This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Front matter of the printed edition

Pali

ทสมํ ปุพฺพกมฺมปิโลติ นาม พุทฺธาปทานํ (๓๙๐)

Royal Thai

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติที่ ๑๐ (๓๙๐) ว่าด้วยบุพจริยาของพระองค์เอง

Mahachula Thai

๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ ประวัติในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าว่าด้วยบุพกรรมเก่า (พระอานนทเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าว่าด้วย บุพกรรมเก่า จึงกล่าวว่า)

Pali

|๓๙๒.๖๔| อโนตตฺตสราสนฺเน รมณีเย สิลาตเล นานารตนปชฺโชเต นานาคนฺธวนนฺตเร ฯ |๓๙๒.๖๕| มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน ปเรโต โลกนายโก อาสีโน พฺยากริ ตตฺถ ปุพฺพกมฺมานิ อตฺตโน ฯ |๓๙๒.๖๖| สุณาถ ภิกฺขเว มยฺหํ ยํ กมฺมํ ปกตํ มยา เอกํ อรญฺญิกํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ทินฺนํ ปิโลติกํ ฯ |๓๙๒.๖๗| ปตฺถิตํ ปฐมํ พุทฺธํ พุทฺธตฺตาย มยา ตทา ปิโลติยสฺส กมฺมสฺส พุทฺธตฺเตปิ วิปจฺจติ ฯ |๓๙๒.๖๘| โคปาลโก ปุเร อาสึ คาวึ ปาเชติ โคจรํ ปิวนฺตึ อุทกํ อาวิลํ คาวึ ทิสฺวา นิวารยึ ฯ |๓๙๒.๖๙| เตน กมฺมวิปาเกน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว ปิปาสิโต ยถิจฺฉกํ น หิ ปาตุํ ลภามหํ ฯ |๓๙๒.๗๐| ปุนาลิ นามหํ ธุตฺโต ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาติสุ ปจฺเจกพุทฺธํ สุรภึ อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ ฯ |๓๙๒.๗๑| เตน กมฺมวิปาเกน นิรเย สํสรึ จิรํ พหู วสฺสสหสฺสานิ ทุกฺขํ เวเทสิ เวทนํ ฯ |๓๙๒.๗๒| เตน กมฺมาวเสเสน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว อพฺภกฺขานํ มยา ลทฺธํ สุนฺทริกาย การณา ฯ |๓๙๒.๗๓| สพฺพาภิภุสฺส พุทฺธสฺส นนฺโท นามาสิ สาวโก ตํ อพฺภาจิกฺขาย นิรเย จิรํ สํสริตํ มยา ฯ |๓๙๒.๗๔| ทสวสฺสสหสฺสานิ นิรเย สํสรึ จิรํ มนุสฺสลาภํ ลทฺธาหํ อพฺภกฺขานํ พหุํ ลภึ ฯ |๓๙๒.๗๕| เตน กมฺมาวเสเสน จิญฺจมานวิกา มมํ อพฺภาจิกฺขิ อภูเตน ชนกายสฺส อาคตา ฯ |๓๙๒.๗๖| พฺราหฺมโณ สุตวา อาสึ อหํ สกฺกตปูชิโต มหาวเน ปญฺจสเต มนฺเต วาเจมิ มาณเว ฯ |๓๙๒.๗๗| ตตฺถาคโต อิสีภิโม ปญฺจาภิญฺโญ มหิทฺธิโก ตญฺจาหํ อาคตํ ทิสฺวา อพฺภาจิกฺขึ อทูสกํ ฯ |๓๙๒.๗๘| ตโตหํ อวจํ สิสฺเส กามโภคี อยํ อิสิ มยฺหํปิ ภาสมานสฺส อนุโมทึสุ มาณวา ฯ |๓๙๒.๗๙| ตโต มาณวกา สพฺเพ ภิกฺขมานา กุเล กุเล มหาชนสฺส อาหํสุ กามโภคี อยํ อิสิ ฯ |๓๙๒.๘๐| เตน กมฺมวิปาเกน ปญฺจภิกฺขุสตา อิเม อพฺภกฺขานํ ลภุํ สพฺเพ สุนฺทริกาย การณา ฯ |๓๙๒.๘๑| เวมาตุ ภาตรํ ปุพฺเพ ธนเหตุ หนึ อหํ ปกฺขิปึ คริทุคฺเคสุ สิลาย จ อปึสยึ ฯ |๓๙๒.๘๒| เตน กมฺมวิปาเกน เทวทตฺโต สิลํ ขิปิ องฺคุฏฺฐํ ปึสยิ ปาเท มม ปาสาณสกฺขรา ฯ |๓๙๒.๘๓| ปุเรหํ ทารโก หุตฺวา กีฬมาโน มหาปเถ ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวาน มคฺเค สกลิกํ ทหึ ฯ |๓๙๒.๘๔| เตน กมฺมวิปาเกน อิธ ปจฺฉิมเก ภเว วธตฺถํ มํ เทวทตฺโต อติมาเร ปโยชยิ ฯ |๓๙๒.๘๕| หตฺถาโรโห ปุเร อาสึ ปจฺเจกมุนิมุตฺตมํ ปิณฺฑาย วิจรนฺตํปิ อาสาเทสึ คเชนหํ ฯ |๓๙๒.๘๖| เตน กมฺมวิปาเกน ภนฺโต นาฬาคิรี คโช คิริพฺพเช ปุรวเร ทารุโณ สมุปาคมิ ฯ |๓๙๒.๘๗| ราชาหํ ปตฺติโก อาสึ สตฺติยา ปุริเส หนึ เตน กมฺมวิปาเกน นิรเย ปจฺจิสํ ภุสํ ฯ |๓๙๒.๘๘| กมฺมุโน ตสฺส เสเสน โส ทานิ สกลํ มม ปาเท ฉวึ ปกปฺเปสิ น หิ กมฺมํ วินสฺสติ ฯ |๓๙๒.๘๙| อหํ เกวฏฺฏคามสฺมึ อหุ เกวฏฺฏทารโก มจฺโฉปฆาตเก ทิสฺวา ชนยึ โสมนสฺสกํ ฯ |๓๙๒.๙๐| เตน กมฺมวิปาเกน สีสทุกฺขํ อหุ มม สกฺเกสุ หญฺญมาเนสุ ยทา หนิ วิฏฏุโภ ฯ |๓๙๒.๙๑| ผุสฺสสฺสาหํ ปาวจเน สาวเก ปริภาสยึ ยวํ ขาทถ ภุญฺชถ มา จ ภุญฺชถ สาลิโย ฯ |๓๙๒.๙๒| เตน กมฺมวิปาเกน เตมาสํ ขาทิตํ ยวํ นิมนฺติโต พฺราหฺมเณน เวรญฺชายํ วสึ ตทา ฯ |๓๙๒.๙๓| นิพฺพุทฺเธ วตฺตมานมฺหิ มลฺลปุตฺตํ นิเสธยึ เตน กมฺมวิปาเกน ปิฏฺฐิทุกฺขํ อหุ มม ฯ |๓๙๒.๙๔| ติกิจฺฉโก อหํ อาสึ เสฏฺฐิปุตฺตํ วิเรจยึ เตน กมฺมวิปาเกน โหติ ปกฺขนฺทิกํ มม ฯ |๓๙๒.๙๕| อวจาหํ โชติปาโล สุคตํ กสฺสปํ ตทา กุโต นุ โพธิมณฺฑสฺส โพธิ ปรมทุลฺลภา ฯ |๓๙๒.๙๖| เตน กมฺมวิปาเกน อจรึ ทุกฺกรํ พหุํ ฉพฺพสฺสานุรุเวลายํ ตโต โพธึ อปาปุณึ ฯ |๓๙๒.๙๗| นาหํ เอเตน มคฺเคน ปาปุณึ โพธิมุตฺตมํ กุมคฺเคน คเวสิสฺสํ ปุพฺพกมฺเมน โจทิโต ฯ |๓๙๒.๙๘| ปุญฺญปาปปริกฺขีโณ สพฺพสนฺตาปวชฺชิโต อโสโก อนุปายาโส นิพฺพายิสฺสํ อนาสโว ฯ |๓๙๒.๙๙| เอวํ ชิโน วิยากาสิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อตฺถโต สพฺพาภิญฺญาพลปฺปตฺโต อโนตตฺเต มหาสเรติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ภควา อตฺตโน ปุพฺพจริตํ ปุพฺพกมฺมปิโลตึ นาม พุทฺธาปทานํ ธมฺมปริยายํ อภาสิตฺถาติ ฯ ปุพฺพกมฺมปิโลติ นาม พุทฺธาปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ อมฺพฏํ อพุชญฺเจว อุทุมฺพรมิลกฺขุ จ ผารุวลฺลี จ กทลิ ปนโส โกฏิวิสโก ฯ ปุพฺพกมฺมปิโลติ จ อปทานํ มเหสิโน คาถาโย เอกนวุติ คณิตาโย วิภาวิหิ ฯ อมฺพฏผลวคฺโค เอกูนจตฺตาฬีโส ฯ จุทฺทสมํ ภาณวารํ ฯ ----------

Royal Thai

พระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลก แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์เป็นอันมากประ- ทับนั่งอยู่ที่พื้นหินอันเป็นรัมณียสถานโชติช่วงด้วยแก้วต่างๆ ในละแวก ป่าอันมีกลิ่นหอมต่างๆ ใกล้สระอโนดาต ตรัสชี้แจงบุรพกรรมทั้งหลาย ของพระองค์ ณ ที่นั้นว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟังกรรมที่ เราทำแล้วของเรา เราเห็นภิกษุผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตรรูปหนึ่งแล้วได้ถวายผ้า เก่า เราปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก เพื่อความเป็นพระพุทธ- เจ้า ในกาลนั้น ผลแห่งกรรม คือการถวายผ้าเก่า ย่อมอำนวยผลให้เป็น พระพุทธเจ้า ในกาลก่อน เราเป็นนายโคบาล ต้อนโคไปเลี้ยง เห็น แม่โคกำลังดื่มน้ำขุ่นมัว จึงห้ามมัน ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ในภพ หลังสุดนี้ (แม้) เราจะกระหายน้ำ ก็ไม่ได้ดื่มน้ำตามความปรารถนา ในชาติอื่นในกาลก่อน เราเป็นนักเลงชื่อปุนาลิ ได้กล่าวตู่พระปัจเจก พุทธเจ้าชื่อว่าสุรภี ผู้ไม่ประทุษร้าย (ตอบ) ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานาน ได้เสวยทุกขเวทนาแสนสาหัส หลายพันปีเป็นอันมาก ด้วยผลกรรมอันเหลือนั้น ในภพหลังสุดนี้ เรา จึงได้คำกล่าวตู่เพราะเหตุแห่งนางสุนทริกา เพราะการกล่าวตู่พระเถระ นามว่านันทะ สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ครอบงำอันตรายทั้งปวง เราจึง ท่องเที่ยวอยู่ในนรกสิ้นกาลนาน เราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานาน ถึงหมื่นปี ได้ความเป็นมนุษย์แล้ว ได้การกล่าวตู่เป็นอันมาก ด้วยผล กรรมที่เหลือนั้น นางจิญจมานวิกามากับหมู่ชน ได้กล่าวตู่เราด้วยคำอันไม่ เป็นจริง เมื่อก่อน เราเป็นพราหมณ์ชื่อสุตวา อันชนทั้งหลายสักการะบูชา สอนมนต์ให้กับมาณพประมาณ ๕๐๐ คนในป่าใหญ่ ก็เราได้เห็นฤาษีผู้ น่ากลัว ได้อภิญญา ๕ มีฤทธิ์มากมาในสำนักของเรา เราจึงกล่าวตู่ฤาษีผู้ ไม่ประทุษร้าย โดยได้บอกกะพวกศิษย์ของเราว่า ฤาษีพวกนี้มักบริโภค กาม แม้เมื่อเราบอก (เท่านั้น) พวกมาณพก็เชื่อฟัง ครั้งนั้น มาณพ ทั้งปวง เที่ยวไปภิกษาในสกุลๆ พากันบอกแก่มหาชนว่า ฤาษีพวกนี้ มักบริโภคกาม ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ภิกษุ ๕๐๐ เหล่านี้ ได้คำ กล่าวตู่ทั้งหมด เพราะเหตุแห่งนางสุนทริกา ในกาลก่อน เราได้ฆ่า พี่น้องชายต่างมารดา เพราะเหตุแห่งทรัพย์ จับใส่ลงในซอกเขา และ บด (ทับ) ด้วยหิน ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น พระเทวทัตจึงผลักก้อนหิน ก้อนหินกลิ้งลงมากระทบนิ้วแม่เท้าของเราจนห้อเลือด ในกาลก่อน เราเป็นเด็กเล่นอยู่ที่หนทางใหญ่ เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว ใส่ไฟ เผา (ดัก) ไว้ทั่วหนทาง ด้วยวิบากกรรมนั้น ในภพหลังสุดนี้ พระเทวทัต จึงชักชวนนายขมังธนู ผู้ฆ่าคนตายมาก เพื่อให้ฆ่าเรา ในกาลก่อน เรา เป็นนายควาญช้าง ได้ไสช้างให้จับมัดพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้อุดมมุนีแม้ กำลังเที่ยวบิณฑบาต ด้วยวิบากกรรมนั้น ช้างนาฬาคิรีอันดุร้าย วิ่ง แล่นเข้าไปในคอก (ท้อง) เขา (วงกต) เบื้องหน้าผู้ประเสริฐ ใน กาลก่อน เราเป็นนายทหารราบ (เป็นแม่ทัพ) ฆ่าบุรุษเป็นอันมากด้วย หอก ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราถูกไฟไหม้อย่างเผ็ดร้อนอยู่ในนรก ด้วยผลอันเหลือแห่งกรรมนั้น บัดนี้ ไฟนั้นยังมาไหม้ผิวหนังที่เท้าของ เราทั้งสิ้น (อีก) เพราะว่ากรรมยังไม่พินาศไป ในกาลก่อนเราเป็นเด็ก (ลูก) ของชาวประมงอยู่ในบ้านเกวัฏฏคาม เห็นคนทั้งหลายฆ่าปลาแล้ว เกิดความโสมนัส ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความทุกข์ที่ศีรษะ (ปวดศีรษะ) ได้มีแล้วแก่เราในเมื่อเจ้าศากยะทั้งหลายถูกเบียดเบียน พระเจ้าวิฏฏุภะ ฆ่าแล้ว เราได้บริภาษพระสาวกทั้งหลาย ในศาสนาของพระพุทธเจ้า พระนามว่าผุสสะ ว่าท่านทั้งหลายจงเคี้ยว จงกินแต่ข้าวแดง แต่อย่ากิน ข้าวสาลีเลย ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราอันพราหมณ์นิมนต์แล้ว อยู่ ในเมืองเวรัญชา บริโภคข้าวแดงตลอด ๓ เดือน ในกาลนั้น เมื่อนักมวย กำลังชกกัน เราได้ห้ามบุตรนักมวยปล้ำ ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความ ทุกข์ที่หลัง (ปวดหลัง) ได้มีแล้วแก่เรา เมื่อก่อนเราเป็นหมอรักษาโรค ได้ถ่ายยาให้เศรษฐีบุตร (ตาย) ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น โรคปักขันทิกา- พาธจึงมีแก่เรา เราชื่อว่าโชติปาละ ได้กล่าวกะพระสุคตเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ในกาลนั้นว่า จักมีโพธิมณฑลแต่ที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยาก อย่างยิ่ง ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราได้ประพฤติกรรมที่ทำได้ยากมาก (ทุกกรกิริยา) ที่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมตลอด ๖ ปี แต่นั้น จึงได้บรรลุ โพธิญาณ แต่เราก็มิได้บรรลุโพธิญาณอันสูงสุดด้วยหนทางนี้ เราอัน บุรพกรรมตักเตือนแล้ว จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางที่ผิด (บัดนี้) เราเป็นผู้สิ้นบาปและบุญ เว้นจากความเร่าร้อนทั้งปวง ไม่มีความเศร้า- โศก ไม่คับแค้น เป็นผู้ไม่มีอาสวะ จักนิพพาน พระชินเจ้าทรงบรรลุ กำลังแห่งอภิญญาทั้งปวงแล้ว ทรงพยากรณ์โดยทรงหวังประโยชน์แก่ภิกษุ สงฆ์ ที่สระใหญ่อโนดาต ด้วยประการฉะนี้แล. ทราบว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงภาษิตธรรมบรรยายพุทธาปทานชื่อ ปุพพกรรมปิโลติอันเป็นบุพจารีตของพระองค์ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน ๒. ลพุชทายกเถราปทาน ๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน ๔. มิลักขุผลทายกเถราปทาน ๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน ๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน ๗. กทลิผลทายกเถราปทาน ๘. ปนสผลทายกเถราปทาน ๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติบัณฑิตทั้งหลายคำนวณคาถาได้ ๙๑ คาถา จบ อัมพฏผลวรรคที่ ๓๙. จบ ภาณวารที่ ๑๔. -----------------------------------------------------

Mahachula §64· Matched by inference from aligning the translations

ณ พื้นศิลาที่น่ารื่นรมย์ ใกล้สระอโนดาต โชติช่วงด้วยรัตนะต่างๆ ในละแวกป่ามีดอกไม้มีกลิ่นหอมนานาชนิด

Mahachula §65· Matched by inference from aligning the translations

พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีหมู่ภิกษุหมู่ใหญ่ห้อมล้อม ประทับนั่งที่ศิลาอาสน์นั้น ทรงพยากรณ์บุพกรรมของพระองค์ว่า

Mahachula §66· Matched by inference from aligning the translations

ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงฟังกรรมของเรา เราเห็นภิกษุ ผู้อยู่ป่าเป็นวัตร จึงได้ถวายผ้าเก่าผืนหนึ่ง [ก] ในกาลนั้น ข้าพเจ้าปรารถนาการตรัสรู้ เพื่อความเป็นพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ผลของการถวายผ้าเก่าให้ผลในความเป็นพระพุทธเจ้า [ข] ในชาติปางก่อน เราเกิดเป็นนายโคบาล ต้อนโคไปเลี้ยง เห็นแม่โคกำลังดื่มน้ำขุ่น จึงห้ามมันไว้ [ค] ด้วยผลกรรมนั้น ในภพสุดท้ายนี้ เรากระหายน้ำ ก็ไม่ได้ดื่มน้ำตามความปรารถนา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ

Mahachula §67· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติอื่นๆ ในปางก่อน เราเกิดเป็นนักเลงชื่อว่าปุนาลิ ได้กล่าวตู่พระปัจเจกพุทธเจ้ามีนามว่าสุรภี ผู้ไม่ประทุษร้ายใคร

Mahachula §68· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงได้เวียนว่ายตายเกิด อยู่ในนรกเป็นเวลานาน เสวยทุกขเวทนาหลายพันปี

Mahachula §69· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมที่เหลืออยู่นั้น ในภพสุดท้ายนี้ เราได้รับการกล่าวตู่ เพราะนางสุนทรีเป็นเหตุ

Mahachula §70· Matched by inference from aligning the translations

เพราะการกล่าวตู่พระเถระนามว่านันทะ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ครอบงำอันตรายทั้งปวง เราจึงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในนรกเป็นเวลานาน

Mahachula §71· Matched by inference from aligning the translations

เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในนรกเป็นเวลานานถึง ๑๐๐,๐๐๐ ปี ครั้นได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ได้รับการกล่าวตู่มาก

Mahachula §72· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมที่เหลืออยู่นั้น นางจิญจมาณวิกาจึงมากล่าวตู่เราด้วยคำไม่จริงท่ามกลางหมู่ชน

Mahachula §73· Matched by inference from aligning the translations

เราเกิดเป็นพราหมณ์ ผู้มีสุตะซึ่งประชาชนสักการบูชา ได้สอนมนตร์ให้มาณพประมาณ ๕๐๐ คน ในป่าใหญ่

Mahachula §74· Matched by inference from aligning the translations

เราได้เห็นฤๅษีผู้น่าเกรงกลัว ผู้ได้อภิญญา ๕ มีฤทธิ์มาก มายังสำนักของเรา เราจึงกล่าวตู่ฤๅษีผู้ไม่ประทุษร้ายใคร

Mahachula §75· Matched by inference from aligning the translations

ครั้งนั้น เราได้บอกพวกศิษย์ว่า ฤๅษีตนนี้มักบริโภคกามคุณ เพียงเราบอกเท่านั้น พวกมาณพก็พลอยเชื่อ

Mahachula §76· Matched by inference from aligning the translations

ตั้งแต่นั้นมา พวกมาณพทั้งหมด ไปเที่ยวหาอาหารในตระกูลทั้งหลาย พากันบอกประชาชนว่า ฤๅษีตนนี้มักบริโภคกามคุณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ

Mahachula §77· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น ภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้ ได้รับการกล่าวตู่ เพราะนางสุนทรีเป็นเหตุ

Mahachula §78· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติก่อน เราได้ฆ่าน้องชายต่างมารดา เพราะเหตุแห่งทรัพย์ จับโยนลงซอกภูเขา แล้วโยนหินทับไว้

Mahachula §79· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น พระเทวทัตจึงผลักก้อนหินกลิ้งลงมา สะเก็ดหินกระทบนิ้วหัวแม่เท้าของเรา (จนห้อเลือด)

Mahachula §80· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติก่อน เรายังเป็นเด็กเล่นอยู่ที่หนทางใหญ่ ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงหว่านก้อนกรวดไว้ที่หนทาง

Mahachula §81· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น ในภพสุดท้ายนี้ พระเทวทัตจึงชักชวนนักแม่นธนู ผู้เป็นนักฆ่า เพื่อฆ่าเรา

Mahachula §82· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติก่อน เราเป็นนายควาญช้าง ได้ไสช้างไล่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นพระมุนีสูงสุด ซึ่งกำลังเที่ยวบิณฑบาต

Mahachula §83· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น ช้างนาฬาคีรีเชือกดุร้าย จึงวิ่งไล่เราในกรุงราชคฤห์อันประเสริฐ

Mahachula §84· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติก่อน เราเป็นทหารราบ ได้ใช้หอกฆ่าคนจำนวนมาก ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงถูกไฟไหม้อย่างร้อนแรงในนรก

Mahachula §85· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมที่เหลืออยู่ ในบัดนี้ ไฟนั้นยังตามมา ไหม้ผิวหนังที่เท้าของเราทุกแห่ง เพราะกรรมยังไม่สิ้นไป

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติ

Mahachula §86· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติก่อน เราเป็นเด็กเล็กลูกของชาวประมง อาศัยอยู่ในเกวัฏฏคาม เห็นชาวประมงฆ่าปลาแล้วเกิดความโสมนัส

Mahachula §87· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงปวดศีรษะ ในเมื่อเจ้าศากยะทั้งหลายถูกฆ่า คราวที่พระเจ้าวิฑูฑภะฆ่า

Mahachula §88· Matched by inference from aligning the translations

เราได้ด่าบริภาษเหล่าสาวกในศาสนา ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะด้วยคำว่า ท่านทั้งหลายจงขบเคี้ยว จงฉันแต่ข้าวเหนียว อย่าได้ฉันข้าวสาลีเลย

Mahachula §89· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น เรารับนิมนต์พราหมณ์ อยู่จำพรรษาในเมืองเวรัญชา ได้ฉันแต่ข้าวเหนียว ตลอด ๓ เดือน

Mahachula §90· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติก่อน เมื่อนักมวยกำลังชกกัน เราได้กันบุตรชายนักมวยปล้ำไว้ ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงเกิดความทุกข์ที่สันหลัง(ปวดหลัง)

Mahachula §91· Matched by inference from aligning the translations

ในชาติก่อน เราเป็นหมอรักษาโรค ได้ถ่ายยาให้ลูกชายเศรษฐี(ถึงแก่ความตาย) ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงป่วยเป็นโรคปักขันทิกาพาธ

Mahachula §92· Matched by inference from aligning the translations

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าชื่อว่าโชติปาละ ได้กล่าวกับพระสุคตพระนามว่ากัสสปะ ว่า การตรัสรู้ที่โคนต้นโพธิ์จักมีมาแต่ที่ไหน การตรัสรู้หาได้แสนยาก

Mahachula §93· Matched by inference from aligning the translations

ด้วยผลกรรมนั้น เราจึงได้บำเพ็ญทุกรกิริยานานถึง ๖ ปี ต่อจากนั้น จึงได้บรรลุพระโพธิญาณที่ตำบลอุรุเวลา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๓๙. อัมพฏผลวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค

Mahachula §94· Matched by inference from aligning the translations

แต่ว่า เราก็มิได้บรรลุพระโพธิญาณที่สูงสุดด้วยทางนี้ เราถูกกรรมในปางก่อนตักเตือนแล้ว จึงแสวงหา(โพธิญาณ)ผิดทาง

Mahachula §95· Matched by inference from aligning the translations

เราสิ้นบาปสิ้นบุญแล้ว ปราศจากความเร่าร้อนทุกอย่าง ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีความคับแค้น ไม่มีอาสวะ จักปรินิพพาน

Mahachula §96· Matched by inference from aligning the translations

พระพุทธชินเจ้าได้ทรงบรรลุกำลังแห่งอภิญญาทั้งปวงแล้ว ทรงพยากรณ์โดยมุ่งหวังประโยชน์สำหรับหมู่ภิกษุ ที่ใกล้สระใหญ่ชื่ออโนดาต ด้วยประการฉะนี้แล ได้ทราบว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงภาษิตธรรมบรรยายพุทธาปทาน ชื่อปุพพ-กัมมปิโลติ ซึ่งเป็นบุพจริตของพระองค์ ด้วยประการฉะนี้แล พุทธาปทานชื่อปุพพกัมมปิโลติที่ ๑๐ จบ อัมพฏผลวรรคที่ ๓๙ จบบริบูรณ์ รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัมพฏผลทายกเถราปทาน ๒. ลพุชทายกเถราปทาน ๓. อุทุมพรผลทายกเถราปทาน ๔. ปิลักขผลทายกเถราปทาน ๕. ผารุสผลทายกเถราปทาน ๖. วัลลิผลทายกเถราปทาน ๗. กทลิผลทายกเถราปทาน ๘. ปนสผลทายกเถราปทาน ๙. โสณโกฏิวีสเถราปทาน ๑๐. พุทธาปทานชื่อว่าปุพพกัมมปิโลติ บัณฑิตทั้งหลายนับได้ ๙๑ คาถา ภาณวารที่ ๑๔ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๕๗๘}

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Commentary

Later explanatory literature — not the Buddha’s word

Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก

1 work(s) · 27 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page

Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๑๐. พุทธาปทานชื่อปุพพกรรมปิโลติ (๓๙๐)

This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

How Mahachula paragraphs are matched

Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar

In this unit: 0 by SuttaCentral references · 33 by inference — no pair has been checked by a person yet

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย — https://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ