This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
ตติยํ สรณคมนิยตฺเถราปทานํ (๑๑๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ สรณคมนิยเถราปทานที่ ๓ (๑๑๓) ว่าด้วยผลแห่งการถึงศาสดาเป็นสรณะ
๓. สรณคมนิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสรณคมนิยเถระ (พระสรณคมนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
|๑๑๕.๒๐| อุภินฺนํ เทวราชูนํ สงฺคาโม ปจฺจุปฏฺฐิโต อโหสิ สมุปพฺยุโฬฺห มหาโฆโส อวตฺตถ ฯ |๑๑๕.๒๑| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห อนฺตลิกฺเข ฐิโต สตฺถา สํเวเชสิ มหาชนํ ฯ |๑๑๕.๒๒| สพฺเพ เทวา อตฺตมนา นิกฺขิตฺตกวจาวุธา สมฺพุทฺธํ อภิวาทิตฺวา เอกคฺคาสึสุ ตาวเท ฯ |๑๑๕.๒๓| มยฺหํ สงฺกปฺปมญฺญาย วาจาสภิมุทีรยิ อนุกมฺปโก โลกวิทู นิพฺพาเปสิ มหาชนํ ฯ |๑๑๕.๒๔| ปทุฏฺฐจิตฺโต มนุโช เอกํ ปาณํ วิเหฐยํ เตน จิตฺตปฺปโทเสน อปายํ อุปปชฺชติ ฯ |๑๑๕.๒๕| สงฺคามสี ส นาโคว พหุปาเณ วิเหฐยํ นิพฺพาเปถ สกํ จิตฺตํ มา หญฺญิตฺถ ปุนปฺปุนํ ฯ |๑๑๕.๒๖| ทฺวินฺนํปิ ยกฺขราชูนํ เสนาปิ สมิตา อหุ สรณญฺจ อุปาคญฺฉุํ โลกเชฏฺฐํ สุตาทินํ ฯ |๑๑๕.๒๗| สญฺญาเปตฺวาน ชนตํ อุทฺธริ ปน จกฺขุมา เปกฺขมาโนว เทเวหิ ปกฺกามิ อุตฺตรามุโข ฯ |๑๑๕.๒๘| ปฐมํ สรณํ คญฺฉึ ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน กปฺปานํ สตสหสฺสํ ทุคฺคตึ นูปปชฺชหํ ฯ |๑๑๕.๒๙| มหาจุนฺทภินามา จ โสฬสาสุํ รเถสภา ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ ราชาโน จกฺกวตฺติโน ฯ |๑๑๕.๓๐| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สรณคมนิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สรณคมนิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
สงครามปรากฏแก่ท้าวเทวราชทั้งสอง (พระยายักษ์) กองทัพประชิดกัน เป็นหมู่ๆ เสียงอันดังกึกก้องได้เป็นไป พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในอากาศ ทรงยัง มหาชนให้เกิดสังเวช เทวดาทั้งปวงมีใจยินดีต่างวางเกราะและอาวุธ ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า รวมเป็นอันเดียวกันได้ในขณะนั้น พระ ศาสดาผู้ทรงอนุเคราะห์ ทรงรู้แจ้งโลก ทรงทราบความดำริของเราแล้ว ทรงเปล่งวาจาสัตบุรุษ ทรงยังมหาชนให้เย็นใจว่า ผู้เกิดเป็นมนุษย์มีจิต ประทุษร้าย เบียดเบียนสัตว์เพียงตัวหนึ่ง จะต้องเข้าถึงอบายเพราะจิต ประทุษร้ายนั้น เปรียบเหมือนช้างในค่ายสงคราม เบียดเบียนสัตว์เป็น อันมาก ท่านทั้งหลายจงดับ (ระงับ) จิตของตน อย่าเดือดร้อนบ่อยๆ เลย แม้พวกเสนาของพระยายักษ์ทั้งสอง ได้ประชุมกัน นับถือพระโลก เชษฐผู้คงที่เป็นอันดี เป็นสรณะ ส่วนพระศาสดาผู้มีจักษุ ทรงยังหมู่ชน ให้ยินยอมแล้ว ทรงเพ่งดูในเบื้องบนจากเทวดาทั้งหลาย บ่ายพระพักตร์ ทางทิศอุดรเสด็จกลับไป เราได้นับถือพระองค์ผู้จอมสัตว์ผู้คงที่เป็นสรณะ ก่อนใครๆ เราไม่ได้เข้าถึงทุคติเลยตลอดแสนกัลป ใน ๓ หมื่นกัลป แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ มีพระนามว่า มหาจุนทภิ และพระนามว่ารเถสภะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระสรณคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ สรณคมนิยเถราปทาน.
สงครามของท้าวเทวราชทั้ง ๒ ฝ่าย ได้ปรากฏประชิดติดกัน เสียงดังกึกก้องได้เป็นไป
พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับยืนอยู่ในอากาศ ทรงทำมหาชนให้สังเวชแล้ว
เทวดาทั้งปวงมีใจเบิกบาน ต่างวางเกราะและอาวุธ พร้อมใจกันถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะนั้น
พระศาสดาผู้ทรงอนุเคราะห์ ทรงรู้แจ้งโลก ทรงทราบความคิดของข้าพเจ้าแล้ว ทรงเปล่งอาสภิวาจา ทำมหาชนให้เย็นใจว่า
บุคคลผู้เกิดเป็นมนุษย์ มีจิตประทุษร้าย เบียดเบียนสัตว์เพียงตัวเดียว จะต้องเกิดยังอบายภูมิ เพราะจิตประทุษร้ายนั้น @เชิงอรรถ : @ อาสภิวาจา หมายถึงวาจาแสดงความเป็นผู้องอาจ วาจาองอาจคือคำประกาศพระองค์ว่าเป็นเอกในโลก@(ที.ม. (แปล) ๑๐/๓๑/๑๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๓. สรณคมนิยเถราปทาน
เปรียบเหมือนช้างในสนามรบ เบียดเบียนสัตว์จำนวนมาก ท่านทั้งหลายจงทำจิตของตนให้เย็นเถิด อย่าเบียดเบียนกันนักเลย
แม้พวกเสนาของพญายักษ์ทั้ง ๒ ได้สงบสงคราม และพากันถึงพระผู้มีพระภาคผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่เป็นอันดี ว่าเป็นสรณะ อย่างมั่นคง
ส่วนพระศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงให้หมู่ชนยินยอมแล้ว อันหมู่เทวดาเพ่งดูอยู่ ทรงก้าวย่างพระบาท ทรงบ่ายพระพักตร์เสด็จหลีกไปทางทิศเหนือ
ข้าพเจ้าได้ถึงพระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่ ว่าเป็นสรณะเป็นคนแรก ข้าพเจ้าไม่ไปเกิดยังทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ มีพระนามว่ามหาทุนทุภิและพระนามว่ารเถสภะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสรณคมนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สรณคมนิยเถราปทานที่ ๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๕}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 15 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๒. มหาปริวารวรรค ๓. สรณคมนิยเถราปทาน (๑๑๓)This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 0 by SuttaCentral references · 11 by inference — no pair has been checked by a person yet