This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ พระอุบาลีวิสัชนาพระวินัย
เรื่องท่านพระอุบาลีตอบคำถามเกี่ยวกับพระวินัย
This unit’s Mahachula text is shown as one range after the Royal items (§439–440 in Mahachula numbering) Go to the Mahachula text
อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม อาวุโส สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อุปาลึ วินยํ ปุจฺเฉยฺยนฺติ ฯ อายสฺมา อุปาลิ สงฺฆํ ญาเปสิ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ อหํ อายสฺมตา มหากสฺสเปน วินยํ ปุฏฺโฐ วิสฺสชฺเชยฺยนฺติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ เอตทโวจ ปฐมํ อาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สุทินฺนํ กลนฺทปุตฺตํ อารพฺภาติ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ เมถุนธมฺเมติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ ปฐมสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ ทุติยมฺปนาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ ราชคเห ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ธนิยํ กุมฺภการปุตฺตํ อารพฺภาติ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อทินฺนาทาเนติ ฯ {๖๑๘.๑} อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ ทุติยสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ ตติยมฺปนาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภาติ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ มนุสฺสวิคฺคเหติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ ตติยสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ จตุตฺถมฺปนาวุโส อุปาลิ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ภนฺเตติ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ วคฺคุมุทาตีริเย ภิกฺขู อารพฺภาติ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเมติ ฯ อถโข อายสฺมา มหากสฺสโป อายสฺมนฺตํ อุปาลึ จตุตฺถสฺส ปาราชิกสฺส วตฺถุมฺปิ ปุจฺฉิ นิทานมฺปิ ปุจฺฉิ ปุคฺคลมฺปิ ปุจฺฉิ ปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนุปฺปญฺญตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ อนาปตฺติมฺปิ ปุจฺฉิ เอเตเนว อุปาเยน อุภโตวินเย ปุจฺฉิ ฯ ปุฏฺโฐ ปุฏฺโฐ อายสฺมา อุปาลิ วิสฺสชฺเชสิ ฯ
ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ- *กรรมวาจา ว่าดังนี้:- ญัตติกรรมวาจา ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ข้าพเจ้าจะพึงถามพระวินัยกะพระอุบาลี ท่านพระอุบาลี ประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจา ว่าดังนี้:-ญัตติกรรมวาจา ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว ข้าพเจ้าอันท่านพระมหากัสสปะถามพระวินัยแล้วจะพึงวิสัชนา ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามท่านพระอุบาลีว่า ท่านอุบาลี ปฐมปารา-*ชิกสิกขาบท พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน อุ. ในเมืองเวสาลี ขอรับ ม. ทรงปรารภใคร อุ. ทรงปรารภพระสุทิน กลันทบุตร ม. ในเพราะเรื่องอะไร อุ. ในเพราะเมถุนธรรม ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปะถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติอาบัติ อนาบัติ แห่งปฐมปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามต่อไปว่า ทุติย-*ปาราชิกสิกขาบท พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน อุ. ในพระนครราชคฤห์ ขอรับ ม. ทรงปรารภใคร อุ. ทรงปรารภพระธนิยะ กุมภการบุตร ม. ในเพราะเรื่องอะไร อุ. ในเพราะอทินนาทาน ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปะถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติอาบัติ อนาบัติ แห่งทุติยปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามต่อไปว่า ท่านพระอุบาลี ตติยปาราชิกสิกขาบท พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน อุ. ในพระนครเวสาลี ขอรับ ม. ทรงปรารภใคร อุ. ทรงปรารภภิกษุมากรูปด้วยกัน ม. ในเพราะเรื่องอะไร อุ. ในเพราะมนุสสวิคคหะ ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปะถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติอาบัติ อนาบัติ แห่งตติยปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามต่อไปว่าจตุตถปาราชิกสิกขาบท พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติที่ไหน อุ. ในพระนครเวสาลี ขอรับ ม. ทรงปรารภใคร อุ. ทรงปรารภพวกภิกษุจำพรรษาอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา ม. ในเพราะเรื่องอะไร อุ. ในเพราะอุตตริมนุสสธรรม ต่อจากนั้น ท่านพระมหากัสสปะถามวัตถุ นิทาน บุคคล บัญญัติ อนุบัญญัติอาบัติ อนาบัติ แห่งจตุตถปาราชิกสิกขาบทกะท่านพระอุบาลี แล้วถามอุภโตวินัยโดยอุบายนั้นแล ท่านพระอุบาลีผู้อันท่านพระมหากัสสปะถามแล้ว ถามแล้วได้วิสัชนาแล้ว ฯ
Mahachula edition, §439–440 of this unit
Shown as one range for the whole unit, not placed under Royal items — external evidence places a paragraph in another unit
ครั้นท่านพระอานนท์เป็นพระอรหันต์ได้ไปสู่ที่ประชุม ลำดับนั้น ท่าน พระมหากัสสปะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจาว่า “ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้ว ข้าพเจ้าจะสอบถามพระวินัยกับท่านพระอุบาลี” ท่านพระอุบาลีจึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรมวาจาว่า “ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าสงฆ์พร้อมแล้ว ข้าพเจ้าอันท่านพระมหากัสสปะถามพระวินัย จะได้ตอบต่อไป” ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามท่านท่านพระอุบาลีว่า “ท่านอุบาลี พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงเวสาลี ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภพระสุทินกลันทบุตร” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะเสพเมถุนธรรม” @เชิงอรรถ : @ กายคตาสติ คือ สติอันไปในกาย กำหนดพิจารณากายนี้ให้เห็นว่า ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ไม่สะอาด@ไม่งาม น่ารังเกียจ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๘}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] ๑. สังคีตินิทาน จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึงบุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้างถามถึงอนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ท่านพระมหากัสสปะถามต่อไปว่า “ท่านอุบาลี พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงราชคฤห์ ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภพระธนิยกุมภการบุตร” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะเรื่องการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้” จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึงบุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้างถามถึงอนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ท่านพระมหากัสสปะถามต่อไปว่า “ท่านอุบาลี พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงเวสาลี ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภภิกษุหลายรูป” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะพรากกายมนุษย์”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๗๙}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑๑. ปัญจสติกขันธกะ] ๑. สังคีตินิทาน จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึงบุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้างถามถึงอนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ท่านพระมหากัสสปะถามต่อไปว่า “ท่านอุบาลี พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ไว้ ณ ที่ไหน” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ณ กรุงเวสาลี ขอรับ” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “ทรงปรารภใคร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “ทรงปรารภภิกษุชาวฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทาทั้งหลาย” ท่านพระมหากัสสปะถามว่า “เพราะเรื่องอะไร” ท่านพระอุบาลีตอบว่า “เพราะกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม” จากนั้น ท่านพระมหากัสสปะได้ถามถึงวัตถุบ้าง ถามถึงนิทานบ้าง ถามถึงบุคคลบ้าง ถามถึงพระบัญญัติบ้าง ถามถึงพระอนุบัญญัติบ้าง ถามถึงอาบัติบ้างอนาบัติบ้างแห่งปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ท่านพระมหากัสสปะถามพระวินัยของสงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย โดยอุบายนี้เหมือนกันท่านพระมหากัสสปะเป็นผู้ถาม ท่านพระอุบาลีเป็นผู้ตอบ เรื่องท่านพระอานนท์ตอบคำถามเกี่ยวกับพระธรรม
ลำดับนั้น ท่านพระมหากัสสปะประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติกรรม วาจาว่า “ท่านทั้งหลาย ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ถ้าสงฆ์พร้อมแล้ว ข้าพเจ้าจะสอบถามพระธรรมกับท่านพระอานนท์” @เชิงอรรถ : @ สงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย คือภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๗ หน้า : ๓๘๐}
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎก1 work(s) · 2 paragraphs — loaded when you open it, not part of this page
Open this edition’s own page · จุลวรรค ภาค ๒ ปัญจสติกขันธกะ พระอุบาลีวิสัชนาพระวินัยเป็นต้นThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
external evidence places a paragraph in another unit