This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
นวมํ ปญฺจทีปิกาเถริยาปทานํ (๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก ปัญจทีปิกาเถริยาปทานที่ ๙ ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยประทีป ๕ ดวง
Mahachula: this unit has no counterpart — the two editions divide this volume into different units, so units cannot be paired
|๑๔๙.๙๑| นคเร หํสวติยา จารินี อาสหํ ตทา อาราเมเนว อารามํ จรามิ กุสลตฺถิกา ฯ |๑๔๙.๙๒| กาลปกฺขมฺหิ ทิวเส อทฺทสํ โพธิมุตฺตมํ ตตฺถ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา โพธิมูเล นิสีทหํ ฯ |๑๔๙.๙๓| ครุจิตฺตํ อุปฏฺเฐตฺวา สิเร กตฺวาน อญฺชลึ โสมนสฺสํ ปเวเทตฺวา เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท ฯ |๑๔๙.๙๔| ยทิ พุทฺโธ อมิตคุโณ อสมปฺปฏิปุคฺคโล ทสฺเสตุ ปาฏิหีรํ เม โพธิ โอภาสตุ อยํ ฯ |๑๔๙.๙๕| สห อาวชฺชิเต มยฺหํ โพธิ ปชฺชลิ ตาวเท สพฺพโสวณฺณมยา อาสิ ทิสา สพฺพา วิโรจติ ฯ |๑๔๙.๙๖| สตฺตรตฺตินฺทิวํ ตตฺถ โพธิมูเล นิสีทหํ สตฺตเม ทิวเส ปตฺเต ทีปปูชํ อกาสหํ ฯ |๑๔๙.๙๗| อาสนํ ปริวาเรตฺวา ปญฺจทีปานิ ปชฺชลุํ ยาว อุเทติ สุริโย ทีปา เม ปชฺชลุํ ตทา ฯ |๑๔๙.๙๘| เตน กมฺเมน สุกเตน เจตนาปณิธีหิ จ ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ ตาวตึสํ อคญฺฉหํ ฯ |๑๔๙.๙๙| ตตฺถ เม สุกตํ พฺยมฺหํ ปญฺจทีปาติ วุจฺจติ สตโยชนมุพฺเพธํ สฏฺฐิโยชนวิตฺถตํ ฯ |๑๔๙.๑๐๐| อสงฺเขยฺยานิ ทีปานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม ยาวตา เทวภวนํ ทีปาโลเกน โชตติ ฯ |๑๔๙.๑๐๑| ปุริตฺถาภิมุขา สนฺติ ยทิ อิจฺฉามิ ปสฺสิตุํ อุทฺธํ อโธ จ ติริยํ สพฺพํ ปสฺสามิ จกฺขุนา ฯ |๑๔๙.๑๐๒| ยาวตา อภิกงฺขามิ ทฏฺฐุํ สุกตทุกฺกฏํ ตตฺถ อาวรณํ นตฺถิ รุกฺเขสุ ปพฺพเตสุ วา ฯ |๑๔๙.๑๐๓| อสีติเทวราชูนํ มเหสิตฺตมการยึ สตานํ จกฺกวตฺตีนํ มเหสิตฺตมการยึ ฯ |๑๔๙.๑๐๔| ยํ ยํ โยนูปปชฺชามิ เทวตฺตํ อถ มานุสํ ทีปสตสหสฺสานิ ปริวาเร ชลนฺติ เม ฯ |๑๔๙.๑๐๕| เทวโลกา จวิตฺวาน อุปฺปชฺชึ มาตุกุจฺฉิยํ มาตุ กุจฺฉคตํ สนฺตํ อกฺขิ เม น นิมีลติ ฯ |๑๔๙.๑๐๖| ทีปสตสหสฺสานิ ปุญฺญกมฺมสมงฺคิโน สูติฆเรว ชลนฺติ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๔๙.๑๐๗| ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต มานสํ วินิวตฺตยึ อชรามรํ สีติภาวํ นิพฺพานํ ปสฺสยึ อหํ ฯ |๑๔๙.๑๐๘| ชาติยา สตฺตวสฺสาหํ อรหตฺตํ อปาปุณึ อุปสมฺปาทยิ พุทฺโธ คุณมญฺญาย โคตโม ฯ |๑๔๙.๑๐๙| มณฺฑเป รุกฺขมูเล วา ปาสาเทสุ คุหาสุ วา สุญฺญาคาเร ปชฺฌายนฺตา ปญฺจทีปา ชลนฺติ เม ฯ |๑๔๙.๑๑๐| ทิพฺพจกฺขุ วิสุทฺธํ เม สมาธิกุสลา อหํ อภิญฺญาปารมิปฺปตฺตา ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๔๙.๑๑๑| สพฺพโวสิตโวสานา กตกิจฺจา อนาสวา ปญฺจทีปา มหาวีร ปาเท วนฺทามิ จกฺขุมา ฯ |๑๔๙.๑๑๒| สตสหสฺเส อิโต กปฺเป ยํ ทีปมททึ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ ปญฺจทีปานิทํ ผลํ ฯ |๑๔๙.๑๑๓| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาคีว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสวา ฯ |๑๔๙.๑๑๔| สฺวาคตํ วต เม อาสิ พุทฺธเสฏฺฐสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๑๔๙.๑๑๕| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ปญฺจทีปิกา ภิกฺขุนี อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ปญฺจทีปิกาเถริยา อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ครั้งนั้น ดิฉันเป็นหญิงนักท่องเที่ยวอยู่ในพระนครหงสวดี ดิฉัน ต้องการกุศล จึงเที่ยวไปสู่อารามหนึ่งจากอารามหนึ่ง ได้พบไม้โพธิ์ อันอุดม วันกาฬปักษ์ ยังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธิ์นั้นแล้ว นั่งลง ที่โคนไม้โพธิ์ ดิฉันตั้งจิตเคารพประนมอัญชลีเหนือเศียรเกล้า สำแดงความโสมนัสแล้วคิดอย่างนี้ในขณะนั้นว่า ถ้าพระพุทธเจ้า มีพระคุณนับไม่ได้ ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอไซร้ ก็ขอให้ทรง แสดงปาฏิหาริย์แก่เราเถิด ขอไม้โพธิ์จงเปล่งรัศมี ทันใดนั้นเอง ไม้โพธิ์ ก็ได้โพลงไปทั่วพร้อมกับที่ดิฉันนึก รัศมีสำเร็จด้วยสีทอง ล้วนไพโรจน์ไปทั่วทิศ ดิฉันนั่งอยู่ที่โคนโพธิ์นั้น ๗ คืน ๗ วัน เมื่อถึงวันเป็นวันคำรบ ๗ ดิฉันได้ทำการบูชาด้วยประทีป ประทีป ๕ ดวงลุกโพลงล้อมรอบอาสนะ ครั้งนั้น ประทีปของดิฉันลุกโพลงอยู่ จนถึงเวลาพระอาทิตย์อุทัย เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะการ ตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานที่บุญกรรมสร้างให้ดิฉันอย่างสวยงามในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น เรียกว่า "ปัญจทีปวิมาน" ปัญจทีปวิมานนั้นสูง ๑๐๐ โยชน์ กว้าง ๖๐ โยชน์ ประทีปนับไม่ถ้วนส่องสว่างล้อมดิฉันอยู่ ทั่วเทพพิภพ โชติช่วงด้วยแสงประทีป คนที่หันหน้าไปทางทิศบูรพา ถ้าดิฉัน ปรารถนาที่จะดู ดิฉันย่อมเห็นได้ด้วยจักษุทุกคน ทั้งเบื้องบน เบื้องล่างและเบื้องขวาง ดิฉันปรารถนาจะเห็นกรรมดีและกรรมชั่ว ที่คนทำในที่มีประมาณเท่าใด ที่มีประมาณเท่านั้น ย่อมไม่มีต้นไม้ หรือภูเขามากั้นกาง ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินท- เทวราช ๘๐ พระองค์ ได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐๐ พระองค์ ดิฉันเข้าถึงกำเนิดนั้นๆ ประทีปตั้งแสนๆ ส่องแสง ล้อมดิฉัน ดิฉันจุติจากเทวโลกแล้ว เกิดในครรภ์มารดา เมื่อดิฉัน อยู่ในครรภ์มารดา จักษุของดิฉันไม่หลับ ประทีปตั้งจำนวนแสนดวง ส่องสว่างอยู่ในเรือนประสูติของดิฉัน ผู้พร้อมเพรียงด้วยบุญกรรม นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง เมื่อถึงภพสุดท้าย ดิฉันกลับฉันทะ ที่มีในใจ เห็นนิพพานอันเป็นสภาวะเยือกเย็น ไม่มีชราและมรณะ พอเกิดได้อายุ ๗ ขวบ ดิฉันได้บรรลุอรหัต พระพุทธเจ้าพระนาม ว่าโคดม ทรงทราบถึงคุณของดิฉัน จึงให้ดิฉันอุปสมบท ดิฉันเข้า ฌานอยู่ในมณฑป โคนไม้ ปราสาท ถ้ำ หรือเรือนอันว่างเปล่าก็ดี ประทีป ๕ ดวงส่องแสงสว่างให้ดิฉัน ทิพพจักษุของดิฉันบริสุทธิ์ ดิฉันฉลาดในสมาธิ ถึงความบริบูรณ์ในอภิญญา นี้เป็นผลแห่ง ประทีป ๕ ดวง ดิฉันเป็นผู้อยู่จบพรหมจรรย์ทั้งปวง ทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ข้าแต่พระมหาวีระผู้มีพระจักษุ หม่อมฉันชื่อว่าปัญจทีปา ขอถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ ดิฉันได้ถวายประทีปใดในครั้งนั้น ด้วยการถวายประทีปนั้น ดิฉัน ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งประทีป ๕ ดวง ดิฉันเผากิเลส ทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว. ทราบว่า ท่านพระปัญจทีปิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน.
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 2 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทานThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
the two editions divide this volume into different units, so units cannot be paired