเป็นจำนวนมาก หาผลประโยชน์มิได้

Mahachula §1235

ลูกหญิงรักษาอุโบสถศีล ไม่บริโภคข้าวน้ำเป็นนิตย์ ลูกหญิงจักต้องไม่บริโภคข้าวน้ำเป็นนิตย์ บุญไม่มีแก่ผู้ไม่บริโภค

Mahachula §1236

แม้นายวีชกะได้ฟังคำพูดของคุณาชีวกกัสสปโคตรในเวลานั้น ถอนหายใจฮึดฮัด ร้องไห้หลั่งน้ำตาแล้ว

Mahachula §1237

ลูกหญิงรุจาเอ๋ย ตราบใดที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ก็อย่าได้อดอาหารเลย ปรโลกไม่มีหรอก ลูกหญิงจะลำบากเดือดร้อนไปทำไมไร้ประโยชน์”

Mahachula §1238

พระนางรุจาผู้มีพระฉวีวรรณงดงาม ได้สดับพระราชดำรัสของพระเจ้าวิเทหะแล้ว ก็ทรงทราบกฎธรรมดาในอดีต ๗ ชาติ ในอนาคต ๗ ชาติ กราบทูลพระบิดาดังนี้ว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1239

“แต่ก่อน หม่อมฉันได้แต่ฟังเท่านั้น หม่อมฉันได้เห็นข้อนี้อย่างประจักษ์ว่า ผู้ใดคบหาคนพาล ผู้นั้นก็พลอยเป็นพาลไปด้วย

Mahachula §1240

เพราะว่าคนหลงอาศัยคนหลง ก็ยิ่งเข้าถึงความหลงหนักขึ้น อลาตเสนาบดี และนายวีชกะสมควรจะหลง

Mahachula §1241

ข้าแต่สมมติเทพ ส่วนพระองค์ทรงพระปรีชา เป็นนักปราชญ์ ทรงฉลาดในอรรถ จะทรงเป็นเหมือนพวกคนพาลเข้าถึงทิฏฐิต่ำทรามได้อย่างไร

Mahachula §1242

แม้ถ้าสัตว์จะบริสุทธิ์ได้ด้วยการท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ การบวชของคุณาชีวกก็ไร้ประโยชน์ เขาเป็นคนหลงใหลงมงายจะเข้าถึงความเป็นคนเปลือย เหมือนแมลงหลงบินเข้ากองไฟที่ลุกโชน

Mahachula §1243

คนส่วนมากผู้ไม่รู้อะไร พอได้ฟังคำของคุณาชีวกว่า ความหมดจดมีได้ด้วยการท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏ ก็เชื่อมั่นเสียก่อนทีเดียว จึงพากันปฏิเสธกรรมและผลของกรรม ผลที่เคยยึดถือผิดมาก่อนยากที่จะแก้ได้ เหมือนปลาติดเบ็ดยากที่จะแก้ตนออกจากเบ็ดได้

Mahachula §1244

ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันจักยกตัวอย่างมาเปรียบเทียบ เพื่อประโยชน์แก่ทูลกระหม่อมเอง บัณฑิตบางพวกในโลกนี้ย่อมรู้เนื้อความได้ด้วยการเปรียบเทียบ

Mahachula §1245

เหมือนเรือของพ่อค้าบรรทุกสินค้าหนักเกินประมาณ ย่อมทำสินค้าที่หนักยิ่งจมดิ่งลงในมหาสมุทรฉันใด

Mahachula §1246

คนสั่งสมบาปกรรมไว้ทีละน้อยๆ ก็จะพาเอาบาปกรรมที่หนักอย่างยิ่ง จมดิ่งลงในนรกฉันนั้นเหมือนกัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1247

ขอเดชะเสด็จพ่อ ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน อกุศลอันหนักของอลาตเสนาบดียังไม่บริบูรณ์ก่อน อลาตเสนาบดีสั่งสมแต่บาปที่เป็นเหตุให้ไปทุคติ

Mahachula §1248

ขอเดชะเสด็จพ่อ ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน การที่อลาตเสนาบดีได้รับความสุขอยู่ในบัดนี้ เป็นผลบุญที่ตนได้เคยทำไว้ในปางก่อนนั่นเอง พระเจ้าข้า

Mahachula §1249

บุญของอลาตเสนาบดีนั้นกำลังจะหมดสิ้น จริงอย่างนั้น บัดนี้ อลาตเสนาบดี จึงกลับมายินดีในอกุศลกรรมที่ไม่ใช่คุณ เลิกละทางตรงไปตามทางผิด

Mahachula §1250

ตาชั่งที่กำลังชั่งของต่ำลงข้างหนึ่ง เมื่อเอาของหนักออก ข้างที่ต่ำจะสูงขึ้นฉันใด

Mahachula §1251

นรชนก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อสั่งสมบุญทีละน้อยๆ ย่อมไปสู่สวรรค์ เหมือนนายวีชกะผู้เป็นทาสยินดีในกรรมอันงาม

Mahachula §1252

นายวีชกะผู้เป็นทาสเห็นทุกข์ในตนวันนี้ เพราะได้ประสบบาปกรรม ที่ตนเคยได้ทำไว้ในปางก่อนนั่นเอง

Mahachula §1253

บาปกรรมของเขากำลังจะหมดสิ้นไป บัดนี้ เขาจึงกลับมายินดีในข้อแนะนำ ทูลกระหม่อมอย่าคบกัสสปคุณาชีวกเลย ขอพระองค์อย่าดำเนินทางผิดเลย

Mahachula §1254

ข้าแต่พระบิดา บุคคลคบบุคคลเช่นใด เป็นสัตบุรุษผู้มีศีล หรืออสัตบุรุษผู้ไม่มีศีล เขาย่อมตกอยู่ในอำนาจของบุคคลนั้นเท่านั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1255

บุคคลทำคนเช่นใดให้เป็นมิตรและคบหาคนเช่นใด แม้เขาก็ย่อมเป็นคนเช่นนั้น เพราะการอยู่ร่วมกันก็เป็นเช่นนั้น

Mahachula §1256

ผู้คบย่อมแปดเปื้อนคนคบ ผู้สัมผัสย่อมแปดเปื้อนคนสัมผัส เหมือนลูกศรอาบยาพิษย่อมเปื้อนแล่ง เพราะกลัวจะแปดเปื้อน นักปราชญ์ไม่ควรมีคนชั่วเป็นสหาย

Mahachula §1257

การคบหาคนพาลก็เหมือนคนเอาใบไม้ห่อปลาเน่า แม้ใบไม้ก็มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไปด้วย

Mahachula §1258

การคบนักปราชญ์ก็เหมือนคนเอาใบไม้ห่อกฤษณา แม้ใบไม้ก็มีกลิ่นหอมฟุ้งไปด้วย

Mahachula §1259

เพราะฉะนั้น บัณฑิตรู้ความเป็นบัณฑิตของตน ดังใบไม้สำหรับห่อแล้ว จึงเลิกคบอสัตบุรุษ คบแต่สัตบุรุษ อสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก ส่วนสัตบุรุษย่อมนำให้ถึงสุคติ

Mahachula §1260

แม้หม่อมฉันก็ระลึกชาติที่ตนได้ท่องเที่ยวมาแล้ว ได้ ๗ ชาติ และรู้ชาติที่ตนจุติจากโลกนี้แล้ว จักไปเกิดในอนาคตอีก ๗ ชาติ

Mahachula §1261

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงปกครองประชาชน ชาติที่ ๗ ของหม่อมฉันในอดีต หม่อมฉันได้เกิดเป็นบุตรชายของนายช่างทอง ในกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ

Mahachula §1262

หม่อมฉันอาศัยสหายชั่วทำบาปกรรมไว้มาก เที่ยวประพฤติผิดในภรรยาของผู้อื่นเหมือนจะไม่ตาย

Mahachula §1263

กรรมนั้นยังไม่ทันให้ผลเหมือนไฟที่ถูกกลบไว้ด้วยเถ้า ต่อมา ด้วยกรรมอื่นๆ หม่อมฉันจึงได้เกิดในแคว้นวังสะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1264

ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันเป็นบุตรคนเดียว ในตระกูลเศรษฐีที่มั่งคั่งสมบูรณ์ มีทรัพย์มากในกรุงโกสัมพี ได้รับสักการะบูชาอยู่เป็นนิตย์

Mahachula §1265

ในชาตินั้น หม่อมฉันได้คบหามิตรสหาย ผู้ยินดีในกรรมอันงาม ผู้เป็นบัณฑิต เป็นพหูสูต สหายนั้นได้แนะนำให้หม่อมฉันตั้งอยู่ในกรรมอันเป็นประโยชน์

Mahachula §1266

หม่อมฉันได้รักษาอุโบสถศีล ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ ตลอดราตรีเป็นอันมาก กรรมนั้นยังไม่ทันให้ผลเหมือนขุมทรัพย์ที่ฝังไว้ใต้น้ำ

Mahachula §1267

ครั้นต่อมา บรรดาบาปกรรมทั้งหลาย กรรมคือการล่วงละเมิดภรรยาของผู้อื่นใด ที่หม่อมฉันได้กระทำไว้ในแคว้นมคธ ผลของกรรมนั้นได้มาถึงหม่อมฉันเข้าแล้วในภายหลัง เหมือนดื่มยาพิษอันร้ายแรง

Mahachula §1268

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ หม่อมฉันจุติจากตระกูลเศรษฐีในกรุงโกสัมพีนั้นแล้ว ต้องหมกไหม้อยู่ในโรรุวนรกตลอดกาลนาน เพราะกรรมของตน หม่อมฉันระลึกถึงทุกข์ ที่ตนเคยได้เสวยมาในนรกนั้น ไม่ได้รับความสุขเลย

Mahachula §1269

หม่อมฉันทำทุกข์มากมายให้หมดสิ้นไป ในนรกนั้นมากมายหลายปีแล้ว จึงเกิดเป็นลาถูกตอนอยู่ในภินนาคตนคร พระเจ้าข้า

Mahachula §1270

หม่อมฉันต้องพาลูกอำมาตย์ไปด้วยหลังบ้าง ด้วยรถบ้าง นั่นเป็นผลของกรรมที่ล่วงละเมิดภรรยาของคนอื่นของหม่อมฉัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1271

ข้าแต่พระองค์ผู้ครองแคว้นวิเทหะ หม่อมฉันจุติจากชาติเป็นลานั้นแล้วได้ไปเกิดเป็นลิงในป่าใหญ่ ถูกหัวหน้าฝูงตัวคะนองกัดลูกอัณฑะออก นั่นเป็นผลของกรรมที่ล่วงละเมิดภรรยาของคนอื่นของหม่อมฉัน

Mahachula §1272

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ หม่อมฉันจุติจากชาติเป็นลิงนั้นแล้ว ได้ไปเกิดเป็นโคในแคว้นทสันนะ ถูกตอน มีกำลังแข็งแรงดี หม่อมฉันต้องเทียมยานอยู่เป็นเวลานาน นั่นเป็นผลของกรรมที่ล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่นของหม่อมฉัน

Mahachula §1273

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ หม่อมฉันจุติจากชาติเป็นโคนั้นแล้ว ได้ไปเกิดเป็นกะเทยในตระกูลที่มีโภคสมบัติมากในแคว้นวัชชี จะได้เกิดเป็นมนุษย์ก็แสนยาก นั่นเป็นผลของกรรมคือการล่วงละเมิดภรรยาคนอื่นของหม่อมฉัน

Mahachula §1274

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ หม่อมฉันจุติจากชาติเป็นกะเทยนั้นแล้ว ได้ไปเกิดเป็นนางอัปสรในพระอุทยานนันทวันชั้นดาวดึงสพิภพ มีฉวีวรรณงามน่ารักใคร่

Mahachula §1275

มีผ้าและอาภรณ์งามวิจิตร ใส่ตุ้มหูแก้วมณี เก่งในการฟ้อนรำขับร้อง เป็นปริจาริกาของท้าวสักกะ

Mahachula §1276

ข้าแต่พระเจ้าวิเทหะ เมื่อหม่อมฉันอยู่ในชั้นดาวดึงสพิภพนั้น ระลึกชาติแม้ในอนาคตได้อีก ๗ ชาติ ที่หม่อมฉันจุติจากดาวดึงสพิภพนั้นแล้วจักเกิดต่อไป

Mahachula §1277

กุศลที่หม่อมฉันได้ทำไว้ในกรุงโกสัมพีได้ตามมาให้ผล หม่อมฉันจุติจากดาวดึงสพิภพแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๗๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1278

ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันนั้น ได้รับสักการะบูชาเป็นนิตย์มาตลอด ๗ ชาติ หม่อมฉันไม่พ้นจากความเป็นหญิงตลอด ๖ ชาติ

Mahachula §1279

ข้าแต่สมมติเทพ ชาติที่ ๗ หม่อมฉันจักได้เกิดเป็นเทวดาผู้ชาย คือ เป็นเทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้สูงสุดในหมู่เทวดา

Mahachula §1280

แม้วันนี้ เหล่านางอัปสรผู้เป็นปริจาริกาของหม่อมฉัน ยังช่วยกันร้อยดอกไม้เป็นพวงมาลัยอยู่ในพระอุทยานนันทวัน เทพบุตรนามว่าชวะ ยังรับพวงมาลัยของหม่อมฉันอยู่

Mahachula §1281

๑๖ ปีในมนุษย์นี้เป็นเหมือนครู่หนึ่งของเทวดา ๑๐๐ ปีของมนุษย์เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของเทวดา

Mahachula §1282

ดังที่ได้กราบทูลมานี้ กรรมทั้งหลายติดตามไปได้ แม้ตั้งอสงไขยชาติ ด้วยว่ากรรมจะดีหรือชั่วก็ตามย่อมไม่พินาศไป

Mahachula §1283

บุคคลใดปรารถนาจะเป็นชายทุกๆ ชาติไป บุคคลนั้นพึงเว้นภรรยาผู้อื่นเสีย เหมือนคนล้างเท้าสะอาดแล้วเว้นเปือกตม

Mahachula §1284

หญิงใดปรารถนาจะเป็นชายทุกๆ ชาติไป หญิงนั้นก็พึงยำเกรงสามีเหมือนนางเทพอัปสร ผู้เป็นปริจาริกายำเกรงพระอินทร์

Mahachula §1285

ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ และสุขทิพย์ ผู้นั้นพึงเว้นบาปทั้งหลายแล้วประพฤติธรรม ๓ อย่าง เถิด @เชิงอรรถ : @ ธรรม ๓ อย่าง ในที่นี้หมายถึงสุจริต ๓ ที่เป็นไปทางกาย วาจา ใจ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๓๘๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๘. มหานารทกัสสปชาดก (๕๔๕)

Mahachula §1286

หญิงหรือชายก็ตาม ไม่ประมาทด้วยกาย วาจา ใจ เป็นผู้มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาเพื่อประโยชน์ของตน

Mahachula §1287

มนุษย์เหล่าใดในชีวโลกนี้ เป็นผู้มียศ มีโภคทรัพย์บริบูรณ์ทุกอย่าง มนุษย์เหล่านั้นได้สั่งสมกรรมดีไว้ในปางก่อนโดยไม่ต้องสงสัย สัตว์ทั้งปวงล้วนมีกรรมเป็นของของตน

Mahachula §1288

ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์ทรงพระราชดำริ ด้วยพระองค์เถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน พระสนมผู้ทรงโฉมงามปานดังนางเทพอัปสร ประดับประดาคลุมกายด้วยข่ายทองเหล่านี้ พระองค์ทรงได้มาเพราะผลแห่งกรรมอะไร”

Mahachula §1289

พระนางรุจาราชกัญญาทรงให้พระเจ้าอังคติ พระชนกนาถพอพระทัย พระราชกุมารีผู้มีวัตรดีงาม ทรงกราบทูลทางแห่งสุคติแก่พระชนกนาถพระองค์นั้นแล้ว เหมือนบอกทางให้แก่คนหลงทาง และได้กราบทูลข้อธรรมถวายด้วยประการฉะนี้

Mahachula §1290

ต่อมา นารทมหาพรหมตรวจดูชมพูทวีป ได้เห็นพระเจ้าอังคติ จึงมาจากพรหมโลกถึงถิ่นมนุษย์

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Commentary

Later explanatory literature — not the Buddha’s word

Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก

1 work(s) · 447 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page

Open this edition’s own page · มหานารทกัสสปชาดก ว่าด้วย พระมหานารทกัสสปะทรงบำเพ็ญอุเบกขาบารมี

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

How Mahachula paragraphs are matched

Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar

at least one paragraph pairing fell below the threshold, so none is placed item by item rather than risk a wrong item

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ