This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Front matter of the printed edition
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์ กฐินวรรคที่ ๑
๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ จำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์ ๑. กฐินวรรค ๑. ปฐมกฐินสิกขาบท
อติเรกจีวรํ ทสาหํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุยังอติเรกจีวรให้ล่วง ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.
ภิกษุทรงอติเรกจีวรไว้เกิน ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิย- ปาจิตตีย์ ๒. อุทโทสิตสิกขาบท ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรสิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิย-ปาจิตตีย์ ๓. ตติยกฐินสิกขาบท ภิกษุรับผ้าที่เป็นอกาลจีวรแล้วเก็บไว้เกิน ๑ เดือน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๔. ปุราณจีวรสิกขาบท ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติให้ซักจีวรเก่า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ใช้ให้ซัก ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้ซักเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ @เชิงอรรถ : @ ปโยเค เพราะพยายาม ทุกแห่ง หมายถึงในขณะพยายามทำ หรือใช้ให้ทำสิ่งนั้นๆ ก่อนสำเร็จ@(ดู วิ.อ. ๒/๓๕๓/๖๔-๖๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๒๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ ๑. กฐินวรรค ๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท ภิกษุรับจีวรจากมือของภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. รับ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อรับจีวรแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๖. อัญญาตกวิญญัตติสิกขาบท ภิกษุออกปากขอจีวรจากคฤหัสถ์ชาย หรือคฤหัสถ์หญิงผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ๒ อย่าง คือ ๑. ออกปากขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อออกปากขอได้มาแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๗. ตตุตตริสิกขาบท ภิกษุออกปากขอจีวรเกินกว่านั้นจากคฤหัสถ์ชาย หรือคฤหัสถ์หญิง ผู้ไม่ใช่ญาติต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ออกปากขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อออกปากขอได้มาแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๘. อุปักขฏสิกขาบท ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติแล้วกำหนดชนิดจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อกำหนดแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๙. ทุติยอุปักขฏสิกขาบท ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ แล้วกำหนดจีวรต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๒๙}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ ๒. โกสิยวรรค ๑. กำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อกำหนดแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑๐. ราชสิกขาบท ภิกษุให้เขาจัดจีวรสำเร็จได้ด้วยการทวงเกิน ๓ ครั้ง ยืนเกิน ๖ ครั้ง ต้องอาบัติ๒ อย่าง คือ ๑. ให้เขาจัดสำเร็จ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อให้เขาจัดสำเร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ กฐินวรรคที่ ๑ จบ ๒. โกสิยวรรค ๑. โกสิยสิกขาบท
เอกรตฺตึ ติจีวเรน วิปฺปวสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรสิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
อกาลจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา มาสํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุรับอกาลจีวรแล้ว ให้ล่วงเดือนหนึ่งต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา ปุราณจีวรํ โธวาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โธวาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ โธวาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ให้ซักจีวรเก่า ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ซัก เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ ให้ซักเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ คหิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุรับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ คือ รับเป็นทุกกฏใน ประโยค ๑ รับจีวรแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺญาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิญฺญาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุขอจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนก็ดี ต่อแม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ คือ ขอเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ขอได้แล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา ตทุตฺตรึ จีวรํ วิญฺญาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิญฺญาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุของจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนก็ดี ต่อแม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ยิ่งกว่ากำหนด นั้น ต้องอาบัติ ๒ คือ ขอ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ขอได้แล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตกํ คหปติกํ อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิกปฺปํ อาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิกปฺปํ อาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติแล้ว ถึงการกำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงการกำหนด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงการกำหนดแล้วเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตเก คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิกปฺปํ อาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิกปฺปํ อาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนหลายคน ผู้มิใช่ญาติแล้วถึงการกำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงการกำหนด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงการกำหนดแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
อติเรกติกฺขตฺตุํ โจทนาย อติเรกฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน จีวรํ อภินิปฺผาเทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภินิปฺผาเทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภินิปฺผาทิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ กฐินวคฺโค ปฐโม ฯ
ภิกษุยังจีวรให้สำเร็จด้วยทวงเกิน ๓ ครั้ง ด้วยยืนเกิน ๖ ครั้ง ต้องอาบัติ ๒คือ ให้สำเร็จ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้สำเร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑. กฐินวรรคที่ ๑ จบ. -----------------------------------------------------โกสิยวรรคที่ ๒
Mahachula: this item falls within its §162, which began at an earlier item
โกสิยมิสฺสกํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุให้ทำสันถัตเจือด้วยไหม ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตผสมใยไหม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๒. สุทธกาฬกสิกขาบท ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตขนเจียมดำล้วน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓. เทฺวภาคสิกขาบท ภิกษุไม่เอาขนเจียมขาว ๑ ส่วน ขนเจียมแดง ๑ ส่วน แล้วใช้ให้ทำสันถัตใหม่ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๓๐}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ ๒. โกสิยวรรค ๔. ฉัพพัสสสิกขาบท ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตทุกปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๕. นิสีทนสันถตสิกขาบท ภิกษุไม่เอาสันถัตเก่า ๑ คืบสุคตโดยรอบมาปน แล้วใช้ให้ทำสันถัตรองนั่งใหม่ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๖. เอฬกโลมสิกขาบท ภิกษุรับขนเจียมมาแล้ว เดินทางไปเกิน ๓ โยชน์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. ย่างเท้าที่ ๑ ผ่าน ๓ โยชน์ไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๒. ย่างเท้าที่ ๒ ผ่านไป ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกขาบท ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติให้ซักขนเจียม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ให้ซัก ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้ให้ซักเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๘. รูปิยสิกขาบท ภิกษุรับรูปิยะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังรับ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อรับแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๓๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ ๓. ปัตตวรรค ๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท ภิกษุทำการแลกเปลี่ยนกันด้วยรูปิยะชนิดต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังแลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อแลกเปลี่ยนแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑๐. กยวิกกยสิกขาบท ภิกษุทำการซื้อขายมีประการต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังซื้อขาย ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อซื้อขายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ โกสิยวรรคที่ ๒ จบ ๓. ปัตตวรรค ๑. ปัตตสิกขาบท
สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุให้ทำสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
อนาทยิตฺวา ตุลํ โอทาตานํ ตุลํ โคจริยานํ นวํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุไม่ถือเอาขนเจียมขาว ๑ ส่วน ขนเจียมแดง ๑ ส่วน แล้วให้ทำสันถัต ใหม่ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุให้ทำสันถัตทุกปี ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
อนาทยิตฺวา ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถึ นวํ นิสีทนสนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุไม่ถือเอาคืบสุคตโดยรอบแห่งสันถัตเก่า แล้วให้ทำสันถัตสำหรับนั่ง ใหม่ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
เอฬกโลมานิ ปฏิคฺคเหตฺวา ติโยชนํ อติกฺกาเมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ติโยชนํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุรับขนเจียมแล้วเดินทางเกิน ๓ โยชน์ ต้องอาบัติ ๒ คือ เกิน ๓ โยชน์ ไปก้าวที่ ๑ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เกินไปก้าวที่ ๒ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา เอฬกโลมานิ โธวาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โธวาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ โธวาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซักขนเจียม ต้องอาบัติ ๒ คือให้ซัก เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ ให้ซักแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ คหิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุรับรูปิยะ ต้องอาบัติ ๒ คือ รับ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ รับแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
นานปฺปการกํ รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สมาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สมาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุถึงความแลกเปลี่ยนด้วยรูปิยะมีประการต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
นานปฺปการกํ กยวิกฺกยํ สมาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สมาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สมาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ โกสิยวคฺโค ทุติโย ฯ
ภิกษุถึงการซื้อและขายมีประการต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑. โกสิยวรรคที่ ๒ จบ. -----------------------------------------------------ปัตตวรรคที่ ๓
Mahachula: this item falls within its §163, which began at an earlier item
อติเรกปตฺตํ ทสาหํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุเก็บอติเรกบาตรล่วง ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.
ภิกษุทรงอติเรกบาตรไว้เกิน ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท ภิกษุมีบาตรที่มีรอยซ่อมหย่อนกว่า ๕ แห่ง ขอบาตรใหม่ใบอื่น ต้องอาบัติ ๒อย่าง คือ ๑. กำลังขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อขอได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓. เภสัชชสิกขาบท ภิกษุรับประเคนเภสัชแล้วเก็บไว้ฉันเกิน ๗ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือนิสสัคคิยปาจิตตีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๓๒}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๔. นิสสัคคิยกัณฑ์ ๓. ปัตตวรรค ๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท ภิกษุแสวงหาจีวรคือผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนยังเหลือเกินกว่า ๑ เดือน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังแสวงหา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. แสวงหาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้วโกรธ ไม่พอใจ ชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อชิงเอามาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท ภิกษุออกปากขอด้ายมาเองแล้วใช้ช่างหูกให้ทอจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังใช้ให้ทอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อใช้ให้ทอเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๗. มหาเปสการสิกขาบท ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูกทั้งหลายของคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ แล้วกำหนดชนิดจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ ๑. กำลังกำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อกำหนดเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท ภิกษุรับอัจเจกจีวร แล้วเก็บไว้เกินสมัยจีวรกาล ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือนิสสัคคิยปาจิตตีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๑๓๓}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [ภิกขุวิภังค์] ๒. กตาปัตติวาร ๕. ปาจิตติยกัณฑ์ ๑. มุสาวาทวรรค ๙. สาสังกสิกขาบท ภิกษุเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านแล้วอยู่ปราศเกิน ๖ คืน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑๐. ปริณตสิกขาบท ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์มาเพื่อตน ต้องอาบัติ ๒อย่าง คือ ๑. กำลังน้อมมา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๒. เมื่อน้อมมาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ปัตตวรรคที่ ๓ จบ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท จบ
อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตน อญฺญํ นวํ ปตฺตํ เจตาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เจตาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ เจตาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุมีบาตร มีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ให้จ่ายบาตรอื่นใหม่ ต้องอาบัติ ๒ คือให้จ่าย เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้จ่ายแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
เภสชฺชานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุรับประเคนเภสัชแล้วเก็บไว้เกิน ๗ วัน ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิย- *ปาจิตตีย์.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
อติเรกมาเส เสเส คิมฺหานํ วสฺสิกสาฏิกจีวรํ ปริเยสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริเยสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริยิฏฺเฐ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุแสวงหาจีวร คือ ผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนยังเหลือเกิน ๑ เดือน ต้อง อาบัติ ๒ คือ แสวงหา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ แสวงหาได้แล้วเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
ภิกฺขุสฺส สามํ จีวรํ ทตฺวา กุปิโต อนตฺตมโน อจฺฉินฺทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อจฺฉินฺทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อจฺฉินฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้ว โกรธ ขัดใจ ชิงเอามา ต้องอาบัติ ๒ คือ ชิงเอามา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ชิงเอามาแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
สามํ สุตฺตํ วิญฺญาเปตฺวา ตนฺตวาเยหิ จีวรํ วายาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วายาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วายาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุขอด้ายมาเองแล้ว ให้ช่างหูกทอจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทอ เป็น ทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทอเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตกสฺส คหปติกสฺส ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิกปฺปํ อาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิกปฺปํ อาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูกของพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติแล้วถึงความกำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงความกำหนดเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงความกำหนดแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
อจฺเจกจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา จีวรกาลสมยํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุรับอัจเจกจีวรแล้ว เก็บไว้เกินสมัยที่เป็นจีวรกาล ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ อนฺตรฆเร นิกฺขิปิตฺวา อติเรกฉารตฺตํ วิปฺปวสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ
ภิกษุเก็บจีวร ๓ ผืน ผืนใดผืนหนึ่ง ไว้ในละแวกบ้านแล้วอยู่ปราศเกิน ๖ ราตรี ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณาเมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริณาเมติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริณามิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ ปตฺตวคฺโค ตติโย ฯ ตึส นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา นิฏฺฐิตา ฯ
ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์ มาเพื่อตนต้องอาบัติ ๒คือ น้อมมา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ น้อมมาแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑. ปัตตวรรคที่ ๓ จบ. นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท จบ. -----------------------------------------------------
Mahachula: this item falls within its §164, which began at an earlier item
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
Commentary
Later explanatory literature — not the Buddha’s word
Text layerอรรถกถาexplains the พระไตรปิฎกThe collection has no commentary tied to this unit yet
This collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
How Mahachula paragraphs are matched
Three editions per item, in the order Pali → Royal Thai → Mahachula Thai · show all three or one at a time from the toolbar
In this unit: 2 by SuttaCentral references · 1 by inference — no pair has been checked by a person yet