This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
ฉฏฺฐํ ราหุลตฺเถราปทานํ (๑๖)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ราหุลเถราปทานที่ ๖ (๑๖) ว่าด้วยผลแห่งการถวายเครื่องลาด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๖. ราหุลเถราปทาน ๖. ราหุลเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระราหุลเถระ (พระราหุลเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
|๑๘.๖๘| ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน สตฺตภูมิมฺหิ ปาสาเท อาทาสํ สนฺถรึ อหํ ฯ |๑๘.๖๙| ขีณาสวสหสฺเสหิ ปริกิณฺโณ มหามุนิ อุปาคมิ คนฺธกุฏึ ทิปทินฺโท นราสโภ ฯ |๑๘.๗๐| วิโรจยํ คนฺธกุฏึ เทวเทโว นราสโภ ภิกฺขุสงฺเฆ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑๘.๗๑| เยนายํ โชติตา เสยฺยา อาทาโสว สุสนฺถโต ฯ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๑๘.๗๒| โสณฺณมยา รูปิมยา อโถ เวฬุริยามยา นิพฺพตฺติสฺสนฺติ ปาสาทา เยเกจิ มนโส ปิยา ฯ |๑๘.๗๓| จตุสฏฺฐิกฺขตฺตุํ เทวินฺโท เทวรชฺชํ กริสฺสติ สหสฺสกฺขตฺตุํ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ อนนฺตรา ฯ |๑๘.๗๔| เอกวีสติกปฺปมฺหิ วิมโล นาม ขตฺติโย จาตุรนฺโต วิชิตาวี จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๗๕| นครํ เรณุวติ นาม อิฏฺฐกาหิ สุมาปิตํ อายามโต ตีณิสตํ จตุรสฺสสมายุตํ ฯ |๑๘.๗๖| สุทสฺสโน นาม ปาสาโท วิสุกมฺเมน มาปิโต กูฏาคารวรูเปโต สตฺตรตนภูสิโต ฯ |๑๘.๗๗| ทสสทฺทาวิวิตฺตนฺตํ วิชฺชาธรสมากุลํ สุทสฺสนํว นครํ เทวตานํ ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๗๘| ปภา นิคฺคจฺฉเต ตสฺส อุคฺคจฺฉนฺเตว สูริเย วิโรจิสฺสติ ตํ นิจฺจํ สมนฺตา อฏฺฐโยชนํ ฯ |๑๘.๗๙| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๘๐| ตุสิตาว จวิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต โคตมสฺส ภควโต อตฺรโช โส ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๘๑| สเจ วเสยฺย อคารํ จกฺกวตฺติ ภเวยฺย โส อฏฺฐานเมตํ ยํ ตาทิ อคาเร รติมชฺฌคา ฯ |๑๘.๘๒| นิกฺขมิตฺวา อคารมฺหา ปพฺพชิสฺสติ สุพฺพโต ราหุโล นาม นาเมน อรหา โส ภวิสฺสติ ฯ |๑๘.๘๓| กิกีว อณฺฑํ รกฺเขยฺย จามรีริว วาลธึ นิปโก สีลสมฺปนฺโน มมํ ทกฺขิ มหามุนิ ฯ |๑๘.๘๔| ตสฺสาหํ ธมฺมมญฺญาย วิหาสึ สาสเน รโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย วิหรามิ อนาสโว ฯ |๑๘.๘๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ราหุโล เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ราหุลตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
เราได้ถวายเครื่องลาดในปราสาท ๗ ชั้น แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า ปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ พระมหามุนีผู้เป็นจอมแห่งชนเป็น นระผู้ประเสริฐ อันพระขีณาสพพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เสด็จเข้าพระ คันธกุฎี พระศาสดาผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนระผู้องอาจ ทรงยัง พระคันธกุฎีให้รุ่งเรือง ประทับยืนในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถา เหล่านี้ว่า ที่นอนนี้ผู้ใดให้โชติช่วงแล้ว ดังกระจกเงาอันขัดดีแล้ว เราจัก พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ปราสาททองอันงดงาม หรือ ปราสาทแก้วไพฑูรย์เป็นที่รักแห่งใจจักบังเกิดแก่ผู้นั้น ผู้นั้นจักเป็นจอม เทวดา เสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๖๔ ครั้ง ในกัลปที่ ๒๑ จักได้เป็นกษัตริย์ พระนามว่าวิมล จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงครอบครองแผ่นดินมีสมุทร- สาคร ๔ เป็นขอบเขต พระนครชื่อเรณุวดีสร้างด้วยแผ่นอิฐ โดยยาว ๓๐๐ โยชน์ สี่เหลี่ยมจตุรัส ปราสาทชื่อสุทัสนะ อันวิสสุกรรมเทพบุตร นิรมิตให้ ประกอบด้วยเรือนยอดอันประเสริฐ ประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ วิทยาธรมีเสียงสิบอย่างต่างๆ กัน มาเกลื่อนกล่นอยู่ เหมือน จักเป็นนครชื่อสุทัสนะของเหล่าเทวดา รัศมีแห่งนครนั้น เปล่งปลั่งดัง เมื่อพระอาทิตย์อุทัย นครนั้นจักรุ่งเรืองจ้าโดยรอบ ๘ โยชน์อยู่เป็นนิจ ในแสนกัลป พระศาสดาทรงพระนามว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่งมีสมภพ ในวงศ์พระเจ้าโอกกากราช จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นั้นอันกุศลมูลตัก- เตือนแล้ว จักเคลื่อนจากภพดุสิต จักได้เป็นพระราชโอรสของพระผู้มี พระภาคพระนามว่าโคดม ถ้าจะพึงอยู่ครองเรือนผู้นั้นพึงได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ แต่ข้อที่เขาจะคงที่ถึงความยินดีในเรือนนั้น ไม่เป็นฐานะที่จะ มีได้ เขาจักออกบวชเป็นบรรพชิต เป็นผู้มีวัตรอันงาม จักได้เป็นพระ อรหันต์มีนามชื่อว่าราหุล พระมหามุนีทรงพยากรณ์เราว่า มีปัญญา สมบูรณ์ด้วยศีล เหมือนนกต้อยติวิดรักษาไข่ ดังจามรีรักษาขนหาง เรา รู้ทั่วถึงธรรมของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในศาสนา เรากำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระราหุลเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยการฉะนี้แล. จบ ราหุลเถราปทาน. -----------------------------------------------------
ข้าพเจ้าได้ปูลาดกระจกบนปราสาท ๗ ชั้น ถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่
พระผู้มีพระภาคมหามุนี ผู้เป็นใหญ่แห่งเทวดาและมนุษย์ ทรงองอาจกว่านรชน คับคั่งไปด้วยพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ รูป ได้เสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี
พระศาสดาผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงองอาจกว่านรชน ทรงยังพระคันธกุฎีให้รุ่งเรือง ประทับยืนในท่ามกลางหมู่ภิกษุได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์อุบาสกผู้ทำที่นอนนี้ให้โชติช่วงแล้ว ดุจกระจกเงาที่ปูลาดไว้อย่างดี ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
ปราสาททอง ปราสาทเงิน หรือปราสาทแก้วไพฑูรย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่น่าชอบใจ จักบังเกิดแก่อุบาสกนั้น
อุบาสกนั้นจักเป็นจอมเทพ ครองเทวสมบัติ ๖๔ ชาติ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิติดต่อกัน ๑,๐๐๐ ชาติ
ในกัปที่ ๒๑ (นับจากกัปนี้ไป) อุบาสกนั้นจักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวิมละ เป็นใหญ่มีชัยชนะในทวีปทั้ง ๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๖. ราหุลเถราปทาน
มีกรุงนามว่าเรณุวดี ยาว ๓๐๐ โยชน์ สี่เหลี่ยมจตุรัส
มีปราสาทชื่อว่าสุทัสสนะ วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตให้ ประกอบด้วยเรือนยอดอย่างดี ประดับประดาด้วยรัตนะ ๗ ประการ
กรุงนั้นไม่สงัดจากเสียง ๑๐ ประการ พลุกพล่านด้วยพวกวิทยาธร จักเป็นดุจเมืองสุทัสสนะของเหล่าเทวดา
พอเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น กรุงนั้นก็เปล่งรัศมี นครนั้นรุ่งเรืองเป็นนิตย์ แผ่ออกไป ๘ โยชน์ โดยรอบ
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
อุบาสกนั้นถูกกุศลมูลตักเตือนแล้วจักจุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต เกิดเป็นพระโอรสของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
ถ้าหากเขาจะพึงอยู่ครองเรือนก็จะพึงได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ แต่ข้อที่เขาผู้คงที่ จะยินดีในการอยู่ครองเรือนนั้น ไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นได้ (เป็นไปไม่ได้)
เขาจักต้องออกจากเรือนไปบวช มีข้อวัตรอันดี จักสำเร็จเป็นพระอรหันต์โดยนามว่าราหุล
พระราหุลเป็นผู้มีปัญญารักษาตน สมบูรณ์ด้วยศีล ดุจนกต้อยตีวิดรักษาฟองไข่ ดุจจามรีรักษาขนหาง พระมหามุนีได้ทรงเห็นเราแล้ว @เชิงอรรถ : @ เสียง ๑๐ ประการ ได้แก่ เสียงช้าง เสียงม้า เสียงรถ เสียงกลอง เสียงตะโพน เสียงพิณ เสียงขับร้อง@เสียงกังสดาล เสียงประโคมดนตรี และเสียงว่า ‘ท่านทั้งหลายโปรดบริโภค ดื่ม เคี้ยวกิน’@(ที.ม. (แปล) ๑๐/๒๔๑/๑๘๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๑๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๒. สีหาสนิยวรรค] ๗. อุปเสนวังคันตปุตตเถราปทาน
ข้าพเจ้ารู้ทั่วถึงธรรมของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ยินดีอยู่ในศาสนา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระราหุลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ราหุลเถราปทานที่ ๖ จบ
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 46 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๒. สีหาสนิวรรค ๖. ราหุลเถราปทาน (๑๖)This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 18 by SuttaCentral references · 0 by inference — no pair has been checked by a person yet